เจ้าดอกจำปา ยามปลิดโปรยร่วงหล่นลงสู่พื้น ก็ยังทิ้งไว้ซึ่งความงดงาม...
 
วันนี้ตี่นเช้ามาพร้อมกับลมหนาวที่เริ่มพัดมาประทะผิวกาย อากาศเย็นๆ ที่แทรกผ่านมากับสายลมทำให้ข้าพเจ้าอารมณ์ดีอย่างประหลาด (ก็ข้าพเจ้าเป็นคนชอบฤดูหนาวนี่นา)...ต้นไม้ใบหญ้าหน้าบ้านพักพริ้วไหวไปตามแรงลม...ในที่สุด ฤดูหนาวก็กำลังย่างกรายเข้ามาเยี่ยมเยือนอีกครั้ง จะว่าไปแล้วอันที่จริงอากาศก็น่าที่จะหนาวตั้งนานแล้ว เพราะนี่ก็กลางเดือนพฤศจิกายนแล้ว...แต่ทว่าช่วงต้นเดือนมีลมหนาวมาหลอกให้ดีใจได้เพียงสองวันเท่านั้น พระอาทิตย์ก็แผดแสงเจิดจ้าท่ามกลางท้องฟ้าสีฟ้าครามสดใส เพิ่งบ่นอยากสัมผัสลมหนาวเมื่อวานนี้เอง และก็ราวกับว่าเทวดาจะเห็นใจส่งลมหนาวมาทักทายทันทีในเช้าวันใหม่

 

เดินมาหน้าบ้าน เจ้าขาวพวง ลีลาวดีต้นน้อยได้ทิ้งใบ ปลิดดอกสีขาวสะอาดมาสัมผัสผืนหญ้าสีเขียว...ดูงดงามจนอดใจที่จะเก็บภาพไว้ไม่ได้
 

 

พูดถึงดอกลีลาวดีหรือจำปาลาว ไม่รู้ข้าพเจ้าชาติก่อนเกิดเป็นคนลาวหรืออย่างไรไม่ทราบ จึงได้ประทับจิตปะทับใจเจ้าดอกจำปาลาวชนิดนี้นัก โดยเฉพาะยิ่งถ้าเป็นจำปาลาวสีขาวข้าพเจ้าออกจะโปรดปรานมากเป็นพิเศษ ดอกสีขาวนวลดูสะอาดตา ตรงกลางแต้มสีเหลืองสดใส ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เวลานำมาเสียบไว้ที่ผม...แม่เคยบอกว่าสงสัยจะเป็นยายแก่กลับชาติมาเกิด เพราะชอบนำดอกไม้หอมๆ มาเสียบไว้ที่ผมเป็นประจำเหมือนคนแก่ในสมัยก่อน 555

 

ตอนเป็นเด็กๆ จำได้ว่าได้เริ่มทำความรู้จักดอกไม้ชนิดนี้ตอนไปเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ตอนนั้นมีลีลาวดีต้นใหญ่ข้างๆ ตึกผู้ป่วยในให้ปีนป่ายขึ้นไป ตอนที่ปีนต้นไม้นั้นข้าพเจ้ารู้สึกว่าต้นไม้เป็นเหมือนบ้าน ข้าพเจ้าชอบความรู้สึกเวลานั่งหรือนอนบนกิ่งไม้ (เอ...หรือว่าชาติก่อนเกิดเป็นลิงหว่า?) สัมผัสกับความเย็น ผิวขรุขระปนเรียบลื่นเป็นบางช่วง แถมยังมีกลิ่นหอมโชยเข้าจมูกตลอด ทำให้เริ่มประทับใจเจ้าต้นไม้ที่ชื่อ “ลั่นทม” หรือ  “จำปาลาว” (แถวอีสานจะเรียกลั่นทมว่าจำปาลาว)

 

และด้วยความประทับใจนี่เองทำให้อยากปลูกไว้ที่บ้าน แต่แม่บอกว่าเป็นไม้อวมงคล เค้าไม่ปลูกในบ้าน ปลูกกันแต่ที่วัด หรือป่าช้า เพราะชื่อไปพ้องกับคำว่าระทม ทำให้ไม่เป็นมงคล จึงห้ามปลูก ข้าพเจ้ารู้สึกสงสารเจ้าดอกไม้ชนิดนี้เสียจริง ทั้งเป็นดอกไม้ที่สวยงามน่ารักแต่ห้ามปลูก เป็นเหมือนดอกไม้ต้องคำสาปเพียงเพราะชื่อที่คนตั้งให้
 
         ลีลาวดีร่วงหล่นที่สนามหญ้าที่รีสอร์ท เกาะสีชัง
 
ลั่นทมมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Plumeria  หรือ Frangipani ส่วนชื่อลั่นทมนี้ มีผู้รู้บางท่านบอกว่าไม่ได้มาจากค่ำว่าระทม  จริงๆ แล้ว ลั่นแปลว่าละทิ้ง และทม มาจากระทม รวมก็คือละทิ้งความระทมซึ่งเป็นความหมายที่ดี บ้างก็ว่า ลั่นทมเพี้ยนมาจากคำว่าสรัลทม ซึ่งเป็นภาษาเขมร แปลว่ารักอันยิ่งใหญ่ บ้างก็ว่าเพี้ยนมาจากคำว่าลานธม ซึ่งในสมัยโบราณมีการนำดอกไม้ชนิดนี้ไปวางเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลานธม ซึ่งเป็นลานหินในนครธม

 

ช่างเป็นโชคดีของเจ้าดอกลั่นทมที่ต่อมาด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระองค์ได้พระราชทานนามใหม่แก่ลั่นทม ว่า “ลีลาวดี” ซึ่งน่าจะมาจากลักษณะการทอดกิ่งที่อ่อนช้อยงดงาม ทำให้คนเริ่มนิยมปลูกไม้ชนิดนี้มากขึ้น

 

       ลีลาวดี บนทางเดินเรียบชายหาด เกาะมันนอก
 
ลีลาวดี ทางอีสานและประเทศลาวจะเรียกว่าดอกจำปาลาว เป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศลาว เนื่องจากเคยใช้เป็นสัญลักษณ์ในช่วงที่มีการเรียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศส เป็นที่มาของ เพลงดวงจำปา ในบางพื้นที่ได้ใช้ดอกลีลาวดีบูชาครู บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์และเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางศาสนา นอกจากนี้ยังได้ใช้ดอกไม้ชนิดนี้สำหรับวันงดสูบบุหรี่โลก

 

ไม่ว่าจะใช้ดอกจำปาลาวหรือลีลาวดีนี้เป็นสัญลักษณ์ของอะไรก็ตาม ข้าพเจ้าก็ยังคงชอบลักษณะของดอกที่ดอกเรียบง่าย มีห้ากลีบมนๆ แต่ทว่าอ่อนหวานงดงามลงตัว…

 

 

       โอ้เจ้าดอกจำปาลาว       ขาวพร่างพราวประดับดิน
หอมกลิ่นระรวยริน     ให้ถวิลดั่งมนตรา
งดงามบริสุทธิ์             ประดุจดังดาริกา
โปรยปรายจากฟากฟ้า         ร่วงลงมาแต้มผืนดิน...
(เฮ้อ...ในที่สุดก็ลงใจได้)

 

 

เจ้าดอกจำปา ยามปลิดโปรยร่วงหล่นลงสู่พื้น ก็ยังทิ้งไว้ซึ่งความงดงาม...หากชีวิตคนเรา เมื่อถึงคราวต้องปิดตา ทอดร่างกายสู่ผืนดิน จะทิ้งสิ่งใดไว้ นอกเสียจากความดีงามที่ได้กระทำมาตราบจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต....