ตั้งแต่นี้ต่อไป “อย่าทำให้ใครต้องทุกข์ใจอีกเลย” ไม่ว่าจะด้วยการกระทำหรือด้วยวาจาก็ตาม
บันทึกนี้เป็นความรู้สึกที่มีต่อเนื่องมาจากบันทึกที่แล้ว เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความ “เข้าใจ” ในคำว่า “เพื่อนร่วมทุกข์” เห็นว่าคนเราล้วนแต่ต้องทุกข์ใจเมื่อต้อง “พลัดพรากจากสิ่งที่ตนรัก” ด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้ไปได้ จะช้าหรือเร็วเท่านั้น จะทุกข์อยู่นานหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับว่า “ทำใจ” ได้เร็วแค่ไหน สิ่งนี้ทำให้มองเห็นว่าจริงๆ แล้วคนเรานั้นไม่ได้แตกต่างกันเลย เราล้วนแต่ต้องเผชิญความทุกข์กายทุกข์ใจ มากบ้าง น้อยบ้าง เป็นธรรมดา นี่แหละหนาความหมายของคำว่าการเป็น “เพื่อนร่วมทุกข์”
รู้สึกว่ามุมมองของตัวเองเปลี่ยนไป ตั้งใจว่าตั้งแต่นี้ต่อไป “จะไม่ทำให้ใครต้องทุกข์ใจอีก” ไม่ว่าจะผ่านมาทางการกระทำหรือทางวาจาก็ตาม เพราะตระหนักแล้วว่าคนเราต่างก็ต้องเผชิญกับความทุกข์กันอยู่แล้ว เราจะไปเพิ่มความทุกข์ให้เขาอีกทำไม. . . สิ่งที่เราทำได้และควรทำก็คือการทำให้เขามีความสุขมากขึ้น เราต้องไม่ไปเพิ่มความทุกข์ให้เขา นอกจากนั้นตัวเราเองก็ต้องไม่ทุกข์ใจเพราะการกระทำหรือคำพูดของคนอื่นด้วยเช่นกัน
นี่คือข้อเตือนใจสั้นๆ ที่ผมจะใช้เตือนตัวเอง. . . “อย่าทำให้ใครอื่นต้องทุกข์ใจ และอย่าได้ไปทุกข์ใจเพราะใครอื่น” หากทำได้ตามนั้น การมาปรากฏตัวของเราบนโลกใบนี้คงจะเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มากทีเดียว !!
สวัสดีค่ะ
อาจารย์สอนธรรมะที่ยุวพุทธิกสมาคม ดร.นวลศิริ เปาโรหิตย์ ท่านให้ปัจฉิมโอวาทว่า...
กลับไปจากการปฏิบัติธรรมแล้ว ... ขอให้ทำตัวให้ คนที่บ้านรู้สึกว่าเราคือ "ของขวัญ"
สำหรับเขา....
กับเพื่อน ๆ ชอบล้อกันเล่น ๆ ตอนที่เพื่อนคนใดคนหนึ่งมาบ่น ๆ หรือ ตำหนิคนอื่น ๆ .... ว่า คนน่ะมีไว้ให้รัก ไม่ใช่ให้โกรธเกลียดกัน... เอ้า ยิ้ม ๆ จ้ะ
(^___^)
อนุโมทนาสาธุด้วยครับ ท่านอาจารย์
เมื่อคืน ก่อนนอน ลองทบทวน "วันนี้ที่ผ่านมา" ว่า ทำได้ตามที่ตั้งใจไว้ไหม? คือ 1. ไม่ทำให้ผู้ใดต้องทุกข์ใจ (เพิ่มขึ้น) 2. เราเองต้องไม่ทุกข์ใจเพราะใครอื่น. . . ปรากฏว่ายังทำไม่ได้ทั้ง 2 ข้อ (โดยเฉพาะเรื่องวาจากับคนที่ใกล้ตัวกับคนในครอบครัว). . . นี่แหละหนอ "ความตั้งใจ" กับ "การกระทำ" . . . แต่อย่างไรก็คงต้อง "พยายามต่อไป"
พยายามทำเหมือนกันค่ะ ได้บ้างแต่ยังต้องฝึกต่อไปค่ะ
อนุโมทนากับความตั้งใจของอาจารย์ด้วยนะคะ
ขอบคุณอาจารย์หมออัจฉรา คุณ Phornphon และ "คนไม่มีราก" . . . ตอนนี้ผมใช้ "สิ่งที่เขียนไว้" เป็น KPI ทำให้ทุกวันสามารถ "ประเมินตนเอง" ได้ ว่ามี "ความก้าวหน้า" หรือไม่? ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ
อาจารย์หมออัจฉราครับ ช่วงนี้ผมเข้าไปเยี่ยมเพื่อนที่บำราศฯ ค่อนข้างบ่อย (2 ครั้งแล้ว) รู้สึกประทับใจทั้งในเรื่องสถานที่ (ความสะอาด) และิอัธยาศัยของบุคคลากร . . . ขอชื่นชมอาจารย์ที่วางรากฐานไว้ค่อนข้างดีครับ
เรียน ท่านอ.ประพนธ์ค่ะ
สวัสดีครับคุณติ๋ว . . . พอมาอ่าน Comment ของคุณติ๋ว เลยทำให้เกิดแรงบันดาลใจ เขียนบันทึกต่อในวันนี้อีกครั้ง เพื่อตอกย้ำประเด็นดังกล่าว. . . ขอบคุณครับ
ได้รับความคิดใหม่คะจะไม่ทำให้ใครทุกข์ใจเพิ่มขึ้น แต่ไม่รู้ว่าจะทำได้สักกี่วัน สิ่งที่ทำอยู่เดี๋ยวนี้คือ เดินทางมาทำงานอย่างไม่มีข้อขัดแย้งทุกข์ใจกับสมาชิกในครอบครัว เพราะไม่แน่ใจว่าเย็นนี้ในครอบครัวเราจะอยู่กันครบทุกคนหรือเปล่า อย่าให้เราจากลากันอย่างทุกข์ใจ คับข้องใจ ติดค้างอยู่ในใจ
". . .จากสมาชิกในครอบครัว โดยที่ไม่มีข้อขัดแย้งขุ่นเคืองใดๆ เพราะไม่รู้ว่่าเย็นนี้ จะได้เจอกันไหม?" . . . ผมจะลองนำมุมมองนี้มาใช้ . . . ขอบคุณ คุณปริมปราง มากครับ
บันทึกของอาจารย์ ทำให้ผมได้นั่งคิดกับตัวเองเงียบครับ
เราล้วนเกิดมาเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ และ ไม่มีใครที่ไม่อยากทุกข์ แต่ก็ต้องทุกข์ด้วยเหตุ ปัจจัย ใดก็ตาม สิ่งที่ทำได้คือ หยุดทุกข์(ซึ่งอาจจะยาก และยากมากสำหรับหลายคน) ก็คงต้องอาศัยการฝึกฝนในการทำใจ
ดังนั้น การที่ทำให้ เราทุกข์ก็ดี คนอื่นทุกข์เพราะเราก็ดี ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยง
คิดได้อย่างนี้สังคมคงสันติสุข และง่ายๆเลยเราเองก็สันติสุขในใจ
ขอบคุณครับ
ท้าทายมากเลยครับ
เรื่องไม่ทำให้ใครทุกข์ยังพอว่า แต่เรื่อง "ไม่ทุกข์ใจเพราะใครอื่น" นี่ระดับสูงมากเลย
ตอนนี้เท่าที่พยายามทำ ก็เป็นเพียงขอให้เรา "เท่าทัน" เมื่อทุกข์ เราจะได้เรียนรู้และสืบค้นหาว่า แท้่ที่จริงเราทุกข์จากอะไรบ้าง หวังว่าในอนาคตหลังจากเรา "เข้าใจ" เราจะได้ค่อยๆทุกข์น้อยลง ลดลง และไม่ทุกข์ในที่สุด
ตอนนี้คงยังทุกข์ไปก่อนครับ
เรียนอ.ประพนธ์ค่ะ
รู้จักที่นี่หลังจากน้องคนหนึ่งชักชวนมานานพอควร
แต่ได้เข้าอ่านมากๆจากการที่ได้ไปประชุมshaมา ล
ตามอ่านมาเรื่อยๆแต่ยังไม่ได้สมัครสมาชิกเลยค่ะ
ได้อ่านบันทึกของอาจารย์เงียบๆมาสักพักแล้วค่ะ
“อย่าทำให้ใครอื่นต้องทุกข์ใจ และอย่าได้ไปทุกข์ใจเพราะใครอื่น”
ได้พยายามมานานกับการทำตามคำสอนนี้ เท่าที่ได้คือการรู้เท่าทันตัวทุกข์ที่เร็วขึ้น
และพบสาเหตุแห่งทุกข์ที่แท้จริงได้เร็วขึ้นกว่าเดิม(ตามระยะเวลาที่ชีวิตได้ก้าวเดินผ่านไป)
"ทุกข์นั้นไม่ได้มาจากใครอื่นเลยนอกจากตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ใครอื่นทุกข์หรือทุกข์เพราะใครอื่น"
แล้วเราก็ยังคงทำตัวเองอยู่ดีค่ะ ก็ทุกข์กันไป แค่หายเร็วขึ้นก็พอใจมากขึ้นแล้วค่ะ
หวังไว้ว่าสักวันจะเท่าทันและทำได้อย่างแท้จริง
โดยเฉพาะการไม่สร้างทุกข์ให้ใครอื่น ถ้าทุกคนทำได้ การทุกข์ใจเพราะใครอื่นก็คงลดลงได้บ้าง
ขอบพระคุณอาจารย์ค่ะสำหรับบันทึกดีๆที่มีมาให้(แอบ)อ่านตลอดมา
ขอบคุณ คุณพลอย ที่แชร์ประสบการณ์ให้ฟัง เราต่างล้วนแต่เป็น "ผู้เรียน" ด้วยกันทั้งนั้น ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ก็ยังต้องทำ ผมเองก็ยัง "หลุด" อยู่บ่อยๆ มักจะสร้างความทุกข์ให้คน(อื่น) มักสร้างความทุกข์ให้ตน(เอง) อยู่บ่อยๆ (โดยไม่จำเป็น) คงต้องฝึก "รู้เท่าทัน" อย่างที่อาจารย์หมอสกลแนะไว้่ ที่สำคัญคือต้องฝึกไปเรื่อยๆ เข้าใจว่า "ไม่มีทางลัด" ต้องฝึกปฏิบัติไปเรื่อยๆ ด้วยตัวเอง ใครก็ช่วยเราไม่ได้ . . . ถึงอย่างไรก็ขอเป็นกำลังใจให้ คุณพลอย ครับ
โลกของความสุข ลดทุกข์ โลกคงสดใส ผ่านมาชอบจัง เลยเข้ามาคุย
ตัวเองลัทธิ สุขนิยม
สวัสดีครับ คุณ "แต้มสี สดใส" ผมเองก็ "สุขนิยม" เช่นกัน . . . ด้วยเหตุนี้ จึงชอบหลักการของ Osho ในเรื่องการใช้ชีวิตแบบ "Zobar the Buddha" คือมีความสุข (ทางโลก) ได้อย่างซอร์บา (ตัวละครเอกในเรื่อง Zobra The Greek) และสุขสงบได้อย่างพระพุทธเจ้า