ไม่เท่าไรเราทั้งโลกพ้นโศก แล.

ช่วงนี้มีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้วเกี่ยวกับจริยธรรมถือเอาตามมุมมองของท่านพุทธทาสภิกขุที่ประกาศวิธีการสอนจริยธรรมก็แล้วกัน คือการทำอะไรต้องทำความเข้าใจแล้วดัดแปลงให้เหมาะแก่การสอนจริยธรรม 

 คำสอนที่พระพุทธเจ้านำมาสอนล้วนเป็นสิ่งควรทำเรียกว่า  จริยะ , จริยธรรม, จริยศึกษา หรือจริยสิกขา

คำว่า  สิกขา  คือการศึกษา  เป็นการประพฤติหรือกระทำลงไปในศีล  ในสมาธิ  ในปัญญา 

วิธีสอนมี 2 อย่างคือ

1 . การสอนคือการบอกเล่าให้รู้เป็นการอบรมทางเนื้อทางตัว สอนเท่าที่ควรสอน

เหมือนสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้เท่ากับใบไม้ทั้งป่า  แต่เอามาสอนนี้เท่ากับใบไม้กำมือเดียว  สอนอย่างชัดเจน  สอนมีเหตุผลอยู่ในตัว  สอนชนิดเกิดความร่าเริง  สอนให้ผู้ฟังกล้าที่จะทำตาม เป็นต้น

2 . การอบรม คือการทำให้ติดอยู่ในเนื้อตัวคือติดที่กาย  ที่วาจา  และที่ใจ นั้นแล

 

............................

บทประพันธ์ของท่านพุทธทาสภิกขุเรื่อง...เปิด-เปิด-เปิด

ตา—ให้รับแสงแห่งพระธรรม

ยิ่งมืดค่ำยิ่งเห็นชัดถนัดถนี่

สมาธิมากยิ่งเห็นชัดถนัดดี

นี่วิธีเปิดตาใจใช้กันมา

หู—ให้ยินเสียงสำเนียงธรรม

ทั้งเช้าค่ำมีก้องไปในโลกหล้า

ล้านล้านปีฟังให้ชัดเต็มอัตรา

คือเสียงแห่งสุญญตาค่าสุดใจ

ปาก—สนทนาพูดจาธรรม

วันยังค่ำอย่าพูดเรื่องเหลวไหล

พูดแต่เรื่องดับทุกข์ได้โดยสัจจนัย

ไม่เท่าไรเราทั้งโลกพ้นโศก  แล.