“ฉันเอง ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกเรา
ฉันเอง ฉันจะทำอะไรใหม่ใหม่
ฉันเอง จะทำโลกนี้ให้สวยงาม
ฉันเอง จะเดินตามฝัน
จะพาเธอไปให้ถึงวันนั้น ด้วยมือฉันเอง
และเราจะเดินไปด้วยกัน”
(เพลงฉันเอง : YIY)
ทุกครั้งที่ผมได้ฟังเพลง ฮัมเพลงหรือร้องเพลงนี้ ผมจะยิ้มกับตัวเองและมีพลังที่จะทำสิ่งดีดีเพื่อสังคมเสมอ ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนั้นจะเรียกว่า “แรงบันดาลใจ” ได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยผลลัพธ์ที่เกิดจากความรู้สึกที่ผมเรียกว่า “แรงบันดาลใจ” ได้สร้างสิ่งที่คนอื่นหรือแม้แต่ตัวเองไม่คาดฝันเสมอ
ผมเคยถามนักเรียนของผมว่า เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้วอยากจะศึกษาต่อที่ไหน คณะอะไร คำตอบที่ได้จากนักเรียนคนหนึ่งคือ
“คงเรียนคณะนิเทศฯ มหาวิทยาลัย ข. ผมคงสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก. ไม่ได้เพราะคะแนนผมไม่ถึงครับ”
(คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก. มากกว่ามหาวิทยาลัย ข.)
อีกรายตอบผมว่า
“คะแนนหนูคงไม่ถึงคณะนิติฯ ค่ะ คงเรียนได้แค่คณะ....”
ประเด็นของผมไม่ได้อยู่ที่การเปรียบเทียบความมีชื่อเสียงและความนิยมของคณะหรือมหาวิทยาลัย แต่กำลังคิดกับตัวเองว่า คำตอบที่ได้ไม่แสดงให้เห็นแรงบันดาลใจของเด็ก (ขอโทษเด็กทุกคนหากผมด่วนสรุปไป ณ ขณะนั้น) ผมจึงปล่อยให้เวลาผ่านไปอีกหนึ่งปีการศึกษา แล้วลองถามนักเรียนคนเดิมด้วยคำถามเดิม สิ่งที่ผมได้ยินยิ่งทำให้ผมต้องคิดมากขึ้นเพราะคำตอบของเขาครั้งนี้คือ
“คงต้องเรียนมหาวิทยาลัย ค. เพราะมหาวิทยาลัย ข. คงยากไปสำหรับผม”
(คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ข. มากกว่ามหาวิทยาลัย ค.)
แรงบันดาลใจของเด็กอยู่ที่ไหน?
ผมจบจากคณะศึกษาศาสตร์ ด้วยความหวังที่อยากเป็น “ครู” และทำงานต่อทางด้านการศึกษา ผมจึงคุ้นชินกับวิชาชีพครู โดยผ่านการสังเกตและพูดคุยกับผู้รู้หลายท่าน จึงขออนุญาตเล่าว่า
นักศึกษาที่มาเรียนสาขาศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ บางคนเลือกเรียนเพราะไม่ทราบว่าตัวเองจะเลือกเรียนสาขาอะไร หรือเพราะคะแนนสอบไม่ถึงเกณฑ์ของสาขาอื่นๆ
นักศึกษาบางคนตั้งใจที่จะเรียนสาขาศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ เพราะอยากเป็นครู แต่เมื่อเรียนไปสักระยะเพิ่งจะรู้ตัวว่าไม่อยากเป็นครู แต่ก็ต้องเรียนให้จบปริญญาตรี
ครูบางคนจึงประกอบอาชีพเพียงเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิต
ผมไม่ได้กล่าวหาครู และไม่แน่ใจว่าอาชีพอื่นเป็นเช่นนี้หรือไม่ หรือเรื่องที่ผมได้ขออนุญาตเล่าข้างต้น จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กขาดแรงบันดาลใจเพราะแรงบันดาลใจของครูบางคนไม่ได้อยู่ที่เด็ก
แรงบันดาลใจของครูอยู่ที่ไหน?
ในสังคมที่เกิดความขัดแย้งทางการเมือง หรือการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักการเมือง เช่น พูดจาหยาบคาย ไม่ตรงต่อเวลา เดินออกจากสภาโดยไม่มีเหตุผล คุยเสียงดังในสภา นำเรื่องส่วนตัวมาอภิปราย นั่งหลับในสภา เป็นต้น หากผมเป็นเด็กผมจะสงสัยว่า
แรงบันดาลใจของนักการเมืองอยู่ที่ไหน?
ผมพยายามใช้ถุงผ้า กล่องใส่อาหารและกระติกน้ำทุกวันและนำติดตัวไปด้วยเสมอ ไม่ว่าจะซื้อข้าวเหนียวหมูทอด ผลไม้ น้ำมะพร้าว มะเขือเทศ ขนุน สลัด แต่บางครั้งเพื่อนๆ มักพูดว่า
“ทำไปทำไมให้ลำบาก”
“ทำคนเดียวโลกจะหยุดร้อนเหรอ”
หรือแม้แต่แม่ค้าบางคนกลับมองว่าการที่ผมไม่รับถุงพลาสติกเป็นการสร้างความลำบากให้เขามากขึ้นและมองผมด้วยสายตาน่ารำคาญ โชคดีนะที่ผมยังตระหนักเสนอว่า
แรงบันดาลใจของผมอยู่ที่ไหน?
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีข่าวนักเรียนหญิงตบตีกันในห้องเรียน ผมมีโอกาสดูบันทึกเหตุการณ์ผ่านสื่อสาธารณะ แปลกใจที่เห็นนักเรียนกลุ่มหนึ่งทั้งหญิงและชายส่งเสียงเชียร์ โดยไม่มีใครเข้าไปห้ามแต่อย่างใด อีกข่าวหนึ่ง นักศึกษาชายสถาบันการศึกษา 2 แห่ง ยิงกันจนคนหนึ่งเสียชีวิต ความรุนแรงได้ถูกบันทึกผ่านกล้องวงจรปิด ทำให้สื่อสาธารณะสามารถนำบันทึกเหตุการณ์จริงออกเผยแพร่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประเด็นที่ต้องช่วยกันคิดคือ หากบันทึกเหตุการณ์จริงที่นักศึกษายิงกัน 1 ครั้ง ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อโทรทัศน์ 5 ช่อง ในเวลา 3 วัน โดยแต่ละวันเผยแพร่ภาพ 3 ช่วงข่าว ถ้ามีเด็กเปิดโทรทัศน์ 4 ล้านเครื่อง จะมีเหตุการณ์คนยิงกันถึง 300,000,000 คน เป็นไปได้หรือไม่ว่า สื่อสาธารณะเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้เด็กซึมซับความรุนแรงโดยไม่รู้ตัว ถ้าเช่นนั้น
แรงบันดาลใจของสื่อสาธารณอยู่ที่ไหน?
ถ้าผมเดินไปเรื่อยๆ จนเจอแรงบันดาลใจของสื่อสาธารณะ ผมจะถามแรงบันดาลใจว่า “คุณต้องการขายกระแส หรือรับผิดชอบต่อสังคม”
ถ้าผมเดินไปเรื่อยๆ จนเจอแรงบันดาลใจของนักการเมือง ผมจะถามแรงบันดาลใจว่า “คุณต้องการลาภ ยศ สรรเสริญ หรือรับใช้ประชาชน”
ถ้าผมเดินไปเรื่อยๆ จนเจอแรงบันดาลใจของครู ผมจะถามแรงบันดาลใจว่า “คุณต้องการเด็กๆ ที่มีคุณภาพ หรือเงินตำแหน่งทางวิชาการ”
ถ้าผมเดินไปเรื่อยๆ จนเจอแรงบันดาลใจของสังคม ผมจะถามแรงบันดาลใจว่า “คุณต้องการทุนนิยมหรือสุขนิยม”
ถ้าผมเดินไปเรื่อยๆ จนเจอแรงบันดาลใจของเด็ก ผมจะถามแรงบันดาลใจของเด็กว่า “คุณหายไปไหน ทำไมเด็กๆ ยังมีความทุกข์และขาดความหวัง”
ถ้าผมเดินไปเรื่อยๆ จนเจอแรงบันดาลใจของผมเอง ผมจะบอกแรงบันดาลใจของผมว่า “อยู่กับผมต่อไปนะ ผมจะเขียนหนังสือเล่มนี้สำเร็จได้อย่างไร ถ้าขาดแรงบันดาลใจ”
ถ้าผมเดินไปเรื่อยๆ จนเจอแรงบันดาลใจของคุณ ผมจะบอกแรงบันดาลใจของคุณว่า
ขอให้มี “แรงบันดาลใจ... สู่ พฤติกรรมสุขภาวะ”
ยอดเยี่ยมครับ..ผมมาเป็นกำลังใจให้หนังสือของคุณ สำเร็จเร็วที่สุด
ขอบคุณมากครับคุณ Songkram อ่านตอนที่ 2 ต่อนะครับ