แล้วการพูดคุย สันทนาการ และสนทนากินพร้อมๆกันไป ใครอยากเผยตัวเองก็บอก ไม่อยากบอกก็ไม่ถาม

      "ได้ปรายหน้าบท  มาบอกเรื่อง ถึงเวลาได้ลงโรงเล่นเรื่อง"เขาเจ็ดยอด" แล้วโหม่ง ปี่ ตีฉิ่ง บรรเลงเพลงหนังตะลุง "

      สิ้นเสียงคำว่า....ไป นายหัวเลิศก็เดินนำหายไปในป่าพง  เราแบ่งงานกันแบบ"มาฆะบูชา*มองตารู้ใจ รู้ว่าใครจะทำอะไร ไม่ต้องบอกต้องใช้ นายหัวเลิศ นำหน้า  นะไรอยู่กลางคอยระวังทั้งหน้าและหลังไม่ให้พลัดหลง  ผู้เขียนอยู่หลังคอยระวังเก็บตก คนที่เดินไม่แข็งแรง(รวมทั้งตัวเอง ที่น้ำหนัก 84 กก.อายุ 57 ฝน  ซ้ำมีโรคประจำตัวตามประสาผู้สูงวัย)สองสามรายการ

     ทุกครั้งที่เดินป่า นายหัวเลิศ จะไปถึงที่พักแล้วเตรียมที่พักไว้ ทีมอยู่หลังไปถึงก็ผูกเปลได้เลย   ผู้เขียนกับน้องเดินแบบสบายๆ  พบเห็นอะไรก็แนะนำ ต้นไม้ใบหญ้า น้องก็เก็บภาพไว้ทุกระยะ  บางครั้ง นะไรต้องรอเร่งให้เราไปให้ทันตามที่ชันชี*ว่าคืนแรกจะไปนอนกันที่หนานสน  เดินควนลงห้วยหลายควนหลายห้วย   เลยเวลาเที่ยง นายหัวเลิศ กับคุณเอกนั่งรอกินข้าวเที่ยงอยู่ริมลำห้วย  ผู้เขียนบอกหนานเกียรติว่า"เอกไม่น่ารอริมห้วยเลย"  ผู้ชายไม่ชอบ)ฮ่าๆๆๆ  ข้าวเหนียวไก่ทอด ไก่สเต๊ะ และแจ่วบองซากี้ ตามด้วยกาแฟคนละจอก*คงอิ่มไปถึงมื้อเย็น  บุหรี่หมดมวนนายหัวเดินนำโดยไม่บอกกล่าว

     ฝนเริ่มหนาเม็ดขึ้นจึงหยุดเตรียมป้องกันเสื้อผ้า ข้าวของในเป้ เพราะบางคน บรรจุเสื้อผ้าลงเป้ไม่ได้ใส่ลงในถุงป้องกันน้ำ  นะไรนำถุงดำมาให้จัดการสัมภาระกันใหม่  แล้วทุกคนก้มีเสื้อคลุมกันฝนเดินต่อท่ามกลางสายฝน สักพักหลังฝนตก น้ำเริ่มเปลี่ยนสีจากใสสวย เป็นแดงขุ่น นายหัว   นำตัดขึ้นควนหนีน้ำ  มาลงห้วยอีกทีที่"อ่าวต้นไฟ"พักนี้ก่อน"*.....สั้นๆมีความหมายตามสไตส์นายหัวเลิศ  ....

  นายหัวรื้อเป้เอาสัมภาระออกมากาง ฟรายชิทให้ แล้วบอก"น้ำข้นพันนี้ปลาออกจากวัง เดียวเราได้กินปลาสดกัน "ตัดไม้ทำคันเบ็ดแล้วหาเหยื่อแมลงตามก้อนหินเป็นเหยื่อปลา ให้ทุกคนจัดการผูกเปล ก่อนค่ำ ผู้เขียนจัดการก่อไฟหุงข้าว  บอกซากี้ ช่วยหาฟืน ซากี้ จัดการที่ผูกเปลให้หนุ่มๆ  คุณน้อง ผูกเปลข้างกองไฟใกล้ที่หุงข้าว

       เมนูอาหารง่ายๆที่คุยกัน  น้องเอกจะต้มยำปลากระป๋อง  คุณน้องผูกเปลเสร็จอาสาหุงข้าวกับหม้อสนามให้  นัยว่ามีทักษะจากป่าต้นน้ำพะโต๊ะ แล้วล้วงไข่จากในถุงกร็อบแกร็บ  ผลปรากฎไข่แตกหลายใบ  น้องบอกว่าทอดไข่เพิ่มอีกอย่าง ผู้เขียนจึงเสนอเมนูไข่เพื่อสุขภาพ"ลดเค็มลดมัน"  จากทอดมาเป็นไข่กวนหรือไข่คน โดยการเอาไข่แตกมาใส่ในหม้อเติมเกลือนิดหนึ่ง แล้วเอาขึ้นตั้งไฟ กวนจนไข่สุกมีกลิ่นหอม ก็ได้ไข่เพื่อสุขภาพมาเพิ่มอีกหนึ่งรายการ  

      นายหัว เรียกให้ผู้เขียนไปเอามะไฟป่ามาปรุงอาหารแทนส้มต่างๆ มะไฟต้นนี้มีมีลูกให้คนเดินป่าได้กินตลอดปี บางครั้งโชคดีมีผลสุกให้ได้ลิ้มรสด้วย ทุกครั้งทุกหนเป็นต้องปรุงอาหารด้วยมะไฟป่า แต่วันนี้เห็นผู้ร่วมเดินป่าเป็นชาวพารามาจากบางกอก จึงไม่ได้คิดถึงเมนูมะไฟป่า อีกอย่างการที่จะข้ามห้วยไปที่ต้นมะไฟในยามน้ำเหนือหลากผู้เขียนหวั่นจะต้านแรงน้ำไม่ไหว ตัดสินใจเรียก  ซากี้มาเป็นเพื่อนพร้อมกับ น้องเอก มาชิมมะไฟกันที่ต้นให้น้องเอกเก็บภาพไว้นำมาฝากพี่น้อง  .....

   แล้วน้องเอกก็จัดการทำต้มยำมะไฟปลากระป๋อง และยำปลากระป๋องมะไฟป่า   ส่วนน้องหนานขอแสดงฝีมือกระหล่ำผัดเกลือ  เป็นอันว่ากับข้าวมื้อนี้หรูเลิศ ประเสริฐศรี มีกระหล่ำผัดเกลือเพื่อสุขภาพ ต้มยำมะไฟป่าปลากระป๋อง ปลากระป๋องยำมะไฟป่า ไข่คนแก่(ไข่ผู้เฒ่ากวน)  ปลาแมวหูดำ*กับปลาเหลนทอดจากลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา  ให้หนานลองชิม มะไฟจิ้มมันกุ้ง* เห็นบอก  หรอยๆๆ* 

    ฝนยังไม่หยุดตก โปรยมาตลอด กินข้าวเสร็จตามด้วยกาแฟกับขนมปัง เจ จากคุณน้องถั่วเขียวต้มของนะไร แล้วการพูดคุย สันทนาการและสนทนากินพร้อมๆกันไป ใครอยากเผยตัวเองก็บอก   ไม่อยากบอกก็ไม่ถาม  หลายครั้งที่เดินป่ามาด้วยกัน คุ้นชินสนิทสนม แต่ลืมถามชื่อออกบ่อยไป 

     แล้วผู้เขียนก็เริ่มรายการ นิทานรอบกองไฟให้ทุกคนได้คุ้นชินกันมากขึ้น  ทั้งนิทาน และปริศนาคำทายรอบกองไฟ ผู้เขียนพบเซียนซากี้ เรียกว่าทุกดอกทุกเม็ดเด็ดสาระตี๋นี้คือรายการที่บอกว่าสามนาทีหลัง ฟังและจับประเด็นเอาเองเรื่องไหนเรื่องจริง เรื่องไหนเรื่องอำกัน

    เกือบเที่ยงคืนเวทีเลิกลาไปไม่ต้องบอกกล่าว เรื่องเล่าจึงยุติ  เมื่อข้างกองไฟเหลือผู้เขียนกับนายหัวเลิศ สนทนากันถึงแผนการเดินทางว่าอยากให้ผู้มาเยือนได้เห็นได้เก็บเกี่ยวรอบริมทางมากกว่าการเดินเร่งรีบเพื่อให้ถึงยอดเขา  แล้เราสองคนก็เอาผ้ายางมาปูเอาผ้าขาวม้าม้วนทำเป็นหมอน นายหัวเลิศ เข้าถุงนอนเอาหัวชนกันริมกองไฟ   ผู้เขียนนอนนึกถึง บทกวี "ข้างกองไฟ" ที่..".เวท"ได้บรรยายเอาไว้ว่า..........

"เวลายังเลื่อนไหล      ความเป็นไปก็เปลี่ยนแปลง  

 ชายชราล้าเรี่ยวแรง    ระริกร่างอยู่กลางลาน   

 ผิงไฟในคืนหนาว   เล่าเรื่องราวสู่ลูกหลาน 

  กี่พบประสบการณ์   กี่ทุกข์ยากที่ตรากตรำ"..........

 

 

 

*แบ่งงานแบบมาฆะบูชา    =แบ่งแบบไม่นัดหมาย เหมือนพระสงฆ์มาบวชพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย  

*ชันชี   =ตกลง สัญญาใจ

*จอก  อีกคำคือพล้อ  = คือแก้วน้ำ 

*พักนี้กอน   คืนนี้นอนที่นี้  

*ปลาแมวหูดำ   ต่างกับปลาแมวหูขาว ตรงที่หูและความมันความอร่อย  

*มันกุ้ง   = คือหัวกุ้งที่เอามากวนเหนียวเป็นครีม

*หรอย    =อร่อย