วันที่ ๒๔ ต.ค. ๕๒ เป็นวันทำพิธีเซ่นไหว้บิดา  และทำบุญเลี้ยงพระเพล ที่บ้านของน้องชาย  

          ก่อนจะไปถึงบ้าน เราแวะเข้าไปดูบริเวณที่เขาจัดให้เป็นที่ดูนก (เหยี่ยว) อพยพ    ที่อู่ตะเภา ตรง ก.ม. ๕  เลี้ยวซ้ายเข้าไป ก.ม. เศษๆ    มีเต๊นท์และเวที ติดป้ายไว้    มีคนมาดูนกเกือบสิบคน   เตรียมกล้องถ่ายรูปและกล้องดูนกพร้อม   แต่ไม่มีนกบินมาเลย   ผมไปเล่าให้น้องชายฟัง    น้องชายบอกว่าไม่มีหรอก เพราะลมเปลี่ยนทิศแล้ว  

          น้องชายอธิบายว่า นกอพยพมาจาก ๒ ที่   กลุ่มหนึ่งมาจากประเทศจีน บินเลียบชายฝั่งตะวันออกของอ่าวไทยลงมา    เพื่อลงต่อไปมาเลเซีย ไปสิ้นสุดที่ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์   อีกกลุ่มหนึ่งมาจากภูเขาหิมาลัย บินเลียบชายฝั่งทะเลอันดามันลงใต้    มาบรรจบกับกลุ่มแรกที่ชุมพรนี้    เพื่ออาศัยลมส่งให้บินร่อนลงไปทางใต้โดยไม่ต้องกระพือปีกออกแรงมากนัก 

          พิธีไหว้แบบจีน และพิธีสวดและเลี้ยงพระ ก็เหมือนปีก่อนๆ    ที่ต่างคือสถานที่ปรับปรุงใหม่   เพราะบ้านน้องชายต้องรื้อส่วนหน้าออกไป เตรียมให้ถนนขยายเป็น ๔ เลน    ทำให้พื้นที่แคบลง    และปีนี้เรามีหลานเขยเพิ่มขึ้น ๓ คน   มาร่วมงานทั้ง ๓ คน 

          หลังเลี้ยงพระ ก็เป็นการเลี้ยงในครอบครัวและญาติมิตร    เราพูดกันว่า ทุกปีต้องมีอาหารประจำตระกูล คือแกงไก่เหมงมะพร้าว กับแกงเหลืองหัวมะพร้าว    น้องสะใภ้ผู้ทำหน้าที่แกงเหมงมะพร้าวบอกว่า    มีเคล็ดลับที่จะแกงให้อร่อยที่ได้จากแม่   คือต้องเคี่ยวเครื่องแกงนาน เคี่ยวด้วยหางกระทิ และใส่เนื้อไก่   หัวมะพร้าวเป็นภาษาบ้านผม หมายถึงยอดมะพร้าวส่วนที่อ่อน สีขาว   เอามาแกงหรือผัดกิน อร่อยมาก

          การทำบุญประจำปี เป็นกิจกรรมทางสังคมในครอบครัวที่ลูกหลานมาก    ที่ทำให้แม่ไม่เหงา   ปีหน้าแม่จะมีอายุ ๙๐ ปี   ปีนี้ดูแม่จะแข็งแรงขึ้นกว่าปีที่แล้ว   ปีหน้าเรานัดวันทำพิธีวันเสาร์ ที่ ๒๓ ต.ค. ๕๓   พวกเราที่เป็นลูกชายและอายุมากแล้ว เห็นโลกมามาก ก็ช่วยกันสร้างความมั่นคงในครอบครัว    ช่วยกันแนะนำลูกหลาน   และช่วยกันสร้างความสัมพันธ์ที่ราบรื่น    ผมแม้จะเป็นพี่คนโต แต่ได้ชื่อว่าไม่เอาไหนในเรื่องจุกจิกในครอบครัว    น้องชายคนถัดไปเขาเอาใจใส่และทำหน้าที่ได้ดีกว่ามาก

          ตอนเย็นคณะของผมไปเที่ยวหาดภราดรภาพ และหาดทรายรี    ไปพบพลับพลา ร. ๕ ที่สร้างอย่างสง่างามบนเขาริมทะเลหาดภราดรภาพ    เป็นสถานที่ตั้งพลับพลารับเสด็จ ร. ๕ ในวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๔๓๓   โดยตกเย็นก็เสด็จโดยเรือเล็กเข้าไปตามแม่น้ำท่าตะเภา    ไปค้างแรมที่จวนข้าหลวงชุมพร   รุ่งขึ้นทรงช้างไปยังเมืองกระบุรี   

          ผมพยายามหาทางไปชมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร    ที่มีวิวหมู่เกาะสวยงามมาก   แต่หลงทางไปทางคลองอีเล็ด และวนกลับมาสู่ทางที่จะกลับมายังเมืองชุมพร 

          เรากลับมากินข้าวต้มที่ร้านข้าวต้มยาใจ ที่หน้าโรงแรม   เป็นข้าวต้มขาว กินกับกับข้าวจานละ ๑๐ บาท   กินกัน ๕ คนเป็นเงิน ๒๑๐ บาท   รสชาติใช้ได้

          ช่วงนี้เป็นเทศกาลกินเจ   กิจกรรมกินเจที่ชุมพรครึกครื้นพอใช้   ตกกลางคืนมีการแห่และจุดประทัด   มีการติดโปสเตอร์ทั่วเมือง โดยมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์   ที่โรงเจของมูลนิธินี้มีอาหารเจเลี้ยงฟรีด้วย  

๒๕ ต.ค. ๕๒
          ก่อนกลับกรุงเทพเราแวะไปลาแม่   และป้าอี๊ดไปเอาต้นไม้คือบอนสีของน้องสะใภ้ด้วย   น้องชายให้ต้นมะเดื่อชุมพรผมมาต้นหนึ่ง    สำหรับเก็บลูกกินกับน้ำพริก   น้องชายอีกคนหนึ่งเอาส้มโชกุนและมังคุดกวนมาฝาก   เราแวะที่บริเวณพ่อตาหินช้างเพื่อซื้อกล้วยเล็บมือนางมาฝากคนทางกรุงเทพ   ที่จริงน้องชายเขาให้มาแล้วหลายหวี   แต่สมาชิกในคณะต้องการมากกว่านั้น 

          ลูกสาวคนโตหมายมั่นปั้นมือจะไปกินอาหารเที่ยงที่ร้า

นเรือนวารี ที่สมุทรสงคราม   แต่เขาเองที่ทำให้เราออกเดินทางช้า    เราจึงมาเที่ยงที่ อ. ท่ายาง  จ. เพชรบุรี   และทุกคนก็ต้องการเขาไปซื้อขนมทองม้วนที่ร้านทองม้วนทิพย์เป็นของฝาก   รวมทั้งลูกสาวคนรองต้องการเอาของฝากไปให้เพื่อนที่นั่น   ซื้อแล้วรีบเดินทางต่อไปเพชรบุรีเพื่อกินก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋น/หมูตุ๋น   และซื้อขนมหม้อแกงแม่กิมไล้เจ้าประจำของเรา    สาวน้อยถามย้ำเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ไปซื้อขนมหม้อแกงแม่กิมไล้เจ้าอื่น   คนขาย (คนประจำตามเคย) บอกว่าฝีมือไม่เหมือนแน่นอน    ขนมหม้อแกงแม่กิมไล้เจ้านี้ แม่กิมไล้ (อายุ ๗๕ แล้ว) ทำเอง   วันนี้เริ่มตั้งแต่ตี ๔  เพิ่งได้นอนพักเมื่อหลังเที่ยงนี้เอง   พร้อมทั้งชี้ให้ดูแม่ที่นอนอยู่  

          เรากลับถึงบ้านเวลา ๑๕.๓๐ น. พร้อมของเต็มท้ายรถ

 

รถประจำทางสาย ปากน้ำ - ชุมพร

แบบที่ผมเคยนั่งสมัยเด็กอายุ ๑๐ ขวบ ยังเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน

 

พลับพลา ร. ๕ ที่หาดภรากดรภาพ 

 

 

 

สุดทางของหาดภราดรภาพเป็นหมู่บ้านประมงเล็กๆ

 

 

พิธีเซ่นไหว้บิดาผู้ล่วงลับ

 

 

พิธีสวด ทำบุญเลี้ยงพระพิธีสวด ทำบุญเลี้ยงพระ

 

 

แม่ถ่ายรูปร่วมกับลูกชายทั้ง ๖

 

 

แม่กับส่วนหนึ่งของหลานและหลานเขย

 

 

น่าเสียดายที่ต้นไม้อายุกว่า ๓๐ ปีเหล่านี้จะต้องถูกโค่นเพื่อขยายถนน

 

 

9 ป้ายและปะรำบริเวณที่ทางจังหวัดจัดให้ดูเหยี่ยวอพยพ

 

 

นักดูนกผู้ผิดหวัง เช้าวันที่ ๒๔ ต.ค. ๕๒

 

 

วิศวกรจากจุฬาเปิดร้านขายน้ำแข็งใส ประกอบการสังสรรค์ในหมู่พี่น้อง คืนวันที่ ๒๓ ต.ค.

 

วิจารณ์ พานิช
๒๙ ต.ค. ๕๒