ผมหยิบหนังสือ Intuition ของ Osho แปลเป็นไทยว่า ปัญญาญาณ (การเรียนรู้แบบปิ๊งแว้บ) โดย ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด เจ้าเก่าชาวโกทูโนว์เรานี่แหละครับ ผมหยิบยกเรื่องการสนทนามา ดังนี้ ครับ ......................... การสนทนาที่แท้จริงจะหายไปหากเราเต็มไปด้วยระบบความเชื่อต่างๆ ท่านจะสนทนาได้อย่างไร ในเมื่อท่านเต็มไปด้วยความคิดที่เห็นว่ามันถูกต้องที่สุดแล้ว ขณะที่ท่านกำลังฟังคนอื่นอยู่นั้น จริงๆแล้ว ท่านไม่ได้ฟัง ท่านแกล้งทำเป็นฟัง เพราะท่านรู้อยู่แล้วว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง ท่านเพียงแต่รอว่าคนนั้นจะพูดจบเมื่อไร แล้วท่านก็จะโดดเข้าตอบโต้โดยทันที นั่นไม่ใช่การสนทนา ผู้ที่มีความเชื่อต่างกัน ไม่มีทางที่จะเกิดบทสนทนาที่แท้จริงได้ ความเชื่อทำลายมิตรภาพ ความเชื่อทำลายความเป็นมนุษย์ ความเชื่อทำลายการสนทนา ดังนั้น หากท่านต้องการจะได้ยินและฟังอะไรก็ตาม ท่านจะต้องทิ้งระบบความเชื่อทั้งหมดก่อน ความเชื่อทำให้เราเป็นคนใจแคบ ความเชื่อทำให้เราหยุดแสวงหา ........................... ครับ การสนทนาที่แท้จริง มาจากการฟังอย่างลึกซึ้ง ที่จะต้องวาง "ความเชื่อ" ของตัวเองลงก่อน การพูดหลายๆครั้ง ที่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะต่างคนต่างพกความเชื่อกันมาเต็มเปี่ยมครับ และก็กอดความเชื่อของตัวเองเอาไว้แน่น การสนทนาจึงไม่เกิด ผมว่าเรามาลองวาง "ความเชื่อ" ของตัวเองก่อนพูดคุยกันดีใหมครับ จะได้เกิดการสนทนาอย่างแท้จริง ถอยมาสักก้าว ทะเลก็สวย ฟ้าก็ใส ครับ
สวัสดีค่ะ...
การสนทนา เราต้องเป็นผู้ฟังที่ดีและผู้พูดที่ดี และวิเคราะห์เพื่อสรุปผลค่ะ...
ตรงวิคราะห์และสรุปผลนี่แหละครับ สำคัญ
ความเชื่อลักษณะนี้ขาดปัญญากับกับ
เลยเข้าข่ายมิจฉาทิฏฐิขอรับ..
หลักธรรมแต่ละหมวด
ความเชื่อจะมาคู่กับปัญญาเสมอ..
สาธุขอรับท่านรอง..
เป็นลักษณะของความเชื่อที่คับแคบ ประเภท Mental model หรือ ชุดความคิดเดิมที่ฝังใจมา
จะเทียบกับความเชื่อที่ขาดปัญญา ก็น่าจะได้นะครับ
ขอบคุณครับ
ดีที่สุดที่ได้เรียนรู้มา ความเชื่อ ความศรัทธาอย่าไปแตะต้อง
ทุกคนพกความเชื่อติดตัวมา เหมื่อนที่ท่านพูด จริง จริง
หากเรารู้ว่าเขาเชื่ออย่างไร ก็ควรพูดเรื่องนั้น
หากเรารู้ว่าเขาเชื่ออย่างไร ก็ควรพูดเรื่องนั้น
ผมว่าดีเหมือนกันนะครับ
ขอบคุณครับ
หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรกของ OSHO ที่ผมซื้ออ่าน หลังจากนั้นก็ติดงอมแงมเกือบทุกเล่ม โดยเฉพาะของอ. ประพนธ์ หลังจากอ่านจบผมได้เข้าใจถึงหลักการเรียนรู้ได้อย่างลึกซึ้งขึ้น ว่าต้องไม่สร้าง "กรอบ" ครับ ปัญญาญาณ (Intuition) ไม่ได้เกิดจากการคิด เพราะมันจะเกิดขึ้นมาเองเมื่อจิตสงบ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผมในบันทึกนี้ผมคิดว่า เหมือนกับการเชื่อมโยงไปยังการละความเชื่อระหว่างการสนทนา (แสดงความคิดเห็น) คือ ปล่อยวางให้จิตสงบ ทำให้ผมรู้สึกว่าเกิดการเรียนรู้ก็ลึกซึ้งมากขึ้นไปอีกครับ
สวัสดีค่ะท่านรอง
ว่าจะไม่มาเยี่ยม...แค่ก็คิดถึงนะ...พรุ่งผ่านพ้นการประเมินนักเรียนพระราชทาน ต่อด้วย สมศ.จะเข้าวันที่ 26-30 พย. นี้ เลยเหนื่อย...มั่ก มาก
* ที่เคยพูดมากๆ เลยหดเหลือสั้นๆ สมองมันตื่น กลับบ้านดึกทุกวัน....มาขอกำลังใจจากผู้นำคนดีนะ... ให้ได้ไหมเนี่ย ฮ่า ฮ่า
* หิวข้าวแล้ว จะกลับดีกว่า...บายค่ะท่านรอง
มาขอบคุณที่ไปเยี่ยม blog บ่อยๆ ค่ะ
ชวนไปเที่ยวปายด้วยค่ะ
วางความเชื่อลงเสียก่อน จึงจะสนทนากันได้ถึงแก่นแห่งเนื้อนั้น
ขอบคุณมากครับ
* ปัญญาญาณ (Intuition) ไม่ได้เกิดจากการคิด เพราะมันจะเกิดขึ้นมาเองเมื่อจิตสงบ
* การละความเชื่อระหว่างการสนทนา (แสดงความคิดเห็น) คือ ปล่อยวางให้จิตสงบ ทำให้เกิดการเรียนรู้ก็ลึกซึ้งมากขึ้นไปอีก
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเสริมเติมเต็ม
ไปเที่ยวปายเผื่อบ้างนะครับ
ขอบคุณครับ
* ความไม่เชื่อก็ทำลายการสนทนา(ความไม่เชื่อผู้อื่น)"..
ขอบคุณมากครับ
การประเมินนักเรียนพระราชทาน ต่อด้วย สมศ.
งาน "หิน" ทั้งนั้นเลยนะครับ
ขอเป็นกำลังใจให้ผลงานออกมาตามที่ตั้งใจไว้ครับ
มันก็คือ dialougeค่ะ ตัดลำเอียง อคติไป หยุดพิพากษาผู้อื่นค่ะ ให้หันมาพิพากษาตนเอง เอามาจากท่าน อ.วรภัทร์ค่ะ
* มันก็คือ dialouge
* ตัดลำเอียง อคติไป หยุดพิพากษาผู้อื่นค่ะ ให้หันมาพิพากษาตัวเอง
ขอบคุณมากครับ เชื่อมโยงไปถึงดอกอะไร
ไดอะลอก ผวนเป็น ดอกอะไร ยิ่งทำให้นึกถึงหนังสือ อ. วรภัทร์ค่ะ
สุดยอดคะ