การเห็นของบุคคลหนึ่ง ไม่อาจให้ปีกแก่บุคคลอื่นขอยืมได้

          บันทึกนี้ขอนำปรัชญาชีวิต ของ คาลิล ยิบราน ว่าด้วยการสอน

 

 

       "ไม่มีมนุษย์ใด   อาจเปิดเผยสิ่งใดแก่เธอได้  นอกจากสิ่งที่ได้นอนซบเซาอยู่ก่อนแล้ว  ในขณะรุ่งอรุณแห่งปัญญาของเธอเอง

 

       ครูผู้เดินอยู่ภายใต้ร่มเงาโบสถ์  ในท่ามกลางสานุศิษย์  มิได้ให้ปัญญาของท่าน   แต่ให้ความเชื่อมั่นและความรักแก่ศิษย์

 

      ถ้าท่านเป็นปราชญ์อย่างแท้จริงแล้ว ท่านจะไม่นำเธอก้าวล่วงเข้าสู่เคหาสน์แห่งปัญญาของท่าน  แต่จะนำเธอไปสู่แทบธรณีแห่งดวงจิตของเธอเอง

 

       นักดาราศาสตร์  อาจกล่าวไห้เธอฟังถึงความเข้าใจของเขาต่อท้องฟ้า  แต่เขาก็ไม่อาจหยิบยกความเข้าใจอันนั้นให้แก่เธอได้

 

      นักดนตรี  อาจร้องทำนองเพลงทั้งหลาย  อันมีอยู่ในห้วงเวหาให้เธอฟัง  แต่เขาไม่อาจให้โสตอันสดับจับทำนอง หรือ สำเนียงอันร้องสะท้อนรับทำนองนั้นแก่เธอได้

 

     ผู้ชำนาญทางคณิตศาสตร์  อาจบอกถึงมาตราการวัดและระบบการชั่งวัดทั้งหมดแก่เธอ  แต่เขาก็ไม่อาจนำเธอก้าวเลยไปจากนั้น

 

     เพราะว่า การเห็นของบุคคลหนึ่ง  ไม่อาจให้ปีกแก่บุคคลอื่นขอยืมได้

 

     และดังเช่นที่เธอแต่ละคน  ยืนโดดเดี่ยวอยู่ในปัญญาของพระเป็นเจ้า  ก็จำเป็นที่เธอแต่ละคนจะต้องยืนอยู่เฉพาะตน  ในขณะเมื่อมีปัญญาหยั่งรู้ถึงพระองค์ และ ปัญญาหยั่งรู้พื้นพิภพ"

 

 

      ครับ  จากปรัชญาว่าด้วยการสอนของ คาลิล ยิบราน   ก็พอจะสรุปได้ว่า

 

      1.   เป็นการสอนแบบ Child centered

 

      2.  นั่นคือ    ครูเป็นผู้จัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน  "เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง"   ครับ   ไม่สามารถสอน หรือ บอก หรือ ยัดเยียดความรู้ให้เขาได้

 

      3. ครูจึงเป็น "กัลยาณมิตร"  เพื่อให้ผู้เรียนเกิด "โยนิโสมนสิการ" ครับ