คำว่า “มะเร็งที่ตับอ่อน” ฟังดูแล้วมันช่างน่ากลัวจริงๆ มันคือสิ่งที่จะมาทำให้ "งานเลี้ยงนี้ ต้องเลิกลา" หรือ?
            เช้านี้ในระหว่างที่ขับรถมาทำงาน ผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนนักเรียนที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัย ม.ปลาย เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนที่สนิทกันค่อนข้างมาก เป็นกลุ่มเพื่อนที่มีการติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ มีการนัดเจอกันประมาณปีละ 2-3 ครั้ง ต่อเนื่องยาวนานมาเป็นเวลา 36 ปีแล้ว ในการเจอกันแต่ละครั้งก็ช่างเป็นบรรยากาศที่สนุกสนาน เป็นการพูดจาที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และการเย้าแหย่กันอย่างมีความสุข . . . 
 
            แต่สิ่งที่ผมได้รับแจ้งในเช้าวันนี้ เป็นสิ่งที่ผมไม่ได้คาดคิดมาก่อน เพื่อนในกลุ่มที่ผมสนิทมากคนหนึ่งเป็น “มะเร็งที่ตับอ่อน” ถึงขั้นที่ต้องนอนอยู่ในโรงพยาบาล(ที่ต่างจังหวัด) แล้ว ผมฟังแล้วรู้สึก “หวั่นไหว” ไปกับข่าวที่ได้รับแจ้ง พูดอะไรไม่ออก ได้แต่นัดกันว่าจะขับรถไปหาเพื่อนในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้. . . เป็นความรู้สึกที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไร ถึงแม้จะไม่ใช่ญาติพี่น้อง แต่ก็เป็นคนที่ผมใกล้ชิดมากคนหนึ่ง ถึงช่วงหลังเราสองคนจะค่อนข้างยุ่งกับงาน จนทำให้ไม่ค่อยมีเวลาได้เจอกัน แต่นี่คือเพื่อนที่ผมรู้จักมาตั้งแต่สมัยเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา แม้แต่ตอนที่มาสอบเข้าโรงเรียนเตรียมฯ เราก็ยังได้มาอยู่ห้องเดียวกัน อีกทั้งยังเลือกที่จะนั่งเรียนติดกันตลอดชั้น ม.ศ. 4 (เทียบเท่าชั้น ม. 5 ในปัจจุบัน) อีกด้วย
 
            ผมไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร เราจะช่วยอะไรเพื่อนได้บ้าง คำว่า “มะเร็งที่ตับอ่อน” ฟังดูแล้วมันช่างน่ากลัวจริงๆ มันคือสิ่งที่จะมาทำให้ "งานเลี้ยงนี้ ต้องเลิกลา" หรือ? ชะตาชีวิตของเพื่อนผมกำลังตกอยู่ในเงื้อมมือของมันหรือ? มันเป็นสิ่งเดียวกันกับที่ผมอ่านในหนังสือ “The Last Lecture” หรือเปล่า?  มันทำให้ความคิดของผมสับสน จนผมรู้สึกไม่อยากจะคิด (ปรุงแต่ง) อีกต่อไป . . . ผมจะรอจนกว่าได้ “มีเวลา” พูดคุยกับเพื่อนในวันอาทิตย์นี้ . . .