อำนาจเป็นที่มาของอนุสาวรีย์แห่งความทุกข์และไม่มีความสุขของผู้อื่น

 

 

                     ในสมัยที่สรรพสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้สามารถสื่อสารกันได้ สมัยนั้นคนก็เป็นจ้าวโลกแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับคน ใครจะอะไรอย่างไรก็ต้องมาขอคน แต่คนก็คือคน...ชอบหาความวุ่นวายมาให้ตนเองและสังคมเสมอ โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากผู้ใด...ก็ฉันอยากจะทำนี่ใครจะทำไม ??? ส่วนเรื่องหูเบาละก็ต้องยกให้คนไปอีกอย่าง โดนหลอกเสมอเพราะหลงลูกยอแต่ก็ไม่เข็ดหลาบ....อิอิ...อันนี้ติดมาจนถึงปัจจุบัน

 

 

                    ในยุคนั้น...มีวัวหนุ่มสาวคู่หนึ่งอาศัยอยู่ในชุมชนร่วมกับสัตว์อื่น ใกล้ ๆ กับที่คนอาศัยอยู่ วันนี้มีการประชุมกัน โดยมีคนเป็นท่านประธาน สรรพสัตว์ทั้งหลายเป็นผู้ร่วมประชุม ท่านประธานก็มีเรื่องแจ้งให้ทราบหลายเรื่อง ผู้เข้าร่วมประชุมก็ตั้งใจฟังกันอย่างดี ผ่านวาระที่ ๑ และวาระที่ ๒ ไปด้วยดี จนถึงวาระที่ ๓ เรื่องที่ต้องพิจารณา ก็มีเรื่องให้ผู้เข้าร่วมประชุมที่นั่งฟังเหมือนมีการทำรายการสดออกทีวีทำหน้าตื่นเต้นอีกครั้ง

                    โดยท่านประธานได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องจะให้วัวพันธุ์ใหม่เข้ามาอาศัยในชุมชนด้วย พร้อมบรรยายถึงสรรพคุณและความดีมากมาย

                    ครั้นฟังจบผู้เข้าร่วมประชุมต่างก็ได้แต่พากันส่ายหน้า ท่านประธานก็รีบรวบรัดสรุปว่าให้เขามาอยู่ชั่วคราว ซึ่งเขาจะเข้ามาในวันพรุ่งนี้ แล้วบอกเลิกประชุม....ฮิฮิ..อันนี้ก็คุ้นๆ นะ

                    ข้างผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหลาย ต่างก็รู้สึกผิดหวังและเสียใจที่ประธานไม่ให้มีการออกความเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม ด่วนสรุปแล้วรีบปิดประชุมเหมือนมีนัยแอบแฝง แต่ก็ไม่แสดงอาการอะไร ต่างพากันแยกย้ายกลับที่พัก

 

                    เช้าวันรุ่งขึ้น แขกของชุมชนก็มาเยือนตั้งแต่เช้า โดยมีท่านประธานมารับรองและพาแนะนำให้ผู้อยู่ในชุมชนรู้จัก เขามีร่างกายอันสูงใหญ่ ทุกย่างก้าวของเขาแอบแฝงไว้ด้วยพละกำลังที่มากมายมหาศาล

                    จนมาถึงบริเวณที่วัวหนุ่มสาวยืนและเล็มหญ้าอยู่ พลันสายตาของผู้มาเยือนก็แปรเปลี่ยนไปจากที่ดูเฉื่อยชาเรื่อยเปื่อย กลายเป็นสายตาที่หยาดเยิ้มชุ่มฉ่ำ เขามายืนหน้าวัวหนุ่มสาวที่ดูตัวเล็กลงทันทีชนิดที่ไม่อาจเทียบเคียงกันได้เลย

                    เสียงหัวเราะเบา ๆ ของคนก็ดังขึ้น และหันมาพูดกับกลุ่มในชุมชนที่รายล้อมอยู่ “ เห็นไม๊...ความแตกต่างของทั้งสองฝ่าย ต่อไปในภายภาคหน้าเราจะมีสมาชิกสายพันธุ์ที่แข็งแรงกว่าทุกวันนี้ “ ว่าแล้วก็ผลักวัวสาวให้เดินเคียงคู่กับแขกผู้มาเยือนไปยังสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ให้แขกพัก

                    สมาชิกของชุมชนต่างก็วิ่งกรูเข้ามาหาวัวหนุ่มซึ่งยังคงยืนงงอยู่ ต่างก็พูดปลอบใจว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก วัวหนุ่มได้แต่พยักหน้าเพราะไม่สามารถขัดความต้องการของท่านประธานได้ ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมกันก็ตาม

                    หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปวัวหนุ่มสาวไม่มีโอกาสได้พบเห็นกันเลย จนแขกผู้มาเยือนกลับไปแล้วก็ไม่มีวี่แววของวัวสาว

                    วัวหนุ่มได้แต่ยืนรอจนกระทั่งสมาชิกในชุมชนทนกันไม่ได้ พากันไปยังที่พักของแขก และได้เห็นวัวสาวนอนร้องไห้น้ำตารินจมกองเลือดอยู่ หลังจากได้ตรวจดูก็รู้ว่าโดนทำร้ายจนขาหลังทั้งสองข้างหัก คงเป็นเพราะรับใช้แขกแล้วเขาคงไม่ได้ดังใจ จึงช่วยกันปฐมพยาบาลและพามายังที่พักของวัวหนุ่มสาว ส่วนท่านประธานตามมาทีหลังพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะกับความไม่แข็งแรงของวัวสาว

 

                    คืนนั้นสมาชิกทั้งหมดในชุมชนได้มารวมตัวกัน ต่างผลัดกันพูดถึงความโหดร้ายและการเอาแต่ใจตัวของท่านประธาน จนถึงเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น จึงได้ร่วมกันตั้งจิตสาบานต่อหน้าตะวันยามเช้าว่า “ต่อไปสัตว์ทุกชนิดจะไม่พูดกับคนอีกเป็นอันขาด จนชั่วลูกชั่วหลาน“

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า” อำนาจเป็นที่มาของอนุสาวรีย์แห่งความทุกข์และไม่มีความสุขของผู้อื่น”