ผู้เขียนเรียนตีขิมแบบสัมผัส กับครูน้อยเป็นเวลา ปีเศษแล้ว จนครูให้ใบประกาศรับรอง ว่าเป็นผู้ผ่านหลักสูตร ใช้เครื่องมือ และตีขิมแบบสัมผัสได้ ผู้เขียนเป็นศิษย์คนที่ ๒๙ ที่ครูออกใบรับรองให้ จากลูกศิษย์ที่ครูสอนหลักสูตรนี้ ร่วม ๔๐๐ คน แต่ผู้เขียนก็ยังไปร่ำเรียนกับครูอยู่ประจำ เพราะรู้สึกว่า ดนตรีไทย ไม่ได้จบเพราะใช้เครื่องมือเป็น ทำเพลงได้ แต่ความไพเราะของแต่ละเพลง ทำให้ผู้เขียน อยากเรียนรู้ต่อไปว่า การบรรเลงที่พิเศษยิ่งๆขึ้นไป และถ้าไม่ฝึกไม่เรียนก็จะไม่มีวันรู้เลย เขาเรียกว่า เรียนการบรรเลงเพลงชั้นสูงขึ้น
นอกจากนี้ ครูน้อยยังเป็นเสมือนตำราประวัติศาสตร์เล่มใหญ่ และผู้รู้ลึกซึ้งถึงขนบธรรมเนียมประเพณีไทยแท้ คำสอนของครูน้อย ทำให้ผู้เขียนเพิ่งจะรู้ตัวว่า ความเป็นไทยนั้น เป็นเช่นไร มิใช่แค่เพียงพูดภาษาไทยได้เท่านั้น
ทุกครั้งที่จะเริ่มเล่นเพลง ครูต้องเล่าประวัติเพลง ประวัติผู้แต่ง เป็นการเจริญคุณเสมอ และเพลงที่ผู้เขียน สามารถบรรเลงได้เป็นเพลงลำดับแรกๆนั้น คือเพลง"ลาวดำเนินเกวียน"
หลายคนคงไม่คุ้นหู แต่ถ้าจะบอกว่า ต่อมาเพลงนี้ ได้ถูกเรียกตามเนื้อร้องว่า "ลาวดวงเดือน" รับรอง รู้จักกันเกือบทุกคน เป็นเพลงอมตะ และไพเราะเสนาะโสตเป็นอย่างยิ่ง นอกจากทำนองที่อ่อนหวาน อ้อยสร้อยแล้ว เนื้อหาในเพลงฟังแล้วพลอยทำให้ใจประวัติไปถึงบุคคลที่รัก คนที่อยู่ในดวงใจเสมอมา แต่ต้องพรากจากกันตลอดไป ครูน้อยเล่าให้ผู้เขียนฟังดังนี้
เพลงนี้เป็นพระนิพนธ์ ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม พระราชโอรสลำดับที่ ๓๘ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๕ พระองค์เป็นนักเรียนนอกจบจากประเทศอังกฤษ กลับมารับราชการ ที่ต้องมีการไปราชการต่างถิ่นเสมอ ครั้งหนึ่งทรงได้พบรักกับเจ้าหญิงชมชื่น ณ เมืองเชียงใหม่ ทรงผูกสมัครรักใคร่เป็นอย่างยิ่งในเวลาต่อมา ครั้งเมื่อทรงให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอ กลับถูกทัดทาน ด้วยเหตุผลนานาประการ เป็นอุปสรรคในความรัก ที่สร้างความโศกาดูรเป็นอย่างยิ่ง และทรงรู้พระองค์ว่า จะไม่มีวันสมปราถนา ครั้งหนึ่งเมื่อทรงไปราชการ ประทับเกวียนอยู่ในกลางคืนเพ็ญ ด้วยความรักและคิดถึง เจ้าหญิงชมชื่น จึงทรงนิพนธ์เพลง ลาวดำเนินเกวียน ในคืนนั้น
ด้วยพระทัยที่ผูกพันธ์ และทรงแสดงถึงความรักและคนึงหา เนื้อเพลงและท่วงทำนอง จึงเป็นที่ประทับใจแก่ผู้ได้ยินได้ฟังตลอดมา ไม่ว่าจะทรงบรรเลง หรือให้ข้าราชบริภารบรรเลงคราใด ก็ตราตรึงใจผู้ฟังเสมอ
ไม่ปรากฏว่า ทรงพระนิพนธ์เพลงใดอีก
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม เป็นศิลปินที่ยอดเยี่ยม ทรงพระนิพนธ์ จากห้วงหทัย ที่ทรงกลั่นกรองออกมาเป็นบทเพลง อมตะตราบเท่าทุกวันนี้
ทรงมีพระชนมชีพ อยู่ต่อมาอีกไม่นาน นับจากวันได้พบรัก และพลาดหวัง รวมเวลาได้ ๗ ปี ณ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๔๒ พระองค์ชายก็สิ้นพระชนม์ เพราะพิษไข้ป่า ด้วยพระชนมายุเพียง ๒๘ พรรษา
นับได้จนบัดนี้ ๑๐๐ ปีพอดี แต่เพลงลาวดำเนินเกวียน หรือดาวดวงเดือนนี้ ก็ยังเป็นที่นิยม และตราตรึงในบทพระนิพนธ์ เช่นเดิม
ร่วมเฉลิมฉลอง ๑๐๐ ปี เพลงลาวดวงเดือน ด้วยการฟังเพลงกันสักครั้งนะคะ และนำมาฝากด้วยการบรรเลงจากขิมค่ะ
http://www.phrapiyaroj.com/diawkhim/page2.html
มาร่วมเรียนรู้ประวัติเพลง "ลาวดวงเดือน" ค่ะ
ทั้งๆที่ร้องเพลงนี้และเคยเล่นดนตรีอังกะลุงได้เป็นอย่างดีตอนเรียนมัธยม
แต่ไม่เคยทราบประวัติลึกซึ้งขนาดนี้
โชคดีมากค่ะที่มีครูดีนะคะ
ขอบคุณมากสำหรับบันทึกสาระดีดีนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณครูอี๊ด
คุณครูก็เป็นคนรักดนตรีเหมือนกันนะคะ
คนไทยเหมาะกับการดนตรีไทยทุกคน
ครูน้อยเป็นครูที่ดีมากๆค่ะ
ถ่ายทอดเรื่องราวและวิชาการดนตรีให้
วันไหนไปเรียนก็รู้สึกสุขใจ
เพราะจะได้รับรู้เรื่องราวในอดีตของไทยเราด้วย
อีกทั้งขนบธรรมเนียมต่างๆที่ถือปฏิบัติกันมา
จะหาเวลาทะยอยเล่าสู่กันฟังค่ะ
สวัสดีครับคุณหมอ
อยากจะไปเรียนเหมือนกัน...ยังหาเวลายาก...จนกว่างานนี้จะเสร็จ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะนายช่างใหญ่
ดนตรีเหมาะสำหรับทุกคน
วันที่บรรเลงเพลงได้
วันนั้นก็จะรู้ค่าว่า
.....อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป
ย่อใช้ได้ดั่งจินดาค่าบุรินทร์.....
ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณครูยังรับสอนอยู่หรือเปล่าคะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณศศิ
ขออภัยที่เข้ามาตอบช้านะคะ
คุณครูน่าจะยังรับสอนส่วนตัวอยู่
ดิฉันก็คิดว่าจะไปเรียนเพิ่มเติม
ไปด้วยกันไหมคะ
ติดต่อทางเมล์นะคะ