เมื่อวานได้ยินโยมพูดถึงเรื่องความรัก

แล้วพูดขึ้นมาว่า..อกหักดีกว่ารักไม่เป็น..

ต่อมอยากสอดในตัวธรรมฐิตมันกระเพื่อมขึ้นมาทันที

เลยพูดกันยาวเลย

เช้านี้เลยขอริบังอาจเพื่อนพ้อง GTK  เขียนเรื่องความรักสักนิด

หลายคนมักพูดว่าความรักนี้มีค่าสูงสุดในชีวิต 

หากขาดเธอหรือเขาฉันคงอยู่ไม่ได้ 

ชายรักหญิงหรือหญิงรักชาย

ช่างโรเมนติกเหลือเกิน
ความรักคือการเสียสละ  คือการให้  คือการไม่เห็นแก่ตัว 

เป็นสิ่งที่เราเคยได้ยินได้ฟังจากหนังละคร

หรือในที่ต่างๆจนชินหู
ความรักเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์

ที่ทุกชีวิตต้องเรียนรู้เพื่อแสดงออก
แต่ทว่าบางครั้งหากเราสังเกตให้ดี..

การที่ใครคนหนึ่งมอบความรักให้ใครคนหนึ่ง

ที่แท้..ก็เพื่อตัวของเขาเอง..
เพราะโดยส่วนมากมักคิดว่าเมื่อรักเขาแล้ว

เขาต้องรักเราตอบด้วยนะ

เมื่อการณ์ไม่เป็นไปดังหวัง 

จึงเกิดอาการท้อแท้เศร้าโศกาหรือเรียกว่า..อกหัก..ขึ้นมา

บางคนถึงขั้นทำให้ตัวเองหายไปจากโลกในพริบตาทีเดียว


หากเป็นดั่งนั้นที่พูดว่า..ความรักไม่มีข้อแม้..

เมื่อความรักไม่ใช่เพื่อความเห็นแก่ตัวเองแล้ว

แล้วทำไมจึงเป็นเยี่ยงนั้นไปได้เล่า
มีมากต่อมากเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมักพูดให้ตนสบายใจ

หรือได้รับการปลอบใจจากคนรอบข้างว่า

...อกหักก็ยังดีกว่ารักไม่เป็น...

ประโยคนี้แหละที่ธรรมฐิตขอค้านด้วยการยกสองมือเลยแหละ..

(อย่าคิดว่าพระไม่รู้เรื่องความรักนะ)
เพราะสาเหตุที่ค้านนะหรือ

อาการอกหักแท้ที่จริงแล้ว

มันเกิดขึ้นเพราะรักไม่เป็นต่างหาก

ใครค้านยกมือขึ้น

(เพราะธรรมฐิตก็เคยอกหักมาแล้ว ใครหนอช่างใจร้าย)

การที่เราหรือใครนั้นจะรักให้เป็นก็ต้องเข้าใจตระหนักรู้กระบวนการทำงานของความรักให้ถ่องแท้ก่อนว่าไหมละ


เพราะบางครั้งความรักที่เกิดขึ้นอยู่นั้นอาจจะเป็นเพียงอาการ

..ความลุ่มหลง..เท่านั้น
บางคู่รักจนปานจะกลืนกินแต่พอฤทธิ์แห่งความ..ลุ่มหลง..สิ้นแรง

ก็มองหน้าดูตากันไม่ได้

แล้วจะเรียกว่าความรักได้ยังไง..

บางคู่แม้ผมจะขาว หนังจะเหี่ยว คิ้วจะย่น

ก็สามารถยิ้มรับกันได้ย่างดูดดื่มแม้เหลือแต่เหงือกแดงๆ

นี่สิรักโดยไม่มีข้อแม้อย่างแท้จริง..

ดังนั้นคำว่า..อกหักดีกว่ารักไม่เป็น..

เป็นเพียงคำพูดของคนที่ไม่เคยรู้จักกระบวนการทำงานของความรัก

และเขาไม่สามารถจะรู้ได้ว่าความรักคืออะไร...

อาจมีบางคนกำลังคิดในใจอยู่ว่า

..แล้วท่านธรรมฐิตรู้รึว่าความรักคืออะไร..

ธรรมสวัสดีขอรับ