สถิติ ระบาดวิทยา
หนังสือสถิติกับการประยุกต์ใช้ทางระบาดวิทยา...เป็นการนำประสบการณ์จริงในด้านการใช้สถิติสำหรับการดำเนินงานทางระบาดวิทยา(เฝ้าระวัง/สอบสวน/ศึกษาทางระบาดวิทยา)...เป็นความรู้แฝง(Tacit)ที่สะสมมาตลอดการทำงานและควบคู่กับผู้เขียนสำเร็จการศึกษาป.โทด้านชีวสถิติและกำลังเรียนป.เอกอยู่ รวมทั้งประสบการณ์การทำงานทางระบาดวิทยา การอบรม การสอน การเป็นวิทยากรสอน SRRT 31 รุ่น และอื่นๆอีกมากมาย...จึงได้ถ่ายทอดองค์ความรู้(Tacit+Explicit)ออกมาสู่สาธารณชนเพื่อใช้ประโยชน์ในวงการสาธารณสุขหรือเกี่ยวข้อง...ท่านผู้ใดสนใจโปรดติดต่อ [email protected]
ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ ผมได้ส่งเมล์ไปแจ้งความจำนงค์ด้วยแล้วครับ
ชายขอบ http://gotoknow.org/profile/chinekhob
เทอมหน้าต้องเรียนต่อ ป.เอกในสาขาระบาดวิทยาค่ะ ทั้งๆ ที่ไม่มีความชอบเลย เพราะกลัวสถิติที่สุดเลย ทำอย่างไรดีคะ แต่ชอบเนื้อหาทางด้านสาธารณสุขและมนุษยวิทยาค่ะ แนะนำน้องด้วยนะคะ
เรียนที่ไหนครับ เป็นหลักสูตรที่ผมชอบมาก แต่ด้วยเหตุผลที่ไกลบ้าน เลยเปลี่ยนทิศทางตัวเอง ...สำหรับสถิติทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ เป็นเรื่องที่จำเป็นจริงๆ ก่อนอื่นต้องทำใจให้ชอบก่อน ไม่ต้องกลัว แล้วจะเห็นว่าเป็นศาสตร์ที่น่าติดตาม อีกอย่างเราเรียนหลักการประยุกต์ใช้ที่เหมาะสม ไม่ต้องกังวลการพิสูจน์ทฤษฎี เริ่มหาหนังสือที่เป็น SPSS เช่น ของอาจารย์กัลยา วานิชย์บัญชา มาฝึกการตรวจสอบข้อมูล การวิเคราะห์ และแปลผล เป็นต้น หรือไปอ่านวารสารแล้วหัดวิจารย์สถิติว่าเหมาะสมกับงานวิจัยหรือไม่ แล้วค่อยย้อนไปศึกษาที่มาของสูตร หรือไม่ก็แสวงหาการอบรมสถิติวิจัยที่ไหนไปที่นั่น จะทุ่นเวลาในการอ่านอย่างมหาศาล เพราะวิทยากรแต่ละท่านเขามีการเตรียมตัวจากหลายเล่มแน่นอน แถมด้วยประสบการณ์ที่เป็น Tips แต่ละท่านอีกต่างหาก ถ้าข้องใจบางประการก็ปรึกษานักสถิติ หรือ เมลล์มาที่ผมก็ได้ยินดีเป็นวิทยาทาน
ยินดีที่รู้จัก คุณสุรีรัตน์ นะครับ
แนวทางการเขียนโครงร่างการวิจัย Dr. CHANCHAINARONG SONGKASRI……………………………………………………………………………………………………….บทนำ การวิจัย คือ กระบวนการค้นหาความรู้ ข้อเท็จจริง อย่างมีระเบียบ มีกฎเกณฑ์ในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และแปลความข้อมูล เพื่อแสวงหาคำตอบ สำหรับคำถามหรือประเด็นการศึกษาที่ตั้งไว้ ด้วยกระบวนการ อันเป็นที่ยอมรับ ในแต่ละสาขาวิชา ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ นิยมใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพราะเชื่อว่าวิธีนี้มีความถูกต้อง เชื่อถือได้มากที่สุด โดยทั่วไปก่อนที่นักวิจัยจะทำการวิจัย จะต้องมีการวางแผนงานเกี่ยวกับเรื่องที่จะทำการวิจัยไว้ล่วงหน้า การเขียนโครงร่างการวิจัย (Research proposal) นอกจากจะทำให้ผู้วิจัยทราบขั้นตอนและรายละเอียดในแต่ละขั้นตอนของการทำวิจัยแล้ว ยังใช้เป็นเครื่องมือในการพิจารณาขออนุมัติทำวิจัย หรือขอทุนสำหรับทำวิจัยอีกด้วย เพื่อให้ผู้พิจารณาอนุมัติเชื่อว่า การวิจัยที่จะทำนั้นมีระเบียบวิธีการวิจัยที่ดี มีความเป็นไปได้ในการทำวิจัยให้สำเร็จ และประโยชน์ สมควรได้รับการอนุมัติให้ทำการวิจัยได้ สิ่งสำคัญที่สุดในการเขียนโครงร่างการวิจัยที่ดี ก็คือความรู้และความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของผู้ที่จะการวิจัยว่าจะทำวิจัยเรื่องอะไร มีวัตถุประสงค์อะไร จะใช้ระเบียบวิธีการศึกษาอะไรและอย่างไร และงานวิจัยนั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง ซึ่งหากผู้ที่ทำวิจัยไม่มีความชัดเจนในเรื่องต่างๆเหล่านี้แล้ว ก็ยากที่จะเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยที่ดีได้ องค์ประกอบของโครงร่างการวิจัย โครงร่างการวิจัย ควรมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้ 1. ชื่อเรื่อง 2. ความสำคัญและที่มาของปัญหาการวิจัย 3. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 4. คำถามของการวิจัย 5. ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 6. สมมติฐาน และกรอบแนวความคิดในการวิจัย 7. ขอบเขตของการวิจัย 8. การให้คำนิยามเชิงปฏิบัติที่จะใช้ในการวิจัย* 9. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย 10. ระเบียบวิธีวิจัย 11. ระยะเวลาในการดำเนินงาน 12. งบประมาณค่าใช้จ่ายในการวิจัย 13. บรรณานุกรม 14. ภาคผนวก* 15. ประวัติของผู้ดำเนินการวิจัย* ไม่จำเป็นต้องมีทุกโครงการ
ดิฉันจบป.ตรีสาธารณสุขศาสตร์บัณฑิตค่ะ กำลังจะเรียนต่อโทแต่ยังไม่รูว่าจะเรียนอะไร คิดว่าตอนนี้สนใจสาขาระบาดค่ะ อยากได้คำแนะนำค่ะและพี่คิดว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรคะถ้าจบสาขานี้ ดีหรือไม่ ตอนนี้หนูทำงานอยู่สำนักงานสาธารณสุขจ.ปทุมธานีค่ะ เพิ่งย้ายมาพอดีได้บรรจุที่ปทุมธานี ขอบคุณค่ะ