“เปิดห้องเรียนสู่โลกกว้าง ให้ทุกอย่างเป็นครู”
Key word นี้เป็นความจริงหรือ
เรื่องนี้น่าจะขึ้นอยู่กับวิธีอธิบาย
คุณครูที่เก่งๆจะมีทักษะการอธิบายเรื่องต่างๆให้น่าสนใจ
ชวนมองเรื่องธรรมดาๆให้เห็นเป็นเรื่องพิเศษ
เพื่อบ่มเพาะการสังเกตให้ฝังลึกลงในพื้นที่จินตนาการของลูกศิษย์
เมื่อพัฒนาการเขยิบขึ้นตามลำดับ
จะนำไปสู่วิธีคิดวิธีมองวิธีวิเคราะห์และวิธีสังเคราะห์
วิธีเรียนของเด็กแต่ละคนจะเป็นสิ่งติดตัวตลอดไป
คุณครูควรจะมีกลยุทธการอธิบายให้สิ่งต่างๆกระโดดโลดเต้นได้
การเรียนลักษณะนี้ให้สนุกน่าจะเดินเรียนแล้วละครับ
นอกจากสมุดปากกาไว้จดบันทึกแล้ว
ถ้ามีกล้องถ่ายรูปติดมือไปด้วยละเยี่ยมเลย
ผมตื่นมาตอนเช้า มองไปที่เชิงชายบ้าน เห็นหอยทากตัวเล็กปีนเกาะอยู่สูงใกล้กับกระเบื้องหลังคา มันน่าแปลกไหมละครับ เท้าก็ไม่มี บันไดก็ไม่มี ปีนขึ้นที่สูงๆได้อย่างไร อยากจะทักว่า..ปีนขึ้นไปทำไมเจ้าทากน้อย อย่าตอบนะว่าอกหัก ไต่ขึ้นไปสูงๆเพื่อที่กระโดดลงมาประชดกิ๊กใจร้าย!..
(ลูกกลมๆคนใต้เรียกว่า"โหม่ง" คนภาคอีสานเรียก "ดิ่งพสุธา")
เดินลงชานบ้านไปไม่กี่เมตร เห็นลูกเหรียงหล่นลงมานอนเอ้งเม้งที่พื้น ดูรูปร่างแล้วคล้ายกับไม้ตีกลอง มีปุ่มหัวกลมๆ ..เหรียงเป็นไม้จากเมืองใต้ เนื่องจากเป็นไม้ต่างถิ่นจึงปลูกไว้ข้างๆบ้าน เพื่อสดวกติดตามการเจริญเติบโต เจ้าไม้ชนิดนี้โตเร็วสมใจนัก อายุ20ปีต้นสูงใหญ่ มีรากออกเป็นแผงเบียดคานบ้าน แม่บ้านเป็นห่วงเกรงว่าจะทำบ้านเสียหาย ปีที่แล้วกิ่งหักทับหลังคากระเบื้องกระเจิงไปหลายแผ่น หลายคนออกความเห็นว่าน่าจะโค่นทิ้ง แต่ผมรักเจ้าต้นไม้จากแดนใต้เสียแล้ว ชอบที่มันโตวันโตคืน จึงตอบว่า..ผมยินดีย้ายบ้านแทนการตัดโค่นต้นไม้ บ้านใช้เวลาปลูก6เดือนก็เสร็จแล้ว แต่ต้นไม้กว่าจะโตขนาดนี้ได้ ต้องใช้เวลาถึง20ปี ใครมาเห็นก็ถามนี่ต้นอะไร? ถ้าตัดออก..จะมีต้นอะไรไว้ให้ใครๆสนใจเรื่องต้นไม้ละครับ
(เท้าเล็กๆของมด เดินย่ำจนเห็นรอยขาวๆตลอดทาง)
เดินต่อไปอีก 4-5ก้าว ไปเจอทางเดินมดคันตัวเล็กๆ คงจะอพยพย้ายถิ่นฐานเมื่อคืนนี้ มดหนอมด..เท้าเล็กๆกระจิดเดียว ใครเคยสังเกตเท้ามดไหมครับ เส้นทางที่เราเห็นเป็นร่องทางยาว ไม่ทราบว่ามีเท้ากี่หมื่นกี่แสนเท้าเดินผ่าน ในส่วนของระบบนิเวศน์ป่า ปีนี้มีมดนานาชนิด มากกว่าทุกปีอย่างน่าแปลกใจ มดกำลังบอกอะไรมนุษย์ก็ไม่รู้นะครับ ไม่ทราบว่าปี้นี้หรือปีหน้าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติอะไรบ้าง
ห่างออกไปไม่มากนัก มองเห็นลูกมะพร้าวออกหน่อตั้งวางอยู่บนพื้น ลองยกดู..มีรากทะลุลงในดินแล้ว แสดงว่าถ้ามีความเหมาะสม มะพร้าวหล่นลงมาตามธรรมชาติก็สามารถงอกเองได้ จากปรากฏการนี้ มะพร้าวได้บอกเราว่า..ถ้าจะปลูกฉันอย่าฝังฉันลึกนะ ขุดหลุมตื้นๆสักครึ่งลูกก็พอแล้ว มองไปที่ต้นมะพร้าวสูงชะลูด จะเห็นทางมะพร้าวยาวหลายเมตร มีใบริ้วเป็นแฉกออก2ข้าง โอนไหวไปมายามต้องลม ลักษณะของใบสมดุลกับความความสูงแต่ไม่ต้านลม ทำให้ยืนต้นอยู่ได้อย่างมั่นคง มะพร้าวได้สอนเราเรื่องความยึดหยุ่น แม้แต่มะพร้าวก็มีโชคอัพตามธรรมชาติ คนเราก็ไม่ควรทื่อๆ เดินเอาหัวชนกำแพงเมืองจีน ถึงจะสวมหมวกกันน็อคก็เถอะ!
ข้างๆกันมีต้นตาลอายุประมาณ12ปี รูปทรงของใบตาลจะเป็นทรงกลม มีก้านใบแข็งแรงซ้อนประสานกันขึ้นไปเป็นชั้นๆ ที่โคนต้นจะมีลักษณะโตกว่าลำต้นช่วงบน ต้นตาลมีใบแตกต่างจากมะพร้าว แต่ลำต้นสูงชะลูดเช่นเดียวกัน แต่ระบบราก-ลำต้น-ใบแตกต่างกัน แสดงว่าไม้แต่ละชนิดมีจุดอ่อนจุดแข็งแตกต่างกัน จุดที่แตกต่างเหล่านี้ละครับ เป็นโจทย์ที่น่าทำวิจัยนอกชั้นเรียนยิ่งนัก คุณครูบูรณาการได้กับทุกวิชา แม้แต่วิชาวรรณคดีไทย..
“อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก
แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย
ลมอะไรพัดไหวมาใกล้กราย
ทำให้ตายใจได้หนอสายลม”
วันนี้เดินได้สัก 34 ก้าว ก็สายแล้ว
ขออนุญาตไปเด็ดผักก่อนนะครับ
วันหลังจะชวนเดินใหม่ถ้าชอบ อิ อิ..
สวัสดีคะพ่อครู
รับความรู้สึกชื่นชมธรรมชาติเหมือนเดินตามพ่อครูไปเก็บผักและมะม่วง
โอ้โฮ มาเร็วจัง ดีใจที่ชอบ อิอิ
เรียน ครูบาสุทธินันท์
วันนี้ผมเอาเรื่องราวที่ครูบาเขียนเกี่ยวกับ อาหาร อากาศ อารมณ์ ไปเล่าให้ชาวบ้านฟัง มีหมออนามัยร่วมด้วย
คุณหมอยังให้การสนับสนุนแนวคิดท่าน ชาวบ้านสนใจฟังจนถึงเที่ยงครับ จึงตามมาขอบคุณครับ
พ่อคะ .... เดินช้าแบบนี้ดีจังค่ะ ทำให้คนอื่นได้เรียนรู้ไปด้วยค่ะพ่อ
วันหลัง พอลล่าจะลองเดินดูหัวใจตัวเองบ้างคะพ่อ แล้วจะมาเล่าสู่พ่อฟังค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ย้ายบ้านเมื่อไหร่บอกด้วยนะคะ อิอิ
สวัสดีครับท่านครูบาสุทธินันท์
สามารถนำเรื่องราวใกล้ตัว และใกล้รั้วมาเป็นเรื่องของการเรียนรู้ได้ดีมากเลย
ทำให้ผมคิดว่าบางครั้งเราเสียเวลานั่งรถไปเสียไกลแสนไกลเพื่อศึกษาเรื่องราวบางเรื่อง จนบางครั้งเราลืมความรู้ที่อยู่ริมรั้วหรือใกล้บ้านของเราเอง
ขอบคุณสำหรับความรู้ในวันนี้ครับ
ดีใจที่อาจารย์พรชัยนำไปใช้ประโยชน์
พอลลา จะย้ายบ้านสินเดือนนี้ อิอิ
บินหลา ถ้าอาจารย์ชอบก็ยินดีนัก
มาช่วยแก้ไขข้อมูลครับ ไอ้ที่กลมๆสีเหลืองนั่นไม่ใช่ลูกมันครับ ทางใต้เรียก "โหม่ง" เป็นส่วนดอกที่จะแตกฝักต่อไป แต่บางทีมันก็ร่วงมาก่อนเหมือนกับฝักสะตอ เราเห็นสะตอเป็นพวง พวงสะตอก็มาจาก "โหม่ง"นี่แหละครับ ลูกเหรียงก็เป็นพืชตระกูลเดียวกับสะตอ แต่วิธีกินแตกต่างกัน เพราะเม็ดมันเป็นสีดำแข็งอยู่ในฝัก จึงต้องเอาเม็ดมันมาสับตรงปลาย แล้วเอามาเพาะมันจะงอกออกมาแบบถั่วหัวโต จากนั้นก็เอามาแกง กินสดๆเป็นผักเคียง หรือเอามาดอง ครับ
ขอบคุณจาดหนัก คนใต้ก็รู้เรื่องใต้ๆดีอย่างนี้ละครับ
โปรดทำความเข้าใจตามนี้ด้วยก็แล้วกัน
เอาไว้เดือนธันวาคสจะไป"กอด" ขอบคุณ" อิอิ
ขอบคุณมากค่ะ พ่อครู
ได้อ่านสาระเรื่องราวจากธรรมชาติที่พ่อครูแบ่งปัน ได้แง่คิดที่ดีมาก สื่อการเรียนการสอนดีๆ มีในธรรมชาติรอบกาย
จะขอน้อมนำแนวคิดพ่อครูไปแบ่งปันและเป็นแนวทางให้กับลูกศิษย์ค่ะ