อารยธรรมสินธุมีความเจริญรุ่งเรืองมานานเกินกว่า 3 พันปี

อารยธรรมอินเดีย 4

ช่วงนี้มีเรื่องเล่าจากตอนที่แล้วถึงภาพรวมการเปลี่ยนผ่านทางอารยธรรมอินเดียเริ่มต้นจากยุคโบราณมาจนถึงปัจจุบัน  อาจแบ่งได้เป็น 3 ช่วงคือ ช่วงจารีต  ช่วงการรับอิทธิพลทางตะวันตก  และช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มาจนถึงปัจจุบัน 

ในช่วงจารีตนั้นเป็นช่วงที่มีอารยธรรมสำคัญที่สุดอาจแบ่งออกได้อีกเป็น 3 สมัยคือ  สมัยอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ  สมัยอารยัน  และสมัยมุสลิม

ในสมัยอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุนั้น   ถือว่าเป็นอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดที่ค้นพบได้ในอินเดียมีที่ตั้งของการขุดค้นทางโบราณคดีอยู่ในเขตประเทศปากีสถานแรกพบคือเมืองฮารัปปา  อยู่ในแคว้นปัญจาบ  และเมืองโมเฮ็นโจดาโร  ตั้งอยู่ในแคว้นซินว์ ( สินธุ )   เพราะช่วงนั้นเป็นดินแดนของอินเดีย 

 ผู้ทำการขุดค้นคือ เซอร์  จอห์น  มาร์แชล ( Sir  John  Marshall ) ในความเจริญของเมืองโมเฮ็นโจดาโรนี้ใช้อิฐก่อสร้างเป็นอิฐเผา เพราะบริเวณนี้ไม่มีหินมาก่อสร้างได้ การใช้อิฐเผาจะทนต่อสภาพน้ำท่วมแถบนี้ได้ด้วย

 และเป็นเมืองวางผังอย่างเป็นระบบมีถนนมีคูระบายน้ำจัดไว้อย่างเป็นระเบียบมีภาพปฏิมากรรมเป็นรูปคนดั้งเดิมเข้าใจว่าเผ่าชนมิลักขะก่อนเผ่าชนอารยันจะรุกเข้ามายึดครองอินเดียมีอักษรภาพยังคงเป็นปริศนาอยู่เพราะยังหาคนอ่านไม่ได้

เมื่อมองความเชื่อแล้วในช่วงอารยธรรมสินธุนี้เชื่อว่ามีแนวคิดการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และการทำพิธีกรรมต่าง ๆ แล้วมีปฏิมากรรมบางอย่างคล้ายกันกับอารยธรรมเมโสโปเตเมีย

จากสิ่งที่เห็นเป็นซากเมืองเหล่านี้สื่อถึงความเจริญทางด้านเศรษฐกิจด้วย  มีการทำงานฝีมืออย่าง  การทอผ้า  ปั้นหม้อ  ทำเครื่องประดับ  เครื่องชั่ง  ตวง  วัด  บ่งบอกถึงการคาขายยังต่างเมืองได้

จากหลักฐานที่ถูกค้นพบทำให้ได้ข้อเสนอว่า...อารยธรรมสินธุมีความเจริญรุ่งเรืองมานานเกินกว่า 3 พันปี  ขอบเขตของอารยธรรมสินธุกว้างไกลไปถึงที่ราบสูงในประเทศอิหร่านปัจจุบัน 

 และผู้สร้างเมืองแห่งอารยธรรมสินธุนี้คือคนดั้งเดิมหรือชนเผ่ามิลักขะหรือดราวิเดียน  และการรุกรานของชนเผาอื่นเข้ามาปกครองทำให้สิ้นสุดช่วงแห่งอารยธรรมสินธุนั้นแล