GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

TEAM

อันที่จริงคนเขาอยากให้เราดี แต่ถ้าเราเด่นขึ้นทุกทีเขาหมั่นไส้ จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน" พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ

เพิ่งกลับจากการจัดอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเพิ่มผลผลิต (Productivity Facilitator) ตามโครงการ การเพิ่มผลผลิตภาคอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ศรีปทุมลองสเตย์ วันที่ 24-26 พ.ค.49  ช่วงที่อบรมนั้นในแต่ละวันมีกิจกรรมถึงประมาณ 21.00 น. ถือว่าเข้มข้นเลยทีเดียว เหตุที่กิจกรรมมีลักษณะเหมือนเข้าค่ายนั้น เพราะต้องการให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้การปรับตัวเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่นและรู้จักการทำงานเป็นทีม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับผู้ที่จะทำหน้าที่เป็น Facilitator  หลายๆ คนไม่ได้รู้สึกว่าการปรับตัวหรือการทำงานเป็นทีมเป็นปัญหาสำหรับตน เพราะสามารถพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานได้ทุกคน แต่ข้อมูลแค่ชื่อและตำแหน่งงานไม่ได้เพียงพอสำหรับการทำงานเป็นทีม แต่ละคนมีความชอบ ความคิดเห็น หรือมุมมองที่ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีประสบการณ์มากและความมั่นใจสูง การที่จะทำให้ยอมรับความเห็นของผู้อื่นที่ไม่ตรงกับตนอย่างเต็มร้อยนั้น  บางครั้งก็เป็นเรื่องยาก

พัฒนาการของทีมนั้นต้องเริ่มจาก "ขั้นก่อตัว (Forming)" การที่จะรวมความคิดเห็นที่แตกต่างกันเหล่านั้นให้เป็นกลุ่มก้อน มีการแลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างเปิดเผย และกระตุ้นให้เกิดการมองในมุมต่างๆนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว โดยเฉพาะขั้นนี้มักจะเลือกรวมแต่คนที่มีศักยภาพ ซึ่งจะพาเอาความมั่นใจสูงเข้ามาด้วยเช่นกัน ทีมจะมีประสิทธิภาพได้ต้องมีการสร้างบรรยากาศและกระบวนการเรียนรู้ในทีมด้วย  การรู้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเพื่อนร่วมงาน จะทำให้เราสามารถสานความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นได้ เพื่อลดความขัดแย้งอย่างรุนแรงใน "ขั้นปะทะ (Storming)" หรือการระดมสมอง ต้องเข้าใจก่อนว่าความขัดแย้งเป็นของปกติในขั้นตอนนี้ แต่ต้องรู้จักจัดการกับความขัดแย้งอย่างเปิดเผยและให้เป็นไปในทางบวก ทำให้ต้องมีสื่อกลางที่เป็นนักจิตวิทยาในระดับหนึ่ง เพื่อลดความรุนแรง ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของ Facilitator ที่ต้องมีความเป็นกลาง ไม่แสดงออกในลักษณะมีความเห็นเข้าข้างไปทางฝ่ายใด และต้องไม่ทำตัวโดดเด่นจนทำให้เป็นที่ไม่พอใจของสมาชิกด้วย ถึงจะสามารถไปยัง "ขั้นลงตัว (Norming)"ได้ ซึ่งจะเริ่มง่ายขึ้นมาอีกนิด แต่ต้องเพิ่มเติมกฎพื้นฐาน เช่น "เราจะไม่เปลี่ยนไปพิจารณาเรื่องอื่น หากไม่มีการพิจารณามุมมองในด้านตรงข้ามให้ถี่ถ้วนเสียก่อน" ทีมต้องพิจารณาว่าไม่ได้พึ่งพิงใครคนใดคนหนึ่งมากเกินไป และต้องใช้หมวกต่างสีในการคิด ( เรื่องเล่าจากหมวก 6 ใบ ) เพื่อให้ได้มาซึ่ง "ขั้นได้งาน(Performing)" มาถึงขั้นนี้บทบาทของ Facilitator จะเริ่มลดลง สมาชิกได้มีการทำงานร่วมกันเพื่อค้นหาความท้าทายและฝึกฝนทักษะใหม่ๆ จนกระทั่งฉลองความสำเร็จร่วมกัน ก่อนไปยัง  "ขั้นก่อตัวใหม่ (Adjoining or Performing)"  คือเริ่มกิจกรรมอื่นๆ ต่อไป  โดยต้องขอความคิดเห็นจากสมาชิกถึงวิธีการที่จะรักษาระดับแรงจูงใจ  รวมถึงเน้นย้ำพันธกิจและเป้าหมายของทีม  เพียงเท่านี้การทำงานเป็นทีมก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างงดงาม

 

เหมือนจะเข้าใจแต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมคะ กิจกรรมคราวนี้แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน  การที่จะรวมคน 40 คนซึ่งมาจากต่างที่ ต่างหน่วยงาน ต่างธุรกิจ หลายระดับการศึกษา ให้สามารถระดมสมอง และแสดงความเห็นร่วมกันในกิจกรรมต่างๆได้ภายใน 3 วันนั้น ทำเอาหายใจไม่ทั่วท้องไปตามๆ กัน ทีมงานต้องระดมสมองกันอย่างหนักเพื่อให้ได้มาซึ่งกิจกรรมสานสัมพันธ์  ที่จะสามารถตรึงคนทั้งหมดไว้ได้ และต้องได้รับความรู้กลับไปใช้ประโยชน์ด้วย

การพัฒนาบุคคลากรเป็นสิ่งสำคัญที่จะผลักดันให้องค์กรไปสู่ความสำเร็จ แต่หลายๆ องค์กรต่างก็พบปัญหาเดียวกันคือ  เมื่อจัดฝึกอบรมให้แก่บุคลากรแล้วไม่สามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเต็มที่ เพราะเอาเข้าจริงการปฏิบัติกลับมีอุปสรรคเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะเรื่องคนที่เกิดปัญหากับทุกองค์กร  การตระหนักถึงความสำคัญและตั้งใจจริงเท่านั้น จึงจะพาให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปได้  จากนี้ไปก็ขึ้นอยู่กับว่า Facilitator จะสามารถนำประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ได้ให้เกิดประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): facilitator
หมายเลขบันทึก: 31067
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

เริ่มสนุกแล้วใช่ไหมน้องพอใจ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เล่าขานออกมา มุ่งหน้าฟันฝ่า ความสำเร็จอยู่ไม่ไกล ถ้าเราทำอะไรด้วยใจสนุก แม้เหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็หายเป็นปลิดทิ้ง

ขอบคุณค่ะ คุณ Oscar ค่อยมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย ถ้ามีอะไรผิดพลาด หรือต้องปรับปรุงแก้ไข คงต้องรบกวนอาจารย์ช่วยแนะนำด้วยนะคะ จะได้พัฒนาให้ดีขึ้นต่อๆ ไป

    กลอนบทนี้ยังคงใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยนะครับ มีหนังสือชื่อ "ทำไม TEAM ไม่เวอร์ค" ของปริญญา ตันสกุล เขียนไว้ดีมากครับ และอีกเล่ม "ผู้นำคุณก็เป็นได้" ของ John Maxwell แปลโดยเครือวัลย์  เที่ยงธรรม เนื้อหาเกี่ยวข้องกับการพัฒนาองค์กรครับ

    เป็นกำลังใจให้สานต่อนะครับ ไม่มีองค์กรใดไม่มีปัญหา และทุกปัญหามีทางแก้เสมอ