การสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นก็เป็นเพียงการลงทุนที่จะทำให้ตนเองได้กำไรกลับคืนมานั้นแล.

ช่วงนี้มีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้วเกี่ยวกับทางด้านจริยศาสตร์นั้นจะสนใจในเรื่องของคุณค่า ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูก อะไรคือสิ่งที่ผิด  อะไรคือสิ่งที่ควร  อะไรคือสิ่งที่ไม่ควร  ถ้าเป็นวิทยาศาสตร์จะสนใจข้อเท็จจริง

 แม้จริยศาสตร์ศึกษาด้านพฤติกรรมของคนเราก็จริงแต่คนละด้านกับสังคมศาสตร์ อย่างเด็กนักเรียนมีพฤติกรรมทางเพศก่อนวัยอันควรนี้เป็นสิ่งดีหรือเลว  ควรส่งเสริมหรือควรยุติพฤติกรรมอย่างนั้นอันนี้เราสนใจเรื่องคุณค่า 

 เรากล่าวว่าอาหารนี้มีคุณค่าต่อร่างกายคนเรา  คุณค่าอย่างนี้สื่อถึงประโยชน์ ไม่ใช่คุณค่าทางจริยะ คำว่าดี ความดี สิ่งนี้ดี หรือถูกต้อง  ยุติธรรม หรือควรคือคุณค่าทางจริยะ  อย่างการให้อภัยเป็นสิ่งดีมีคุณค่า  การให้อภัยเป็นสิ่งที่ถูก  การให้อภัยเป็นสิ่งที่ควรทำ

เมื่อย้อนมองต่างมุมคือการกระทำของคนเราตามแนวคิด Egoism  อีกมุมมองหนึ่งสื่อว่า การทำอะไรทุกอย่างของคนเราล้วนเป็นไปเพื่อตอบสนองตัณหาตนเองทั้งนั้น ( เห็นแก่ตัว ) มีการแย่งชิงแข่งขันล้วนเป็นไปเพื่อตนเอง

 พฤติกรรมของคนเรามีผลประโยชน์เป็นแรงจูงใจเหมือนน้ำไหลลงสู่งที่ต่ำ ฮ็อบส์ ( Thomas Hobbes : 1588-15-679 ) กล่าวทำนองว่า...ทุกคนต้องการสิ่งที่ดีสำหรับตนและหลีกหนีสิ่งเลว...

การบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นนั้นคือภาพลวงตาหรือเป็นเพียงการใส่หน้ากาก  เพราะไม่มีการกระทำใดของคนใดที่ไม่เห็นแก่ตัว

 ในมุมคิดของฮ็อบส์มองทำนองว่า...การสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นก็เป็นเพียงการลงทุนที่จะทำให้ตนเองได้กำไรกลับคืนมานั้นแล.