ประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่ช่วงหนึ่งถูกบันทึกไว้ที่ถนนสายนี้...ที่นี่...ถนนที่มีชีวิต

          ผมมีโอกาสไปสัมมนาที่เชียงใหม่เมื่อไม่กี่วันมานี้  ต้องขับรถ(หลวง)ไปเอง  เพราะพนักงานมีน้อย   ไปถึงลำพูนครั้งนี้เลือกที่จะใช้ทางผ่านเมืองลำพูนแม้จะใช้เวลามากหน่อยเพราะทางแคบกว่า  แต่ก็คิดว่าเปลี่ยนเส้นทางบ้างก็น่าจะดี  จึงขอใช้ทางสายเก่า ลำพูน-เชียงใหม่

         ผ่านร้านอาหารดาวคะนองที่หลายท่านหากไปลำพูนต้องแวะทาน  ตอนเป็นนักเรียนอยู่โรงเรียนจักรคำคณาทร ช่วงเย็นๆ จะไปซื้ออาหารร้านนี้เป็นประจำ   สมัยก่อนร้านเก่าจะเป็นร้านเล็กๆ จะตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับร้านในปัจจุบัน เดี๋ยวนี้เจริญก้าวหน้าขยายสาขาใหญ่โต    ผ่านโรงเรียนเก่าที่เคยเรียนอยู่ที่นั่นอย่างมีความสุขตลอด  5 ปี   แต่เมื่อจบมาแล้วก็ยังไม่ได้แวะไปเยี่ยมเยียนอีกเลย  เพราะไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด  เพื่อนฝูงก็มีโอกาสเจอกันน้อยมาก

          ตลอดเส้นทางผ่านเขตอำเภอเมืองลำพูน ผ่านเหมืองง่า  หนองช้างคืน  อุโมงค์ ซึ่งถนนช่วงเขตจังหวัดลำพูนยังพอเห็นต้นขี้เหล็กอยู่บ้าง(ไม่กี่ต้น)  เมื่อก่อนจะเยอะมาก  แต่ด้วยขนาดของต้นที่เล็ก การขยายถนนจึงตัดโค่นลงเกือบหมด  เช่นเดียวกับต้นขี้เหล็กแถบถนนเชียงใหม่-ฮอด เมื่อตอนผมเป็นเด็กยังเคยทันได้เห็น

          แต่พอเข้าเขตของจังหวัดเชียงใหม่รู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อยเพราะต้นยางใหญ่ ยังอยู่ อยู่คู่กับถนนสายนี้มาอย่างยาวนาน  ประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่ช่วงหนึ่งถูกบันทึกไว้ที่ถนนสายนี้...ที่นี่...ถนนที่มีชีวิต   และผมคิดว่ามันกลายเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ไปแล้ว และคงจะมีถนนที่สามารถรักษาเอกลักษณ์ของตัวเองไว้ได้เช่นนี้น้อยมากๆ ในบ้านเรา หรืออาจจะไม่มีแล้ว

   .....ช่างมีความสุข  ที่ได้มีโอกาสขับรถผ่านและชื่นชมกับความยิ่งใหญ่ของถนนสายนี้  แค่ขับรถผ่านเพียงครึ่งชั่วโมงผมได้ย้อนคิดและเห็นภาพของอดีตตั้งมากมายหลายมุมมอง.... จึงขอนำภาพที่หลายท่านอาจคุ้นตามาฝาก...

       

 

 


ถนนสายประวัติศาสตร์..ที่มีชีวิต

 

          "สำหรับผมแล้วถือว่าอาจจะเป็นเพียงไม่กี่อย่างที่เป็นตัวตนของเมืองเชียงใหม่ เพราะหลายสิ่งหลายอย่าง   ได้ถูกสิ่งที่เรียกว่าการพัฒนารุกคืบและกลืนกินไปจนเกือบหมดแล้ว แม้แต่ภาษาที่เราเคยภาคภูมิใจ"

   

 

         สุดถนนที่จะเริ่มเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่...ต้นยางใหญ่หลายต้นที่เคยยืนอย่างสง่างามกำลังถูกตัดรอน และรอวันถูกโค่น...เพราะเขาคงคิดว่า..มันไม่มีประโยชน์อีกต่อไปแล้ว...เพราะเขาลืมประวัติศาสตร์ที่ต้นยางใหญ่ได้เคยเล่าขานไว้มานับร้อยๆ ปี

     ...เขากำลังจะลบประวัติศาสตร์ของตัวเอง...น่าเสียดายครับ หรือว่าผมคิดมากไปเอง

 

สิงห์ป่าสัก....3 พ.ย. 52