
นำภาพมาให้ดูเพื่อคิดกัน เมื่อผมไปอยู่ที่เดลีใหม่ๆ ภรรยาซื้อของใช้เป็นเครื่องซักผ้า ตู้อบ เวลาซื้อก็ไปซื้อตามร้านเล็กๆ ในย่านช๊อปปิ้งหรุ เมื่อกลางปี 2550 นั้นห้างใหญ่ๆ ยังไม่มีในเดลี จะมีก็แต่ร้านเล็กๆ ที่ดูเหมือนตึกแถวบ้านเราแต่จะมีหลายชั้น ทุกชั้นจะมีของขายทุกอย่างที่ห้างสรรพสินค้าจะพึงมี ถ้าจะบอกให้เห็นภาพชัดเจนก็คือในอินเดีย นิยมห้างเล็กๆ แบบห้างบางลำพูยุคแรกเริ่ม ซื้อของใช้แล้วร้านบอกว่ามีบริการส่งถึงที่บ้านเลย คิดเพียงร้อยกว่ารูปี ภรรยาก็คิดว่าสะดวกดี ไม่ต้องขนไปเอง ก็กลับไปรอที่บ้านพัก
ตกบ่าย มีคนมากดที่บ้านพัก บอกเอาของมาส่ง ก็นึกกันว่าคงเอารถขนของหรือรถกระบะเล็กแบบบ้านเรามาส่ง โผล่ไปดูก็ต้องตกใจเพราะที่เห็นคือกระบะไม้ 3 ล้อถีบที่เห็นในภาพ โฮ นี่มันเมื่อสมัยเมื่อ 20 ปีที่บ้านเรานี่ แหม อุตสาห์ซื้อของที่ทันสมัยที่สุด แต่กลับใช้พาหนะส่งของที่โบราณจังเลย
อยู่ไปๆ ก็เห็นแต่การส่งของแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นของทันสมัยหรือใหญ่เพียงใด ทั้งโทรทัศน์ ตู้เย็น คนที่นี่ก็ส่งของโดยใช้พาหนะแบบนี้ทั้งนั้น โดยไม่สนใจความทันสมัยของบ้านเมืองที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว การใช้ 3 ล้อแบบนี้ส่งได้ทั่วเมืองไม่ว่าจะบ้านคนรวยหรือคนจน ก็ใช้ 3 ล้อนี้ละส่ง ถ้าเป็นบ้านเราก็ส่งตั้งแต่สุขุมวิท สาธรยันดอนเมือง แต่คิดไปคิดมา ก็นับว่าประหยัดต้นทุนได้จริงๆ และถ้าไม่ถือสา ก็ส่งของได้เท่าเทียมกัน ที่สำคัญทำให้คนจนมีรายได้ด้วย ช่างเป็นความคิดที่แยบยลมาก

อีกเรื่องหนึ่งเป็นภาพที่สวนสาธารณะเนห์รู สวนกลางนิวเดลีที่สร้างโดยเนห์รู นิวเดลีนั้นเป็นเมืองที่เขียวมาก เพราะมีสวนต่างๆ มากมาย อีกทั้งเทศบาลนครเดลีก็เข้มงวดเรื่องการดูแลและอนุรักษ์ต้นไม้ ภาพที่นำมานี้ จะเห็นว่ามีสิ่งที่น่าสนใจคือเสาไฟในสวน ไม่ใช่ไฟฟ้าธรรมดาแต่เป็นไฟฟ้าที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ กลางวันแดดดี ไม่จำเป้นต้องใช้แสงไฟ แต่เก็บพลังงานเอาไว้ใช้ในตอนกลางคืน เออ ก็ประหยัดไปได้ไม่น้อยทีเดียว
อินเดียให้ความสำคัญกับพลังงานทางเลือกมากและจะส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานทางเลือกในทุกโอกาส ทำให้ทุกวันนี้อินเดียเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าในเรื่องเทคโนโลยีพลังงานลมและแสงอาทิตย์มาก
ไทยเองน่าจะดูเรื่องนี้ให้จริงจังเพื่อที่จะได้ลดต้นทุนต่างได้มาก น่าคิดครับ
มาชมครับ
เห็นภาพพร้อมเรื่องเล่าแล้วให้นึกถึงปรัชญาอินเดียที่สอนเรื่องการใช้ชีวิตเป็นอยู่เรียบง่ายแต่คิดให้สูง...
สวัสดีค่ะ
ตามอาจารย์ยูมิมาชมด้วยคนค่ะ
สวัสดีค่ะท่านเอกฯ
ว้าว วาว วิธีการส่งของที่ติดดินและเท่าเทียมจริงๆค่ะ .. ที่บ้านเราแบบยังยึดติดเรื่องหน้าเรื่องตา ภาพลักษณ์อะไรกันอยู่มังคะ สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์มากสุดคือนายทุน
ชอบไอเดียไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ค่ะ ไม่แน่ใจเรื่องต้นทุนการผลิตที่บ้านเรา ช่วงอยู่เกาะพีพี ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ราคาแพงมากค่ะ ... ภาพคุณแม่จูงลูกน้อย งามมาก ขอบคุณค่ะ
อจ. umi ครับ
คนอินเดียมีพื้นฐานทางความคิดที่ลึกและสูงมาตั้งแต่โบราณแล้วครับ
จึงไม่ผิดเลยที่ใช้ประโยคนี้กับอินเดีย the land of wisdom
ในเมื่อโลกแบนระนาบแล้ว โจทย์จึงอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรให้คนไทย เด็กไทยได้ประโยชน์กับความรู้เหล่านี้ได้ บ้าง
ไม่ใช่ไปตามฝรั่งและโลกตะวันตกอย่างเดียว
ที่จริงภูมิปัญญาของไทยโบราณก็มีที่มาจากชมพูทวีปเหมือนกันครับ
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายกัน
คุณณัฐรดา ครับ
ในโลกนี้ ยังมีประเทศหนึ่งที่ คนไทยมองข้ามไปครับ นั่นคืออินเดีย
ทำให้เสียดายโอกาสต่างๆ โดยเฉพาะความรู้ที่มากมายที่จะได้เรียนรู้
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทาย
คุณ Poo ครับ
ความพอเพียง ความพอดีไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งที่ควรทำเท่านั้น แต่จำเป็นต้องทำครับและต้องช่วยกันทำด้วย
อินเดีย ตั้งใจที่จะจำกัดความเจริญจากโลกภายนอกให้เข้าไปอย่างมีระยะเวลา ไม่เร็วเกินไป
เพียงแค่นี้ ก็เป็นสิ่งที่ประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ คิดสวนทางกับอินเดียแล้ว
ประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลายคิดว่า วัฒนธรรม เทคโนโลยีสมัยใหม่ เงินทุน รับเร็วเท่าไหร่ก็เป็นโอกาสดีเท่านั้น จะได้เจริญเร็วๆ คนก็พยายามที่จะกระโดดตามความเจริญนั้นให้ทัน....จนเกินความพอดีครับ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันครับ