น้ำตาไหลออกมาไม่ตั้งใจ เมื่อได้ลงมือทอดกฐินครั้งแรกในชีวิต

 

 

ฉันเป็นคนไทยที่ไม่รู้จักกฐิน

วิสาสะ ปรมา ญาติ   ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง

                

พระครูนิมิตธรรมปภากร พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ประธานฝ่านสงฆ์

         ผู้เขียนมีความคุ้นเคย มีความผูกพัน กับ พ.อ.สุรเชษฐ์  ลาภวงศ์ ท่านเป็นชาวชลบุรี ที่มีความผูกพันกับวัดธรรมนิมิต บ้านคำแดง ตำบลเดิด อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ซึ่งท่านได้แสดงเจตนาขอเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีที่วัดแห่งนี้ติดต่อกันมายาวนาน ถึง 16 ปี โดยมีวัตถุประสงค์สมทบทุนสร้างอุโบสถเพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนา

                       คุณนายสันทนี  ลาภวงศ์ ผู้รวมใจชาวชลบุรีให้มีศรัทธา

         การต้อนรับของชาวบ้านให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ ตามวัฒนธรรมอีสาน ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับอย่างดี แต่ท่านมักจะขอการต้อนรับแบบเรียบง่าย นอนในศาลาร่วมกับเพื่อนที่มาร่วมทำบุญ คนเป็นผู้ใหญ่มีใจอ่อนน้อม เรียบง่ายไม่มากเรื่อง ยิ่งทำให้คนอื่นศรัทธา ทำให้ได้เรียนรู้ความเป็นผู้ใหญ่ ที่ต้องทำตัวให้เหมือนรวงข้าว ที่โค้งอ่อนลู่ตามลม ผู้น้อยเข้าหาง่าย ย่อมจูงใจให้เขาทำงานให้อย่างถวายชีวิต

                      เรียนรู้และไหว้อย่างไทย เห็นไหมศรัทธายิ้นเบิกบาน

        ศรัทธาตั้งมั่น ยังประโยชน์ให้สูงสุด ท่านเสาะหาวัดที่จะทำบุญ โดยเน้นวัดในภาคอีสาน ตามสายธุดงค์ ซึ่งอริยสงฆ์ อย่าง หลวงปู่ชา จนมาพบวัดธรรมนิมิต ซึ่งเป็นสายเดียวกัน ได้มาพบการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ของพระสงฆ์ เกิดความศรัทธา จึงปวารนาขอจองกฐินเพื่อสร้างอุโบสถ

                            ท่านสุรเชษฐ์  ลาภวงศ์  ดำรงมั่น

                     ทุกคืนวัน    มีศรัทธา       ที่กล้าแกร่ง

                     จึงบอกบุญ  ญาติธรรม    กุศลแรง

                     ขอผลแห่ง  ความดี         มีสุขเทอญ

                                      ผู้นำชาวบ้านผูกผ้าข้าวม้ารับขวัญแขก

           ผู้เขียนหนึ่งในกลุ่มผู้นำชุมชนได้กล่าวต้อนรับ คณะอย่างเป็นทางการด้วยบทกลอนข้างบน คุณนายท่าน คุณสันทนี  ลาภวงศ์ ได้แนะนำชาวต่างชาติให้รู้จัก คือคุณเล็น  โคลเวอร์  เป็นชาวอังกฤษ มาพร้อมกับภรรยาคุณชุติมา  โคลเวอร์ ด้วยความไม่แข็งแรงภาษาอังกฤษ ผมเริ่มด้วยการแนะนำตนเอง บอกว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำงานอะไร(จำได้ตอนเรียนเขาให้สอบแนะนำตนเอง) แต่ปัญหาเรื่องภาษาเหมือนจะผ่อนคลายไป เพราะเขาบอกว่าเวลาพูดไม่ต้องเน้นไวยกรณ์ก็พอเอาตัวรอดไปได้บ้าง ที่สำคัญภรรยาเธอก็ทำหน้าที่เป็นล่ามถ่ายทอดให้ฟัง

          ยุงเป็นเหตุให้ได้ใช้คำกล่าวที่จั่วหัวไว้ว่า ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง ที่วัดยุงชุมคุณเล็น เป็นคนที่แพ้ยุง จึงขอความช่วยเหลือจากผมให้หาโรงแรมให้ ผมเลยชวนให้ไปพักที่บ้านผม เพราะถ้าพาไปในเมืองจะกลับมาทอดกฐินไม่ทัน คืนนั้นจึงได้พูดคุยกัน หลายเรื่อง แต่เรื่องที่คุยกันอย่างออกรสชาติ น่าจะเป็นเรื่องกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล พรีเมียร์ลีค อังกฤษ เพราะผู้เขียนก็ชอบดูอยู่แล้วจึงมีข้อมูลนักฟุตบอล เขาเป็นแฟนแมนยูฯ ส่วนผมลิเวอร์พูล เขาบอกเป็นแฟนคลับที่ไปชมแมนยูฯ ทุกนัด ผมบอกว่ารู้จักนักเตะคนสำคัญเขาจะชอบใจมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมพูดแล้วเขาดูจะชื่นชมมากๆ ก็ โค้ชฟุตบอลทีมชาติไทย รอบสัน เขาก็ชาตินิยมไม่น้อย จึงเกิดแนวคิดว่าการสนทนาที่ออกรสชาติ คือคุยในสิ่งที่คู่สนทนาชอบและสนใจ

       เมื่อเกิดความคุ้นเคยจึงสอบถามถึงเรื่องราวชีวิตความเป็นมา คุณชุติมา เล่าให้ฟังว่าไม่ได้เข้าวัดมาตั้งแต่อายุ 12 ปี อยู่โรงเรียนประจำ เมื่อเรียนจบก็ทำงานสายการบบินและพบรักกับสามี แต่งงานแล้ว ก็ทำงานตามต่างประเทศตลอดเวลา 35  ปี ในที่สุดก็มีหลักแหล่งในอังกฤษจนมีธิดา 2 คน มาเมืองไทยเพียงเพื่อเยี่ยมแม่ปีละครั้ง ไม่ได้ซึมซับวัฒนธรรมไทยเลยเกือบครึ่งชีวิต เมื่อต้นปี 2552 คุณแม่ของเธอเสียชีวิต นั่นแหละครั้งแรกที่เธอได้เข้าวัด หลังจากแม่เสียชีวิตประกอบกับสามีเกษียณจากงาน จึงกลับมาซื้อบ้านในเมืองไทย เธอมีน้าคนหนึ่งที่ไว้วางใจจึงปรึกษาว่าจะทำบุญให้คุณแม่อย่างไร น้าแนะนำให้ทำบุญกฐินและแนะนำให้ร่วมทำบุญกับคุณสันทนี ลาภวงศ์ เธอตกลงกับน้าว่าจะมาทอดกฐินด้วยกัน แต่น้าก็มาเสียชีวิตเมื่อ 2 เดือนก่อนมาทอดกฐิน จึงเป็นเหตุให้ได้เข้าวัดครั้งที่ 2 เธอยอมรับกับผมว่าไม่เคยมีประสบการณ์ในการทอดกฐินเลยในชีวิต ผมบอกว่า วันที่ 30 ตุลาคม 2552 ค่อยเรียนรู้เอง ผมรู้แต่ไม่ยอมบอก อยากให้เขาได้สัมผัสด้วยตนเอง จะทำให้เขาได้รับรู้ อย่างลึกซึ้งและประทับใจไปยาวนาน

              ตีฆ้องบอกบุญให้หมู่เทวดารวมถึงผู้ล่วงลับให้ได้รับรู้การทำดี

        วันที่ 30 ตุลาคม เวลา 08.30 น. การทอดกฐินก็เริ่มตามที่พิธีกรทางศาสนาดำเนินการให้ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 63 (ชุมชนบ้านคำแดง) กล่าวต้อนรับ ตามด้วยผู้ใหญ่บรรลุ  สารบรรณ์ ได้แนะนำผู้นำชุมชน บุคคลสำคัญที่มาร่วมงาน จบด้วย พ.อ.สุรเชษฐ์  ลาภวงค์ ได้กล่าววัตถุประสงค์ในการทำบุญกฐิน พร้อมแนะนำผู้ที่มีส่วนช่วยให้งานสำเร็จได้ จากนั้นเป็นพิธีการทางศาสนา อาราธนาศีล รับศีล พิธีกรได้เชิญผู้ที่แสดงตนขอเป็นเจ้าภาพ ได้ยกผ้ากฐิน เพื่อกล่าวถวายผ้ากฐิน ผู้เขียนได้นำผ้ากฐินมอบให้คุณชุติมา – คุณเล็น ยกไว้โดยให้จับคู่กันในผืนเดียวกัน พร้อมแนะนำว่าขณะกล่าวถวายให้อธิฐานจิตถึงคุณแม่ คุณน้าที่เสียชีวิตไปด้วย  ผู้เขียนสังเกตเห็นคุณชุติมาได้กล่าวตามพิธีกรทุกคำพูด เมื่อถึงตอนที่แปลความหมาย คุณชุติมามีน้ำตาไหลออกมา อย่างตื้นตันใจ เธอยิ้มให้ผมอย่างสุขใจ เธอบอกว่าได้เรียนรู้ถึงทางออกที่เป็นสุขจากการให้ หลังออกมาจากงานเธอบอกผมว่าจะมาร่วมทุกปี

         ความประทับใจส่งผลให้เกิดความศรัทธา อย่าได้บอกว่าเขาควรทำอย่างไร แต่ให้เขาได้รู้ว่าทำแล้วได้อะไรสำคัญกว่า ขอความสุขจงบังเกิดกับผู้ที่ร่วมสร้างบุญกุศลครั้งนี้ ขอให้ท่านที่อ่านได้อานิสงส์จากการทำบุญครั้งนี้เช่นกัน ประสบแต่ความโชคดีทุกท่านครับ

        เป็นการเขียนเล่าที่ค่อนข้างยากมาก แต่ก็พยายามที่จะสื่อ
ให้เห็นว่าเห็นอย่างไรก็เขียนอย่างนั้น คุณสุ นายก้ามกุ่ง คุณสามสักและชาว Gotoknow แนะนำด้วยครับ บางที่อาจจะมีนักเขียนเพิ่มขึ้นอีกสักคน กุศลแรงนะครับ ขอบพระคุณเป็นล้นพ้น

พรชัย  ภาพันธ์/ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๒ / ๒๒.๓๐ น.