โชคชะตามักเล่นตลกกับเราเสมอ เล่นในทางดี ก็ดีไป แต่ที่สำคัญ ฝันอะไร แล้วเป็นจริง นับว่าโชคดี

    เรื่องที่จะเขียน ไม่ได้อยากพาไปทัวร์เกาหลีแต่อย่างใด แต่อยากประชดชะตาชีวิตที่เล่นตลก หลายตลบ แบบอยากขำ ก็ขำไม่ออก 

     เรื่องมีอยู่ว่า ชมรมท่องเที่ยวของบริษัท ที่เราเคยร่วมกิจกรรม แจ้งมาว่าจะจัดทัวร์ไปเกาหลี 5 วัน กว่าผู้จัดจะตกลงกับบริษัททัวร์จนหาวันได้ ก็เล่นเปลี่ยนกำหนดการกันจนเวียนหัว ในที่สุด ได้วันที่ 10-14 ต.ค.  เมื่อได้วันเดินทางเป็นที่เรียบร้อย ดูแล้วอยากไป ช่วงนั้นพอจะไปได้ เขาว่าช่วงนี้อากาศดี ไปดูใบไม้เปลี่ยนสี ปลายๆ ก.ย. ขอลาพักร้อนเจ้านาย กำลังจะจ่ายเงินมัดจำ 5,000 บาท  แต่แล้วจู่ๆ  ก็เหมือนถูกกลั่นแกล้ง  เมื่อหัวหน้าบอกว่า “ส้ม ว่างไหม ระหว่างวันที่ 29 ก.ย.- 3 ต.ค.” ... "ส้มจะต้องร่วมเดินทางไปหาข้อมูลการพัฒนาคนจากบริษัทวิศวกรรมก่อสร้างแห่งหนึ่ง ที่เกาหลี ในฐานะรับผิดชอบงาน Academy"  เมื่อได้ยินแล้ว ตกใจ เศร้า และ สับสนมาก  เอ๊ะ! แต่ดูจากวันเดินทางกลับ  ก็น่าจะยังมีเวลาพักไปเที่ยวได้ แม้จะเหนื่อยไปหน่อย พอมีหวังขึ้นมาบ้าง แต่ถัดจากนั้นไม่กี่วัน ทราบจากผู้ประสานงานว่า ช่วงที่จะไปดูงาน เป็นเทศกาลวันหยุดไหว้พระจันทร์ 1 สัปดาห์ ทางเกาหลี ไม่สะดวกต้อนรับ ขอเลื่อนออกไป เป็น 6-9 ต.ค.แทน  ให้ได้อย่างงี้สิ  ไม่ต้องเที่ยวแล้ว 

        สิ่งที่ทำให้ทำใจได้บ้างคือ ความบังเอิญ ก่อนหน้าเดินทาง 1 สัปดาห์ ทราบว่านอกจากจะได้ไปบริษัทที่เป็นคู่สัญญากันแล้ว ยังได้รับเชิญจาก บริษัทซัมซุง ให้ไปเยี่ยมชมงานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วย นี่แหละคือความใฝ่ฝัน....

        เมื่อกลางเดือน ส.ค. ไปนั่งฟังบรรยายในหลักสูตรหนึ่ง วิทยากรเล่าเรื่องธุรกิจที่สร้างนวัตกรรม แล้วก็พูดถึงรายละเอียดของบริษัทซัมซุง ทำให้เกิดความคิดว่า ทำไงหนอ จึงจะมีโอกาสไปดูงานที่ซัมซุง เกาหลี บ้าง ไม่น่าเชื่อว่า ความฝันจะเป็นจริงได้ในไม่กี่เดือน  และเมื่อได้ไปที่นั่นแล้ว ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ

 

        เริ่มออกเดินทางจากสุวรรณภูมิ คืนวันที่ 5  ต.ค. ไปถึงสนามบิน อิงชอน ประมาณ 7 โมงเช้า มีเจ้าหน้าที่จากบริษัทวิศวกรรมคู่สัญญา มาพาพวกเราไป check-in ที่โรงแรม Somerset  แล้วก็ปล่อยพวกเรา 4 คนจาก SCG และ 2 คนจาก PTT ให้เป็นอิสระ  ค่อยยังชั่ว มีพี่ผู้ใหญ่ที่ไปด้วย เคยมาเกาหลี หลายรอบ จึงพากันไปย่านช้อปปิ้ง เมียงดง ซึ่งห่างจากที่พักไม่ไกลมากนัก พอเดินไปได้  ส่วนใหญ่ของที่ซื้อก็คือเครื่องสำอาง Skinfood, Etude ซึ่ง citrus ไม่มีข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย แต่ได้รับคำแนะนำจากหนุ่มใหญ่ 3 ท่านที่ไปด้วยกัน บอกว่า คุณผู้หญิงที่บ้านฝากซื้ออะไรบ้าง เราก็เลยตามๆ เขาไป แต่ละท่านหอบกันหลายถุงยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก อากาศที่นี่ดีมาก ประมาณ 12-15 องศา กลางวันเลยไม่ร้อน เดินสบาย

        ตอนเย็นเราได้นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน ไปนอกเมือง เหมือนไปพุทธมณฑล ออกไปไกลมาก บางช่วงก็โผล่ขึ้นมาเห็นภูเขาบ้าง  พวกเรา 6 คนไปเยี่ยมพนักงาน SCG & PTT ที่มาฝึกอบรมที่นี่ 1 ปี ซึ่งเมื่อคืนเราเดินทางมาพร้อมกัน เหมือนเรามาส่ง และคอยดูแลความเป็นอยู่ของน้องๆ วิศวกร  

มื้อเย็น ได้ไปนั่งคีบหมูปิ้ง เนื้อปิ้ง เป็นมื้อที่หนักมาก แต่ก็อร่อยมากด้วยเช่นกัน  กว่าจะเสร็จ นั่งรถไฟฟ้ากลับมาโรงแรมก็ราวเกือบห้าทุ่ม เหนื่อยมาก โชคดี พรุ่งนี้เขาจะมารับเรา 9.30 น. ทำให้เรานอนตื่นสายได้

 

วันแรก คุยกับทีม HRD ของบริษัทแรก

        ช่วงเช้า คุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฝึกงานของน้องๆ  ตอนกลางวันเจ้าภาพ พาไปกินอาหารอิตาเลียน  สงสัยเขาคงเบื่ออาหารเกาหลีมั้ง   ช่วงบ่ายมีโอกาสได้คุยกับเจ้าหน้าที่  HRD ค่อนข้างผิดหวังที่เจ้าภาพไม่ได้เตรียมข้อมูลมาแลกเปลี่ยน เท่าไร แถมตอนเลิก พอไปเข้าห้องน้ำ โดนคนเขย่าประตูอีก เหมือนตอนอยู่บนเครื่องบินเลย  พอถามน้องๆ ที่เคยอยู่ที่เกาหลี เขาบอกว่า คนที่นี่เป็นอย่างนี้แหละพี่  เป็นเรื่องปกติ 

   

   เสร็จภารกิจวันแรก ก็ช้อปปิ้ง ตลาดวัฒนธรรม ของพื้นเมือง  แล้วก็กินของปิ้งย่างอีกเช่นเคย   วันนี้ไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไร ได้เข้านอนกันเร็วกว่าวันแรก

วันที่สอง พบกับทีมงาน Samsung

          มีคนมารับพวกเรา 4 คนตั้งแต่ 9.00 น. นั่งรถออกไปนอกเมืองค่อนข้างไกล แต่บรรยากาศถนนแถวนั้นคล้ายสีลม แต่ไม่จอแจ เท่า และมีต้นไม้ใหญ่ๆ เยอะกว่า เขาบอกว่า แถวนั้นเป็นย่าน Hi-so ที่ดินแพงกว่าในเมืองเสียอีก

        ทีมงานการตลาด และ HRD มาต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมเพรียง จนนามบัตรที่เตรียมไปแทบไม่พอแจก  การกล่าวเปิด การแจ้งกำหนดการช่างมีระบบ ระเบียบดีมาก ผิดกับที่เจอเมื่อวานราวฟ้ากับดิน ยอมรับว่ากระบวนการสื่อสารของเขาดีมากๆ จะทำอะไร เมื่อไร ที่ไหน มีการแจ้งให้ทราบตั้งแต่แรก และตลอดเวลาที่ร่วมทางด้วยกัน

     ช่วงเช้าเป็นการแบ่งปันข้อมูลระบบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ใน Samsung Engineering ซึ่งถือเป็นบริษัทลูกของ Samsung แต่ก็เห็นภาพว่า ระบบต่างๆ ที่เขามี ไม่ว่าจะเป็น competency, e-learning, action learning, Training Roadmap, mentoring etc. เราก็มีทุกอย่างเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน แต่การนำไปใช้ และวินัยของคนเรียนสิที่ต่าง

        ที่เป็นเช่นนั้น เราก็ถามเขาว่า เขาทำอย่างไร จึงทำให้พนักงานอยากมาสอน อยากมาเรียน ยินดีมาเรียนอย่างขยันขันแข็ง  คำตอบก็คือ ระบบการให้รางวัล และการลงโทษที่ชัดเจน  ใครเป็น mentor, instructor มีเงินให้มาพร้อมกับเงินเดือน  ใครมีกำหนดต้องเรียน e-learning ไม่จบตามกำหนด ถูกหักเงินเดือน ดูเหมือนโหด แต่กลับได้ผล

        ส่วนคนที่เป็น HRD จะเลือกมาจากวิศวกรที่มีประสบการณ์ มีสัดส่วนครึ่งๆ กับคนที่จบสายอื่น ทั้งนี้เพื่อให้มาเป็นคณะทำงาน ดูแลพัฒนาหลักสูตรร่วมกับ Line Manager   อย่างบริษัทที่ไปดูวันแรก เขาจะฝังทีมงาน HR ลงไปอยู่ใน Function งานระดับฝ่ายสำคัญทุกฝ่ายเลย

        ตอนบ่าย เขาพาไปเยี่ยม  Samsung HRD Center ที่นี่บริเวณรอบๆ ภูมิทัศน์สวยงามมากๆ รองรับพนักงาน Samsung จากทั่วโลก ที่เข้ามาอบรม โดยหน่วยงานนี้รับผิดชอบพัฒนาด้าน Leadership, Core Values และ Global Management หลังจากนั่งดูวิดีโอ กับฟังบรรยายแล้ว รู้สึกภาคภูมิใจแทนคน Samsung จริงๆ และไม่สงสัยเลยว่า ทำไมเวลาเราสัมผัสคนของ Samsung จึงมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน มีความเป็นมิตรผิดปกติจากคนเกาหลีทั่วไป ที่เคยได้ยินมา

        ตอนเย็น เจ้าภาพพาไปเลี้ยงด้วยเนื้อวัว  อ้อตอนกลางวัน ก็พบอาหารชุดใหญ่ จนรับมื้อเย็นไม่ไหวจริงๆ แถมเป็นเนื้อวัว หรือ หมูสามชั้น ก็ไม่อยากกินแล้ว  เจ้าภาพที่ต้อนรับมาขอโทษใหญ่ รีบไปหาอาหารนอกร้านมาให้ citrus กับน้องอีกคนที่ มังสวิรัต ยิ่งแย่กว่าเราอีก กินได้แต่หมี่เย็น

วันสุดท้าย เก็บของ ซื้อของเก็บตก ก่อนกลับบ้าน

        จะว่าไปมาอยู่เกาหลี 4 วัน ทำงานจริงๆ 2 วัน ที่เหลือไม่ได้ไปไหน นอกจากช้อป และกิน  ที่ดีที่สุดคือได้มาพบ Samsung เหมือนความฝันที่อยากมา  ก็บังเอิญได้มาสัมผัสจริงๆ ประทับใจมาก แม้จะไม่ได้เที่ยวอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก  ก็ถือว่าคุ้มค่า มีโอกาส คงได้กลับมาเที่ยวอีกสักครั้ง