เห็นแนวโน้มการเติมเต็มซึ่งกันและกัน

ตอนที่
วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๒
เริ่มกิจกรรมตอนเช้าเมื่อเกือบ ๐๙ น. ตัวแทนแต่ละกลุ่มย่อยมานำเสนอว่าในกลุ่มของตนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องอะไรกันบ้าง เริ่มจากกลุ่มการจัดเก็บข้อมูลและบันทึก เนื้อหาการนำเสนอเป็นการบอกขั้นตอนการทำงานเกือบทั้งหมด มีเกร็ดความรู้มาบ้าง เช่น ในการสร้างแบบสอบถาม มีการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการสร้างเพิ่ม การเก็บข้อมูลต้องมีเทคนิค บางเรื่องหากถามตรงๆ คนจะไม่ค่อยให้ข้อมูล ต้องอาศัยการพูดคุย เช่น แทนที่จะถามเรื่องรายได้ ถ้าเขาปลูกยาง ก็ถามว่าปลูกยางกี่ไร่ ได้ยางกี่แผ่น การเก็บข้อมูลต้องอาศัยประสบการณ์และเทคนิคเฉพาะตัว

กลุ่มการใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ นำเสนอเรื่องของโปรแกรมขอนหาด ที่มีเทคนิคในการสร้างความเป็นเจ้าของข้อมูล มีการจัดเวทีตั้งวง ตั้งคำถามว่าถ้าอยากรู้เรื่องบ้านของเรา อยากรู้อะไร จะได้คำตอบว่าต้องการข้อมูล แล้วจะทำอย่างไร ใครเป็นคนเก็บ ในการวิเคราะห์ข้อมูลก็มีการจัดเวที เอาข้อมูลมาดูกัน แสดงความสัมพันธ์ของข้อมูลให้เห็น แสดงปรากฏการณ์แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร มีการอบรมเยาวชนให้รู้วิธีเก็บข้อมูล ให้แกนนำลงไปเก็บเองด้วย แล้วให้เยาวชนเก็บตาม มีการเล่าถึงการใช้คำถาม การสังเกต การบันทึก ฯลฯ

โปรแกรม FAP มีเทคนิคเรื่องการใช้เวทีประชาคม แต่ข้อมูลต้องเพียงพอและสมบูรณ์ก่อน กำหนดวัน และทำหนังสือเชิญร่วมเวที การทำผังเครือญาติให้ออกมาดูดี ต้องเก็บข้อมูลครบ ๓ รุ่น

ส่วนการทำบัญชีครัวเรือน ต้องหาครัวเรือนอาสาทำบัญชีครัวเรือนก่อน ให้ได้ข้อมูลขึ้นมาและเอาไปบันทึกในโปรแกรมของมหาวิทยาลัยมหิดล พริ้นออกมา เอาไปนั่งคุย จะเห็นทางแก้ปัญหาของตนเอง

กลุ่มผู้พัฒนาโปรแกรม ผู้นำเสนอเล่าว่าถ้ามีคนเล่าเรื่องนานเกิน ๒ นาที คนฟังจะไม่ฟังอย่างลึก จะซักถาม กลุ่มนี้มีการคุยกันถึงเทคนิคการเขียนเว็บให้สวย ต้องเขียนเอง เริ่มจากศูนย์ ถ้าเอาที่ทำสำเร็จมาใช้จะแก้ยาก อ่านตำราภาษาอังกฤษจึงจะดี ตัว help ของโปรแกรมเป็นตัวช่วย การประหยัดเวลาในการเขียนทำได้โดยใช้การเชื่อมโปรแกรมที่มีอยู่แล้วและไม่สงวนลิขสิทธิ์ การนำเสนอข้อมูลในเว็บ ถ้าใช้ภาพ กราฟ จะทำให้ชวนติดตาม

 

ผู้ฟังและผู้นำเสนอ

ต่อจากนั้นเราให้อาจารย์พวงรัตน์สรุปความเกี่ยวเนื่องของโปรแกรมต่างๆ เอาตัวชี้วัดความจำเป็นพื้นฐานของครัวเรือนเป็นตัวตั้ง ทำให้เห็นแนวโน้มการเติมเต็มซึ่งกันและกันได้ และผู้เข้าประชุมยังได้ให้รายละเอียดของแต่ละโปรแกรมเพิ่มเติม หยุดพัก รับประทานอาหารว่าง

ช่วงสุดท้ายก่อนรับประทานอาหารกลางวัน เป็นช่วงของการ AAR เราให้ทั้งเขียนและพูดกันทุกคน  พร้อมแจกของที่ระลึก ผู้เข้าประชุมบอกว่าอยากให้มีเวทีแบบนี้อีก แต่ให้จัดในสถานที่ที่เป็นกันเอง สบายๆ มีอินเตอร์เน็ตให้ใช้ได้ มีกิจกรรมในเวลากลางคืนได้ (คุณหมีบอกว่าเป็นครั้งแรกที่ต้องนอนตั้งแต่หัวค่ำ) มีความสุขที่ได้เห็นโปรแกรมที่คนไทยพัฒนาเองและทำสำหรับชุมชน บางคนอยากมีเวลาสำหรับการนำเสนอให้มากขึ้น อยากเห็นรายละเอียดของการใช้โปรแกรมทั้งหมด แม้จะมีความรู้สึกและความเห็นอย่างไร สิ่งที่ทุกคนบอกตรงกันคือจะกลับไปปรับปรุงงานที่ตนทำอยู่

ดิฉันสังเกตว่าคนทำงาน IT สมองไว อาจจะต้องมีวิธีการพิเศษที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้เรื่องของการฟังอย่างลึกซึ้ง การเล่าเรื่อง ฯลฯ หากมีเวลาและรู้จักเครื่องมือ KM ต่างๆ ให้มากขึ้น เวทีแบบนี้น่าจะได้ขุมความรู้ดีๆ เรื่องเล็กเรื่องน้อยที่ใช้การได้มากมาย