เมื่อวานได้รับการติดต่อด่วนจากสำนักงานอธิการบดี แล้วก็ตามด้วยการโทรย้ำสองครั้งในวันนี้ครับ สายแรกจากเจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์และอีกสายหนึ่งก็จากท่านรองอธิการบดีเองเลย งานนี้เลยปฏิเสธที่จะไปไม่ได้ ยิ่งเจอคำเชิญชวนให้เข้าร่วมประชุมจากท่านอาจารย์ อ.อาลัมแล้ว ยิ่งไม่เข้าไม่ได้เลย
ประเด็นคือ มีกรรมมาธิการสภาผู้แทนฯ ฝ่ายชายแดนไทยจะมาเยี่ยมรับฟังปัญหาจากคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย แล้วก็เป็นความบังเอิญที่ผู้บริหารระดับสูงส่วนใหญ่ไปประชุมร่วมกับม.บูรพา ท่านรองอธิการบดีเลยให้ผมเข้าร่วมประุชุมด้วย เผื่อว่าอย่างน้อยความถนัดในภาษาไทยของผมอาจจะช่วยท่านได้
ไปถึงหน้าห้องประชุมก็คิดเล่นๆ ว่า ความจริงไม่ต้องมาก็ได้ เพราะคนพูดภาษาไทยเก่งๆ เยอะแล้ว แต่ตอนนั่งคุยกันปรากฏว่าได้รับมอบหมายให้เป็นคนนำเสนอภาพรวมของมหาวิทยาลัย เสริมจากที่เปิดวิดีทัศน์ เพราะวิดีทัศน์นั้นทำมาหลายปีแล้ว ยังไม่ได้ปรับปรุงสักที (ฮือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาแล้วนะครับ)
(เพื่อนอาจารย์ท่านหนึ่งทักว่า ป้ายต้อนรับผิด แล้วหลายท่านต้องเข้าไปดู)
จุดยากจริงๆ คือ การประชุมครั้งนี้จะคุยเรื่องอะไรกัน เพราะกรอบคุยมันหลากหลายมากครับ โดยส่วนตัวผมก็ไม่รู้จักบทบาทและหน้าที่ของกรรมมาธิการชุดนี้เลย ปรากฏว่าคณะกรรมมาธิการมาถึงมหาวิทยาลัยช้ากว่ากำหนดครับ ซึ่งประธานที่มาคือ สส.อารีเพ็ญ ครับ ปรากฏในส่วนที่ผมต้องสรุปภาพร่วมเลยยกเลิกไป เป็นการคุยในประเด็นสำคัญๆ เลย เนื่องจากเวลามีจำกัด แต่แล้วก็ต้องกลายเป็นคนเปิดประเด็นคุย ฮือ ตั้งตัวไม่ทันเลยครับ เลยชวนคุยปัญหาคุณภาพการศึกษาในสามจังหวัด
(สุดท้ายก็แก้ไขป้ายต้อนรับทันเวลาครับ ห้องประชุมก็พร้อมรับแขกสำคัญแล้ว สังเกตได้ว่า จำนวนแถวของป้ายลดลงครับ เพราะวิธีการแก้ไขอย่างเร็วที่สุดคือ ปลดของที่ผิดออก)
ฟังมุมมองของท่าน สส.อารีเพ็ญแล้วอุ่นใจครับ ท่านมองเห็นประเด็นของการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา และท่านก็แลกเปลี่ยนสิ่งที่ท่านได้ทำไปแล้วในพื้นที่นราธิวาสครับ ท่านรับปากว่า รอบนี้เวลาน้อยไปสำหรับการคุยประเด็นลึกๆ ดังนั้นของมาคุยกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง
กรรมการท่านหนึ่งตั้งคำถามประเด็นของงานวิจัย และท่านเสนอว่า จะสนับสนุนงบประมาณในการวิจัยของมหาวิทยาลัยสำหรับการค้นหาองค์ความรู้ในพื้นที่สามจังหวัดผ่านมูลนิธิของท่านเอง
(สุดท้ายบรรยากาศการประชุมก็เป็นกันเองมากครับ เพราะสื่อสารนอกรอบได้ด้วยภาษามลายูบ้านเราของหัวหน้าทีมทั้่งสองฝ่าย)
ผมร่วมเดินไปส่งคณะกรรมาธิการขึ้นรถครับ เลยถูกถามจากท่าน สส.อารีเพ็ญว่า เป็นอะไรกับนายอำเภอนพดล ฮิฮิ พอตอบว่าเป็นหลานเท่านั้นแหละครับ ท่านก็บอกเลย เห็นหน้าก็เดาได้เลย หน้าเหมือนกันจริงๆ (ว่างๆ จะนำภาพอาผมมาเปรียบเทียบให้ท่านผู้อ่านดูครับว่า เหมือนกันขนาดไหน ฮิฮิ)
(มอบของที่ระลึกระหว่างกันครับ)
ทุกครั้งที่เข้าไปในมหาวิทยาลัย มาอะไรที่ผมต้องคิดตลอดครับ วันนี้ก็เช่นกัน อันเนื่องจากท่านรองอธิการบดีให้ผมเสนอความเห็นถึงข้อผิดพลาดของเราเกี่ยวกับการประกันคุณภาพฯ ซึ่งท่านบอกว่า เรื่องนี้ต้องเป็นวาระสำคัญของมหาวิทยาลัย และผมจะต้องมาช่วยงานในส่วนนี้อย่างจริงจัง จากนั้นในวงสนทนาก็คุยต่อหลายเรื่องครับ ยกเว้นเรื่องที่ผมและเพื่อนอาจารย์อีกท่านหนึ่ง (ขออนุญาตสงวนนาม ฮิฮิ) อยากคุยกับท่าน ผมเลยสะกิดเพื่อนอาจารย์ว่า เอาไว้คุยหลังการประชุมแล้วกัน
(คณะกรรมาธิการในชุดนี้ครับ)
สุดท้ายก็ได้คุยนำเสนอข้อมูลจริงๆ ครับ หลังจากที่ส่งแขกเรียบร้อยแล้ว แต่ที่กลายเป็นประเด็นหนักใจของผมคือ คำุถามย้อนกลับจากท่านรองอธิืการบดีครับ คือ "แล้วจะพร้อมรับงานไปทำหรือเปล่าล่ะ ถ้าพร้อมผมก็พร้อมจะออกคำสั่งแต่งตั้ง" ฮือ ตอบยากครับ เพราะตอนนี้ต้องการเวลา สมาธิกับการทำวิทยานิพนธ์เป็นอย่างมาก ที่สำคัญ หลังๆ มานี้ เวลาจะแต่งตั้งผมเป็นกรรมการอะไร มักจะแท้งตอนเข้ากรรมการบริหารเป็นประจำครับ ผมเลยรอดมาตลอด ตั้งแต่ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารคณะ
อย่างน้อยที่ได้ทำไปวันนี้คือ นำเสนอมุมมองของคนๆ หนึ่งที่ตัวอ้วนๆ หน่อย แต่มีบทบาทเพียงเล็กๆ ในมหาวิทยาลัยให้ผู้บริหารได้รับฟังครับ แค่ได้พูดออกไปก็คิดว่ามีคุณค่าแล้วครับ ส่วนจะต้องรับผิดชอบอะไรต่อไปนั้นก็แล้วแต่ท่านเห็นสมควรแล้วกันครับ
เรื่องบางเรื่องในมหาวิทยาลัยถ้าเขารับฟังคนตัวเล็กๆอย่างเราๆบ้างมันก็น่าจะมีอะไรพัฒนาขึ้นอีกบ้าง แต่ทุกวันนี้บางครั้งเขาอาจยังมองไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียงเล็กๆมั้ง (หรือแกล้งไม่ได้ยิน อิอิ) วัลลอฮฺอะลัม
ขอบคุณครับอาจารย์ Ibm ครูปอเนาะ ڬوروفوندق
ประเด็นชัดเจนครับท่าน กำลังทรัพย์ของเรายังขาด ใครช่วยได้...
ถ้ายังไม่ได้เสนอ แต่มีการตอบสนอง จะเรียกว่าเป็น "ความเห็นผม" ไม่ได้ครับ แสดงว่าเป็นความเห็นคนอื่น ฮิฮิ จะแสดงความเป็นเจ้าของได้ เมื่อมีการเปิดเผยออกสู่สาธารณชนก่อน คิดในใจแล้วพอคนอื่นพูด ก็บอกว่าเป็นของตนเอง อย่างนี้ไม่ได้ครับ ฮิฮิฮิ
ขอบคุณครับอาจารย์ เสียงเล็กๆ فؤاد
บางทีต้องยอมรับครับว่า คนทำกับคนพูดอยู่ในต่างบริบทกัน เขาอาจจะได้ยินแต่ทำตามที่เราพูดไม่ได้ แต่การสื่อสารกลับมายังคนที่พูดบางทีก็ไม่ถึง
แต่บางประเด็นสำหรับในสิ่งที่ผมพูดไป บางทีจำเป็นต้องพูดมากกว่าหนึ่งครั้ง อยากบอกอาจารย์ว่าบางเรื่องผมเคยพูดมาไม่น้อยกว่าสี่ปี แล้วเพิ่งมีคนทำที่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ผมพูดครับ