ผมได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า "หากข้าพเจ้า ยังสามารถทำประโยชน์ให้กับนักเรียนออทิสติกได้ ขอให้ข้าพเจ้ามีชีวิตรอด จากการเข้ารับการผ่าตัดสมองในครั้งนี้ และขอให้ข้าพเจ้ากลับไปทำงานได้ดังเดิม และลมหายใจที่เหลืออยู่ของข้าพเจ้าขอมอบให้แก่นักเรียนออทิสติก" แล้วผมก็ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดไป

ผมลังเลเล็กน้อยก่อนตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดสมอง...............เมื่อวันที่ 29 มีนาคม .2543 เวลา 9.00น. บุรุษพยาบาล ชื่อ พงษ์ศักดิ์ เข้ามาต่อสายปัสสาวะให้ผม ผมจำได้ว่า ตอนที่เขาสอดใส่สายยางเข้าไปในท่อปัสสาวะนั้น ผมเย็นไปทั้งตัวเหมือนจะเป็นลม และยาสลบเข็มแรก ก็ถูกฉีดผสมกับน้ำเกลือ ผู้ช่วยเหลือผู้ป่วยช่วยกันยกผมขึ้นเตียงรถเข็นผู้ป่วย และเข็นร่างที่เริ่มสะลึมสะลือของผมไปยังห้องผ่าตัด ระหว่างทาง มีเสียงก้องเข้ามาในสมองของผม...........อิติปิโสภควา อรหังสัมมา สัมพุทโธ วิชชาจารณสัมปัญโณ สุขโตโลกะวิทู อนุตโร ปุริสธัมสาระถิ สัทธา เทว มนุษสานังพุทโธ ภควาติ.........ผมเลยสวดมนต์บทนี้ตลอดทางไปห้องผ่าตัดครั้งแล้วครั้งเล่านับ ไม่ถ้วน

เมื่อมาถึงหน้าห้องผ่าตัด ผมก็ยังคงสวดมนต์ต่อไป.......ขณะที่พยาบาลเอาหน้ากากอ๊อกซิเจนมาครอบตรงจมูก ของผม (จริงๆ แล้วมันคือยาสลบนั้นเอง) ผมก็คิดขึ้นมาว่า คนตายแล้วไปไหนกันนะ.??????? และผมก็สวดมนต์ต่อ เมื่อยาสลบเริ่มออกฤทธิ์ผมรู้สึกง่วง แต่ก็ยังไม่หลับ ผมได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า "หากข้าพเจ้า ยังสามารถทำประโยชน์ให้กับนักเรียนออทิสติกได้ ขอให้ข้าพเจ้ามีชีวิตรอด จากการเข้ารับการผ่าตัดสมองในครั้งนี้ และขอให้ข้าพเจ้ากลับไปทำงานได้ดังเดิม และลมหายใจที่เหลืออยู่ของข้าพเจ้าขอมอบให้แก่นักเรียนออทิสติก" แล้วผมก็ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดไป และถูกยกขึ้นไปนอนคว่ำบนเตียงผ่าตัด

ทุกอย่าง รอบๆ ห้องผ่าดัดเริ่มหมุน ราวกับว่า ผมกำลังจะข้ามมิติยังไงยังงั้น ผมสังเกตุเห็นพื้นห้องผ่าตัดรางๆ รู้สึกว่าจะปูด้วยกระเบื้องปาร์เก้ชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ สีเขียวผสมสีน้ำตาล และผมยังได้ยินเสียงเพลงป๊อบที่วัยรุ่นกำลังฮิตอยู่ในขณะนั้นด้วย นั่นคือความทรงจำสุดท้ายของผม ผมเริ่มสวดมนต์ต่อ และหลับไปพร้อมกับบทสวดมนต์อิติปิโส...........นั่นเอง ผมกำลังจะออกเดินทางท่องเที่ยวไปที่ไหนนะ แล้วจะได้กลับมาหรือเปล่า???????????????????
//////
////
//
/
/
/
/
/
/
/
/
ช่วง เวลาแห่งความโหดร้ายในชีวิตได้ผ่านมาแล้ว 9 ปี และเมื่อรอดชีวิตมาแล้วก็ให้สัญญากับตัวเองไว้ว่า จะใช้ลมหายใจที่ได้รับคืนมาทุกๆ วินาทีให้มีความสุขที่สุดและมีประโยชน์ที่สุดราวกับว่า เป็นวันสุดท้ายในชีวิต

เมื่อมีโอกาสได้ไปเรียนต่อปริญญาโท สาขาSpecial Support Education, Graduate School of Education, Hiroshima University เพื่อหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการ พิเศษและการสนับสนุนการเรียนการสอนด็กที่มีความต้องการพิเศษในแต่ละประเภท ก็พยายามศึกษาหาความรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด เพื่อนำความรู้กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด ผมจึงถือโอกาสนี้ บอกเล่าเรื่องราว ความรู้ และประสบการณ์จากการเรียนและการทำงานของผมผ่านบล๊อกSpecial Support Education in Thailand


บทส่งท้าย

ผม อยากบอกกับคนรอบข้างว่า “ขอบคุณมากๆ” สำหรับทุกๆ กำลังใจ ที่ช่วยให้ผมมีกำลังใจต่อสู้กับปัญหาต่างๆ และทำให้ผมมีวันนี้ได้ ผมอยากให้กำลังใจกับทุกๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่กำลังรู้สึกท้อใจ และหมดกำลังใจ ขอแค่เรามีความหวังและบอกกับตัวเองไว้เสมอว่า เราทำได้ เราทำได้ และเราต้องทำให้ได้

 

ภู