สุขภาพ บริการปฐมภูมิ

เรารับรู้ ความหมายของสุขภาพ ตามนิยามของ WHO คือ สุขภาวะ (state of well being) ทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและจิตวิญญาณ(spiritual/หรือปัญญา)

และตามความหมาย ใน พรบ.สุขภาพ “สุขภาพ” ว่า หมายถึงภาวะของมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งทางกาย ทางจิต ทางปัญญา และทางสังคม เชื่อมโยงกันเป็นองค์รวมอย่างสมดุล  

-คือมุมอง สุขภาพ ที่ เป็นสถานะ (state)

-ถ้ามองสุขภาพ ใน มุม ของ ศักยภาพและทรัพยากร(Capacity&Resource)  =ต้นทุนสุขภาพตั้งแต่เกิด +ความสามารถในการดูแลตนเอง(ความรู้และทักษะในการเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงหรือสร้างปัจจัยปกป้อง)+โอกาสการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม

-อุปสรรคใหญ่ ของสุขภาพดีในมุมมองนี้ น่าจะเป็น

    1.การศึกษา(ความสามารถในการเรียนรู้และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร)-->ทำให้ขาดศักยภาพ

     2.เศรษฐกิฐ(รวมถึง ลักษณะงาน,ความมั่นคงในอาชีพ,รายได้)-->ไม่สามารถพัฒนาศักยภาพและเสียโอกาสเข้าถึงบริการ

     3.การกระจายของสถานบริการคุณภาพ --> เสียโอกาสเข้าถึงบริการ

-ระบบสุขภาพของสังคมไทยปัจจุบัน

 1. มีระบบประกันสุขภาพ(UC+ประกันสังคม+สวัสดิการราชการ) ได้ให้โอกาสการเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง ช่วยแก้ปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ไม่เท่าเทียมได้มาก ถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญ แต่ก็ยังมี ปัญหาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ ของ กลุ่มผู้ยากจน ขาดคนดูแล (เช่น ส่งต่อ รพ.จังหวัด ไม่มีเงิน ไม่มีคนพาหรือ ไม่สามารถลางานได้จนอาการหนัก)

2. มีระบบการพัฒนา คุณภาพสถานบริการ และปัจจัยเอื้อหรือกระแสกดดัน อย่างต่อเนือง ถึงแม้จะยังไม่สามารถพูดได้ว่ามีสถานบริการคุณภาพอย่างทั่วถึง แต่ต้องยอมรับว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดผลในทางที่ดีมาก และมีโอกาสดีขึนอย่างต่อเนื่อง

3. เริ่ม ให้ความสำคัญกับ การสร้างเสริมสุขภาพ และกิจกรรมเชิงรุกเพื่อการป้องกันโรคมากขึ้น แต่ตรงนี้ ยังไม่ลงถึงการพัฒนาความรู้และการเรียนรู้ อย่างเป็นระบบ ยังต้องพึงพา สถารบริการและเป็นการรับบริการมากกว่า (เช่นโครงการตรวจสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของสปสช)

4. เริ่ม พัฒนาบริการปฐมภูมิ ซึงถือเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญทีจะ ช่วยให้เข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอย่างเป้นระบบได้ สามารถดูแลต่อเนื่องได้อย่างใกล้ชิด และสามารถพัฒนาศักยภาพ ความสามารถในการดูแลตนเอง การดูแลซึงกันและกันของชุมชน

- ข้อ 1และ 2 มีระบบและทิศทางที่จัดเจน พวกเราช่วยกันสนับสนุน พัฒนาและแก้ปัญหาในกระบวนการอย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็นเสาหลักของระบบสุขภาพที่มั่นคง

-ข้อ 3และข้อ 4 แม้ทิศทางจะค่อนข้างชัด แต่แนวทางยังแกว่งมาก และยังขาดความพร้อมในเกือบทุกพื้นที่ จึงเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมให้มาก(สนับสนุน สปสช.ลงทุนแบบนี้อย่างต่อเนื่อง) จนกว่าจะตกผลึกได้แนวทางที่จัด ผู้ปฏิบัติตามไม่สับสน ไม่เช่นนั้น ถึงแม้ทรัพยากร(งบประมาณและบุคลากร)พร้อม ก็ไม่อาจบรรลุวัตถุประสงค์(สุขภาพดี)ที่ถูกต้องได้ เช่น รพ.สต.ที่กำลัง implement ในปัจจุบันนี้ ภาพรวมพวกเรามั่นใจแค่ไหน....? ในมือเรา เราจะช่วยได้มากแค่ไหน... ?

-สุขภาพในมุมมองนี้(้ำhealth as Capacity&Resource) ก็เป็นรูปธรรมดีนะและความสำคัญ ที่สุดก็ยังอยู่ที่ปัญญา ความรู้และความสามารถในการเรียนที่เป็นประโยชน์

หมอเอก