คาราวาน เป็นวงแรกๆ ของประเทศไทย ถือกำเนิดมาจากการรวมวงดนตรีสองวงคือทอเสนและสัญจรและบังกลาเทศแบนด์. คาราวานมีซิงเกิลแรกออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2518 ชื่ออัลบั้ม คนกับควาย ออกจำหน่ายราว 500 แผ่น ราคาแผ่นละ 25 บาท ในยุคมืดของประเทศไทย คือ เหตุการณ์ 14 ตุลา และ เหตุการณ์ 6 ตุลา นั้นวงคาราวานเป็นวงดนตรีที่แต่งเพลงออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างจริงจัง และอาจจะเป็นวงดนตรีวงเดียวจากเหตุการณ์สมัยนั้นที่ยังอยู่มาจนถึงทุกวันนี้
ภาพจาก: softganz.com/meeped/paper/1915


สมาชิกยุคแรกของวงคาราวานประกอบไปด้วย สุรชัย จันทิมาธร (หงา) ร้องนำ, วีระศักดิ์ สุนทรศรี (แดง) เล่นกีตาร์, ทองกราน ทานา (อืด) เล่นกีตาร์ลีด ฟลุต และร้องประสาน, มงคล อุทก (หว่อง) เป่าเมาท์ออร์แกน พิณ และร้องประสาน นอกจากนั้นยังมีสมาชิกชั่วคราวคนอื่นๆ เช่น พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ (หมู) อู๊ด ยานนาวา ชัคกี้ ธัญญรัตน์ อีกด้วย ........ผมเป็นแฟนคาราวาน มาตั้งเเต้สมัยเรียนที่เพาะช่าง...เป็นวงดนตรีที่เป็นแบบอย่างให้กับ นักดนตรียุคหลังๆ ผมชอบที่เขามีจุดยืนไม่เปลี่ยนเเปลง...วงดนตรีที่มีการพัฒนา เเต่จุดยืนไม่เปลี่ยน..ยังห่วงหาความสงบสุขของสังคม ...หนักแน่นเหมือนหินผา เข้มเเข็งเเม้ กาลเวลาจะเปลี่ยนไป คาราวาน ก็ยังเป็น......คาราวาน....ไม่เปลี่ยนจุดยืน
สุรชัย จันทิมาธร หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ หงา คาราวาน เป็นนักร้องนำและหนึ่งในผู้ก่อตั้งวงคาราวาน สุรชัยเป็นนักแต่งเพลงชั้นแนวหน้าคนหนึ่งของวงการเพลงไทย ผู้คนในวงการเพลงเพื่อชีวิตมักเรียกเขาอย่างนับถือว่า น้าหงา หรือ พี่หงา และได้รับฉายาว่า อาจารย์ใหญ่แห่งวงการเพลงเพื่อชีวิต
มงคล อุทก หรือ หว่อง คาราวาน เป็นนักดนตรีเพื่อชีวิต หนึ่งในสี่สมาชิกหลักของ คาราวาน เป็นอดีตสมาชิกวงบังคลาเทศแบนด์ ร่วมกับทองกราน ทานา (อืด) ก่อนจะร่วมกับวงดนตรีของสุรชัย จันทิมาธร ก่อตั้งเป็นวงคาราวาน เมื่อ พ.ศ. 2517 มงคล อุทก เกิดที่อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด (ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดยโสธร) ตั้งวงบังคลาเทศแบนด์ขณะเรียนหนังสือที่เทคโนฯ โคราช (ปัจจุบัน คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน) [2] เล่นพิณ และเมาท์ออร์แกน มีผลงานแต่งเพลงให้กับคาราวาน เช่นเพลง ลุกขึ้นสู้ และ กุหลาบแดง มงคล อุทก มีผลงานเขียนหนังสือ เล่าเรื่องราวประสบการณ์ในแวดวงการเพลงเพื่อชีวิต ชื่อ "เพลงพิณพนมไพร" ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2544 [3]
http://th.wikipedia.org/wiki คือเเหล่งข้อมูลที่กล่าวมาครับ
......ขยายความอีกเล็กน้อย คาราวาน วงนี้ผมเริ่มตั้งข้อสงสัยเเต่เเรกที่ได้ยินชื่อเเล้วแปลกเเละดูคุ้นเคย
..เพราะผมเป็นลูกชาวนา ใกล้วัว ใกล้ควาย ชื่อจึงดูใกล้ชิด พอมาสนใจฟังเพลงเเล้วใช่เลย..จุดยืนเเน่นอนมาก...จนเวลาล่วงเลยมาปัจจุบัน คาราวานยังมีจุดยืนเดิม ทึ่งครับ...คนเราก็เช่นเดียวกันต้องหนักแน่นเหมือนหินผา..
คิดถึง ดวงจำปา...สุรชัย จันทิมาทรแต่งให้นุ่นร้อง..เพราะดี..ภาษาสวย..เอามาฝากก่อนน่ะ...
ถามว่า เส้นทางเดินของคาราวาน เกิดบทเรียนอะไรบ้าง ขอตอบเเทนพี่หงานะ...เกิดประสบการณ์มากมาย ที่เเสดงถึงการต่อสู้ อย่างไม่ย่อท้อ..แม้จะเหนื่อยยาก เหน็บหนาว ...เเละเหมือนเดินคนเดียวในป่ากว้างที่หาจุดจบที่สวยงามยาก เเต่คาราวานยังคงมุ่งหน้าออกเดิน อย่างไม่ย่อท้อ
วีระศักดิ์ สุนทรศรี หรือ แดง คาราวาน เป็นนักดนตรีเพื่อชีวิต หนึ่งในสี่สมาชิกหลักของ คาราวาน วีระศักดิ์ สุนทรศรี เกิดที่กรุงเทพมหานคร เติบโตแถบค่ายทหารอเมริกันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อ พ.ศ. 2514 เป็นนักเขียนในกลุ่ม "พระจันทร์เสี้ยว" เจ้าของนามปากกา “สัญจร” เป็นเพื่อนร่วมกิจกรรมการประท้วงกับสุรชัย จันทิมาธร มาตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลาคม ได้ร่วมกันก่อตั้งวงดนตรี “ท.เสนและสัญจร” มีผลงานเช่น เพลง คนกับควาย เปิบข้าว และข้าวคอยฝน วง ท.เสนและสัญจร ได้ออกตระเวนเล่นดนตรีในต่างจังหวัด และได้ร่วมเล่นกับบังคลาเทศแบนด์ ของทองกราน ทานา และมงคล อุทก บ่อยครั้งจนสนิทสนมกัน และได้ร่วมกันแสดงเป็นครั้งแรกภายใต้ชื่อวงดนตรี “คาราวาน” เมื่อกลางปี พ.ศ. 2517 และยังคงแสดงร่วมกันเป้นครั้งคราวจนถึงปัจจุบัน
ตอนเย็นขับรถกลับบ้านไปเรื่อยๆ ถึงก็ชั่งไม่ถึงก็ชั่งอยู่...เพลงในรถฟังจนหมด ปวดหัวจากงานที่เข้ามา หันไปหยิบแผ่นเพลง 20 ปีคาราวานมาฟัง...เออ แฮะ...ได้บทเรียนกับสัจธรรมมากมายจากเพลงของคาราวาน...ตัวอย่างเช่นได้เห็นวิถีเเห่งการต่อสู้ของผู้ชายที่มีอุดมการณ์กลุ่มหนึ่งที่ทำด้วยความมุ่งมั่น....ให้ย้อนกลับมาที่ตัวเรา แล้วตั้งคำถาม แล้วเราทำอะไรเพื่อใครบ้าง...เออ..นั่นซินะ..เเต่บทเรียนที่ประทับใจพี่หงา มาตลอดคือ การป็นตัวตน ของหงา คาราวาน กับจุดยืนที่เด็ดเดี่ยวเเน่วเเน่นั่นเอง......
ของคาราวาน..จำได้เพลงนี้..คนตีเหล็ก
เเต่ไม่รุ่งเพราะเราเเค่อยากได้เงินเลี้ยงชีพ...เเต่มาระยะหนึ่งผมก็ทิ้งดนตรีหมด หันมาทำงานที่สังคมบอกใช่เเละยอมรับนับถือ ผมเรียนอย่างนี้ครับ...คนเราเปลี่ยนจุดยืน อาจจะด้วยเหตุปัจจัยอะไรก็เเล้วเเต่..แต่ผมเชื่อมั่นว่า บางคน ตัวตนอยู่ภายในที่เเนบเเน่นดังหินผา..อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่งละครับ..ที่ไม่เป๋ไปเป๋มาครับ.....
เป็นเเฟนเพลงเพื่อชีวิตเหมือนกันค่ะ
เพลงของคาราวานทุกเพลง ล้วนมีความหมายที่ลึกซึ้งกินใจ..ฟังเท่าไรก็ยิ่งเห็นเเง่งามใน 2 ลักษณะ กล่าวคือ 1.เเง่งามทางวรรณศิลป์ 2.เเง่งามทางปรัชญา ผมว่าไม่ง่ายนะครับที่นักดนตรีไม่กี่คนที่หยิบความหมายเหล่านี้มานำเสนอ คลุกเคล้าด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย เหงา เศร้า ดีใจ กดดัน .....บางเพลงดุ..บางเพลงของคาราวานเหงา ฟังเเล้วคิดถึงบ้าน สุนทรียในการฟังเราสัมผัสได้ครบทุกรสครับ
เคยเล่นดนตรีด้วยหรือครับ..ชอบครับๆ
ขอบคุณเเมวเหมียวครับ.....ทุกวันนี้เราทุกคนนอกจากฟังเพลงเพื่อชีวิตเเล้ว... เราคงต้องระมัดระวังวิถีชีวิตเราด้วยนะ.....เป็นกำลังใจให้นะครับ..สู้....
ชอบเเละติดตามคาราวานมาตลอดครับ...แหมคอเดียวกันนะเนี่ย
น้าหงา มีเสียงที่ไม่เหมือนใครเลยค่ะ อาจารย์
เป็นแฟนคุณหงาและวงคาราวานเช่นกันค่ะ
เคยไปดูคอนเสิร์ต ชอบลีลาการร้องของคุณหงามาก
เนื้อเสียงของเขามีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น หวานปนเศร้าและมีเสน่ห์ ที่ไม่มีใครเหมือนเลย
ชอบเพลง โอ้ยอดรัก ค่ะ