ธรรมฐิตไม่ได้เขียนบันทึกมาหลายเพลาแล้ว

หลังจากออกพรรษาเดินทางไปหลายแห่ง

แต่ตอนนี้กลับมาที่พักใจมาลัยทองคำแล้ว

เข้าไปอ่านบันทึกเรื่องราวการกินเจของบัณฑิตหญิงท่านหนึ่ง

เลยอยากเขียนบ้าง  ปกติเราจะเห็นพระบางรูปฉันเจอยู่เหมือนกัน

แต่สำหรับธรรมฐิต  ได้ทั้งนั้นถ้าไม่ผิดธรรมวินัยฉันได้ทั้งนั้น

เรื่องการไม่ทานเนื้อสัตว์สำหรับพระ   สมัยพุทธกาลพระเทวทัตต์

เคยทูลขออนุญาตให้พระพุทธเจ้าบัญญัติไม่ให้พระทานเนื้อสัตว์

แต่พระองค์ไม่ทรงอนุญาต  เพราะจะเป็นภาระยุ่งยากให้ญาติโยม

แต่จะมีวินัยห้ามไว้แผนกหนึ่งว่าเนื้อยังไงทานได้ไม่ได้(ค่อยบันทึกให้อ่านกัน)

สำหรับเทศกาลการถือศีลกินเจ 

ก็เป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้เราไม่ต้องเบียดเบียนชีวิตสัตว์

แต่บางคนในสมัยนี้  เทศกาลกินเจเป็นเพียงแฟชั่นอย่างหนึ่งเท่านั้น

งานเทศกาลกินเจที่ธรรมฐิตไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไรอย่างหนึ่งคือ

อาหารที่ประกอบไม่มีเนื้อสัตว์มาปรุงก็จริง  แต่ทำไมบางแห่งต้องทำเป็นรูปร่างชิ้นส่วนของสัตว์ด้วยเล่า  มีรูปน่องไก่  ปลา  ปู  และอีกหลายชนิด 

ธรรมฐิตว่าตรงนี้แหละที่ว่าเรากินเจกันเพราะแฟชั่นมากกว่า  ไม่ทานเนื้อสัตว์  แต่จิตวิญญาณยังไม่พ้นการยึดติดในการทานเนื้อสัตว์  เพราะเวลาทานก็คงปรุงแต่งทางด้านจิตวิญญาณว่านี้น่องไก่นะ  ปูทอดนะ  ปลาทอดนะ ฯลฯ  แล้วการกินเจโดยไม่ฆ่าสัตว์แต่ในมโนสำนึกยังยึดติดในเนื้อสัตว์แบบนี้จะทำให้จิตเราดีขึ้นมากน้อยแค่ไหนลองคิดดูละกัน 

แต่สำหรับบางคนแล้วก็ถือศีลกินเจด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ

ก็ขออนุโมทนาสาธุในส่วนนั้นละกัน  เราจะทำอะไรสักอย่างหนึ่งก่อนอื่นลองถามใจตัวเองบ้างว่าทำอย่างนี้ทำไม  ทำแล้วได้อะไรบ้าง  เพราะบางครั้งเราทำเพราะแฟชั่นในสังคมพาไปมากกว่าใจในมโนสำนึกเสียอีก...

ธรรมะสวัสดีขอรับ