นักพัฒนาต้องมองกว้างแบบ Systems thinking

       บันทึกนี้สืบเนื่องจากบันทึกที่แล้วครับ  ยุทธศาสตร์ต่อยอดไม่ได้ผล เพราะคนมองแยกส่วน    ได้รับข้อคิดเห็นจากกัลยาณมิตรหลายๆท่านครับ

 

       ผมลองนำกลับมาทบทวนย้อนคิดกลับไปว่าที่ผ่านมาในหลายๆงาน  ผมว่าเรามี "นักพัฒนา" หลายคนครับ   แต่ละคนก็มีเครื่องไม้เครื่องมือในการนำไปใช้พัฒนาที่เรียกว่า "นวัตกรรม"  กันทุกคนครับ

 

     แต่ละคนต่างก็ยึดถือ "นวัตกรรม" ที่ตัวเองได้รับมาเป็น "สรณะ"  พร้อมกับอ้างแหล่งอ้างอิงที่ศักดิ์สิทธิ์  ให้ดูน่าเชื่อถือและให้คนอื่นยอมตาม  เพื่อประโยชน์ในการนำ "นวัตกรรม" ของตัวเองไปใช้

 

    เท่าที่ผ่านมา  ผมว่าการนำนวัตกรรมไปใช้ในหลายๆ ครั้ง   ผมว่าไม่ประสบผลสำเร็จครับ  หรืออาจจะ "ได้ภาพ" ขึ้นมาบ้างจากการ "สร้างภาพ" 

 

    ที่ไม่ประสบผลสำเร็จเพราะ  นักพัฒนาบางท่าน จะไม่คิดเชื่อมโยงเชิงระบบ ที่เรียกว่า Systems thinking

 

 

        โดยเฉพาะระบบที่สำคัญ คือ  ระบบ "ใจ"   กับ  "สมอง"   ครับ นักพัฒนา บางท่านจะเน้นที่  "สมอง"   แต่ขาดการมองที่ "ใจ"

 

 

          Systems thinkings ที่สำคัญในเชิงรูปธรรมที่เห็นได้ชัดอีกอย่าง  ที่จะเชื่อม "สมอง"  เข้ากับ "ใจ"  ได้  คือ ยุทธศาสตร์ต่อยอดครับ

 

      เป็นการพัฒนานวัตกรรรม ด้วยการ "ยอมรับ" งานเดิมที่มีอยู่  แล้วนำนวัตกรรมเข้าไป "บูรณาการ" อย่าง "เนียนๆ"

 

       ทำอย่างนี้ งานก็ได้ผล คนก็เป็นสุข  เพราะเริ่มต้นด้วยการ "ยอมรับ"  เขาก่อนครับ เมื่อยอมรับสิ่งที่เขาทำอยู่  เขาก็พร้อมที่จะยอมรับนวัตกรรมครับ  นักพํมนาก็สามารถนำสิ่งที่เขาทำอยู่มาพัฒนา  ก็น่าที่จะมีงานออกมาอย่างกลมกลืนครับ

 

     ที่ผ่านมา เราเริ่มต้นด้วยการ "ปฏิเสธ" งานที่เขาทำอยู่ "โดยสิ้นเชิง"  ครับพร้อมกับยัดเยียด "นวัตกรรม"  ซึ่งถ้าว่าไปแล้ว  ก็ดูเหมือน "สิ่งแปลกปลอม"  ของเขา  ที่จะเข้ามาพัฒนาแบบ "แปลกแยก"   แยกงานออกจากคน     แยกคนออกจากใจ   แยกใจออกจากสมอง

 

 

    เมื่อไม่ได้งานตามที่ต้องการ นักพัฒนาก็มักจะบ่นว่า "ไม่ได้รับความร่วมมือ" หรือ "ไม่เห็นความสำคัญ"

 

    ว่าที่จริงแล้ว ที่ไม่ได้รับความร่วมมือ เป็นเพราะความคับแคบในวิธีคิด และ จิตใจ ของ นักพัฒนา ครับ

 

      นักพัฒนาทั้งหลาย  ถ้ามีความจริงใจอย่างแท้จริงที่จะคิดพัฒนาใครๆก็ตาม   ควรที่จะต้องเปลี่ยน "วิธีคิด"  เสียใหม่ครับ 

 

      วิธีคิดที่สดใส คือ ต้องเริ่มที่ "ใจกว้าง"  ก่อนครับ   นั่นคือยอมรับงานที่เขาทำก่อนอย่างจริงใจ  แล้วสามารถนำนวัตกรรมไปต่อยอดงานที่เขาทำอยู่ได้ให้กลมกลืนและเกิดประโยชน์ต่องานของเขา 

 

 

 

               ผมว่าจะเป็นการพัฒนางานที่ยั่งยืนของนักพัฒนาเลยละครับ