รูปโครงของอานาปานสติ

ตามที่ได้บันทึกไว้ ว่าอานาปานสติประกอบไปด้วยส่วนที่เป็นสมถะภาวนา และวิปัสสนาภาวนา มีการปฏิบัติเป็นระดับขั้น ต้องผ่านการปฏิบัติขั้นหนึ่งก่อน จึงจะปฏิบัติในขั้นถัดไปได้

พอจะเรียบเรียงรูปโครงขอการปฏิบัติอานาปานสติได้ดังนี้ค่ะ

รูปโครงสายการปฏิบัติ (1)

เนื่องจากอานาปานสติเป็นการปฏิบัติที่ใช้สติกำกับเพื่อพิจารณาสิ่งต่างๆ ให้รู้เท่าทันตามสภาวะของสิ่งเหล่านั้น เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ถูกครอบงำด้วยอำนาจของกิเลส จึงมักเรียกการปฏิบัตินี้ว่า สติปัฏฐาน(2) ประกอบไปด้วย 4 หมวด แต่ละหมวดเรียก จตุกกะ (3)

มีการปฏิบัติเป็นลำดับขั้นคือ

ขั้นที่ 1 เพ่งลมหายใจเป็นอารมณ์ จนเกิดความสงบ ปิติ

คำว่ากาย แปลว่าหมู่ หรือกลุ่ม กาย จึงหมายถึงกลุ่มของลมหายใจเข้าออกก็ได้ หมายถึงกลุ่มของอาการ 32 ที่ประชุมกันเป็นร่างกาย เนื้อตัวของเรานี้ก็ได้ ในขั้นนี้ คือการปฏิบัติที่ทำให้กายทั้งปวงสงบรำงับ

เนื่องจากเป็นการปฏิบัติที่ใช้สติกำกับเพื่อให้รู้เท่าทันเรื่องทางกาย ดังนั้นในระดับที่ 1 นี้ จึงเรียกว่าขั้น กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน หรือฐานกายค่ะ

ขั้นที่ 2 พิจารณา ปิติ และสุข ให้เห็นความไม่เที่ยง ยึดถือมั่นไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นปิติหรือสุขจากสิ่งใดๆ

เมื่อดูเวทนาที่ชื่อว่าปิติ สุข พิจารณาถึงเหตุให้เกิด ทั้งจากฌาน จากด้านที่เป็นกุศล และด้านที่เป็นสมุทัย จะมีผลรวมไปถึงเวทนาอื่นๆ จนเข้าใจถึงเหตุที่ก่อให้เกิด หน้าที่ และผล ของเวทนาต่างๆ

จึงแจ้งว่า ไม่ว่าเวทนาใดๆ (แม้แต่ ปิติ และสุข อันเป็นเวทนาที่มนุษย์ชื่นชอบที่สุด) ไม่ว่าเกิดจากเหตุใด (เช่น ฌาน กามารมณ์ เกียรติยศ ชื่อเสียง ทรัพย์) ก็ล้วนแต่มีผลเป็นโทษทั้งสิ้น เพราะล้วนถูกนำไปปรุงแต่งต่อจนพาไปสู่การยึดถือมั่น

ก็จะละคลายจากเวทนา และการปรุงแต่งไปทีละน้อย

เนื่องจากเป็นการปฏิบัติที่ใช้สติกำกับเพื่อให้รู้เท่าทันเวทนา ในขั้นนี้เรียก เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน หรือฐานเวทนา

ขั้นที่ 3 เพ่งดูจิตขณะที่ทำสมาธิภาวนานั้น ว่าเป็นอย่างไร โดยดูจิตในทุกๆแง่มุมเลยค่ะ

ดูจิต คือดูตัวจิตล้วนๆก่อนว่าในขณะนั้น จิตมีสภาพเป็นอย่างไร ซึ่งมีการพิจารณาจิตอยู่ 8 คู่ แล้วจึงดูจิตที่ปราโมทย์ บังคับให้ตั้งมั่น เพื่อที่จะปลดปล่อยปล่อยวางความรู้สึกยึดถือมั่น

และเพราะเป็นการปฎิบัติที่ใช้สติกำกับเพื่อให้รู้เท่าทันเรื่องทางจิต ขั้นนี้เรียก จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน หรือฐานจิต

ขั้นที่ 4 เพ่งดูความจริง (สัจธรรม) ของทุกๆสิ่ง จนเห็นปัจจัยที่ปรุงแต่ง ผลของการปรุงแต่ง ไตรลักษณ์ของสิ่งนั้นๆ จน เห็นชัดเจนว่าไม่ว่าสิ่งใด หรือธรรมใดล้วนไม่สามารถยึดถือมั่นได้

เพราะการเพ่งดูตามลำดับขั้นมา จิตจึงเบื่อหน่าย คลายออก ปล่อยวาง ไม่ยึดถือมั่น เกิดการจางคลายของอุปาทาน

จึงดูว่าการปล่อยวางนั้น มีเพียงชั่วขณะ หรือตลอดเวลา

เนื่องจากการปฏิบัติในขั้นนี้เป็นการใช้สติกำกับเพื่อให้รู้เท่าทันธรรมต่างๆ จึงเรียก ธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน หรือฐานธรรม

มีข้อควรระวังในการเพ่งดูค่ะ คือต้องมีความพยายามที่พอเหมาะ เพราะถ้าเพ่งอย่างสงบมากเกินไป จะทำให้ง่วงได้ แต่ถ้าเพ่งมากเกินไป ก็ฟุ้งซ่านจนไม่เป็นสมาธิได้ หรือถ้าเพ่งแบบสงบเงียบเกินไป ก็ไม่สามารถเห็นความเป็นไตรลักษณ์จนตัดกิเลสได้

ดังนั้นจึงต้องกลมกล่อม กำลังดี ไม่ให้ง่วง ไม่ให้ฟุ้ง และไม่ให้หยุดนิ่งค่ะ จึงจะเห็นความเป็นไป และรู้แจ้งไปตามลำดับ (ยังมีต่อ)

................................................

ส่วนอ้างอิง

(1) ทีนี้ก็จะได้ได้พิจารณาดูกันต่อไปถึงรูปโครงของอานาปนสติทั้ง 4 หมวด ใช้คำใหม่ๆ ภาษาใหม่กันว่าทางเทคนิค เมื่อพิจารณากันดูโดยวิธีทางเทคนิคแล้ว จะเห็นความมีเทคนิคกันอย่างยิ่งเหลือประมาณในเรื่องอานาปนสติ 4 หมวด

จนกระทั่งมองเห็นชัดว่า มันต้องมีจำนวนเท่านี้ คือ 4 หมวด หมวดละ 4 เป็น 16 ต้องมีจำนวนเท่านี้ จะมากกว่านั้นก็ไม่ได้ จะน้อยกว่านั้นก็ไม่ได้ แล้วยังเห็นชัดว่า จะต้องจัดลำดับดังนี้ จัดอย่างอื่นไม่ได้.....

พุทธทาสภิกขุ อานาสติ การหายใจที่ดับทุกข์ได้ ธรรมสภา 1 / 4 5 ถนนบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ 10170 (หน้า 13-14)

(2) รวมเข้าทั้ง 4 อย่างด้วยกัน เขาชอบเรียกกันว่า สติปัฏฐาน ที่แท้ก็คือสมาธิภาวนา หรือการเจริญอานาปานสติทั้ง 4 หมวด ๆละ 4 อย่าง รวมกันเป็น 16 เพราะมันทำอยู่ทุกลมหายใจเข้า ออก ทั้ง 16 อย่าง คือดูของ 4 อย่าง อย่างหนึ่งดู 4 วิธี จึงเป็น 16 อย่าง และดูอยุ่ทุกลมหายใจเข้า ออก เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า อานาปนสติ

พุทธทาสภิกขุ คู่มือดับทุกข์ ธรรมสภา 1 / 4 5 ถนนบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ 10170 (หน้า 182-183)

(3) ทั้ง 4 หมวด เรียกว่า จตุกกะ จตุกกะก็แปลว่าหมวดละ 4 ทั้ง 4 จตุกกะนี้ มันสัมพันธ์กันอย่างมีเทคนิคที่สุด คือต้องทำเป็นลำดับ ลำดับไปอย่างนั้นให้ครบถ้วนอย่างนั้น แล้วเกี่ยวข้องกันอย่างนั้นๆ แล้วมันก็กะทัดรัดที่สุด ไม่ฟุ่มเฟือย ฟุ้งซ่าน

พุทธทาสภิกขุ อานาสติ การหายใจที่ดับทุกข์ได้ ธรรมสภา 1 / 4 5 ถนนบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ 10170 (หน้า 15 )