..."เราควรนำพาสติมาสิงสถิตอยู่กับร่างกายและจิตใจด้วย...อย่าเพลิดเพลินกับการมองคู่เต้นรำของตัวเองอย่างหลงใหล หรือจ้องมองความสวยงามของคู่เต้นรำข้างเคียง จนไม่มีสมาธิหลงลืมจังหวะการเต้นของตนเอง...จนพาลไปเหยียบเท้าใครเข้า...กระทั่งคู่เต้นรำเกิดความรำคาญใจไม่อยากจะร่วมเต้นรำด้วยอีกต่อไป"...

คุณเคยเต้นลีลาศบ้างหรือไม่...หากไม่เคยเต้น...แล้วคุณเคยได้ดูการเต้นลีลาศบ้างหรือเปล่า...ไม่ว่าจะดูจากโทรทัศน์หรือจากการแสดงสด...คุณเคยสังเกตท่วงท่าลีลาของการเต้นลีลาศบ้างหรือไม่...ไม่ว่าจะเป็นจังหวะวอลซ์ (waltz) นุ่มนวลออกแนวโรแมนติกชวนฝัน...ท่วงท่านี้ท่านน่าจะพบบ่อยเมื่อพระเอกกับนางเองกำลังอยู่ในช่วงอินเลิฟกัน...ส่วนจังหวะแทงโก้ (tango) เน้นการเคลื่อนไหวศรีษะและไหล่ ดิฉัน จึงมองว่าจังหวะนี้เป็นการเต้นด้วยท่วงท่าอารมณ์คุ้มดีคุ้มร้าย เพราะว่าเต้นอยู่ดี ๆ ก็สลับปรับเปลี่ยนอย่างกระทันหันเข้าสู่ความสงบนิ่งซะงั้น...จังหวะสโลว์ ฟอกซ์ทรอท (slow foxtrot) เป็นการเคลื่อนไหวที่มีทั้งความเชื่องช้าและเร็วผสมกันอย่างต่อเนื่องกลมกลืน...และจบด้วยจังหวะควิ๊กสเต็ป (quickstep) ชื่อก็บ่งบอกแล้วว่าต้องมีความไวและความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมาก...ดิฉันว่า "จังหวะนี้ ไม่น่าจะเหมาะกับผู้สูงวัยที่ทำตัวเด็ก อึ้ย!!...เพราะเด็กอาจจะรู้ได้ว่าท่านคือผู้สูงวัยนั่นเอง...ประเมินจากอาการหอบแฮกๆๆ หรือที่เราเรียกว่า "หายใจเร็วผิดปกติ"...แต่หากใจรักจะเต้นจังหวะนี้จริง ๆ ก็ควรมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ และพักผ่อนอย่างเพียงพอ"

  

เมื่อคุณทราบถึงจังหวะลีลาศแล้ว...คุณพอจะมองเห็นความสัมพันธ์ของจังหวะลีลาศกับจังหวะชีวิตบ้างหรือยัง...ดิฉันมองว่า "จังหวะทั้งสองช่างมีความสอดคล้องสัมพันธ์กันอย่างมากทีเดียว...ในจังหวะลีลาศและจังหวะชีวิต มีทั้งจังหวะการเคลื่อนไหวแบบเชื่องช้า ว่องไว หรือบางครั้งปรับเปลี่ยนการเคลื่อนไหวอย่างกระทันหัน จนทำให้หัวใจแทบวาย...หากคุมสติไว้ไม่อยู่คงได้เตลิดเป็นแน่...จังหวะชีวิตจึงไม่ได้แตกต่างกับจังหวะลีลาศเลย เพราะเมื่อเราเจอกับอุปสรรค ร่างกายเราก็จะขยับจังหวะให้ถอยไปด้านหลังบ้าง เมื่อสงบดีแล้วก็จะก้าวมาด้านหน้าบ้าง หรือแม้แต่มีการขยับไปด้านซ้ายนิด ขยับไปด้านขวาหน่อย...อุปสรรคนั้นอาจเกิดจากตัวเราเอง หรือจากสภาพแวดล้อมที่รายล้อมตัวเรา...บางครั้งพบว่า หากเราเต้นด้วยความไม่ระมัดระวังก็มักจะสะดุดขาตัวเอง...จนต้องเซถลา หรือไม่ก็ล้มทั้งยืนหากแต่ได้คู่เต้นที่ดีหน่อยก็จะช่วยฉุดพยุงไว้ไม่ให้ล้มกลิ้งลงกับพื้น...หรือบางครั้งเราก็พาคู่เต้นล้มไปพร้อมกับเราด้วย...ในบางครั้งตัวเราหรือคู่เต้นรำของเราระมัดระวังอย่างดีแล้ว แต่ก็ยังไม่วายที่จะเจ็บตัว...เพราะสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของเรามาก่อกวนด้วยการกระทบ กระแทก หรือเผลอมาเหยียบเท้าเราเข้าอย่างจัง...จนทำให้เราหมดความออดทนจึงต้องหยุดเต้นไปเฉย ๆ หรือไม่ก็ปะทะคารมกันบ้าง ชกต่อยกันบ้าง แล้วแต่การควบคุมอารมณ์แห่งตน...แต่เมื่อคุมสติคุมอารมณ์ได้แล้ว ก็เริ่มเต้นรำใหม่อีกครั้ง...จังหวะลีลาศจึงไม่ได้แตกต่างอะไรกับจังหวะชีวิตบนวิถีนี้เลย.."

 

การร่ายรำจังหวะใดก็ตาม สำคัญอยู่ที่ว่า..."เราควรนำพาสติมาสิงสถิตอยู่กับร่างกายและจิตใจด้วย...อย่าเพลิดเพลินกับการมองคู่เต้นรำของตัวเองอย่างหลงใหล หรือจ้องมองความสวยงามของคู่เต้นรำข้างเคียง จนไม่มีสมาธิหลงลืมจังหวะการเต้นของตนเอง...จนพาลไปเหยียบเท้าใครเข้า...กระทั่งคู่เต้นรำเกิดความรำคาญใจไม่อยากจะร่วมเต้นรำด้วยอีกต่อไป"...และในการเต้นแต่ละจังหวะเราผู้เต้นต้องใส่อารมณ์ร่วมเข้าไปด้วย...การเต้นในจังหวะนั้น ๆ จึงจะออกมางดงาม สง่า น่าเกรงขาม และมีชีวิตชีวา...ทั้งนี้ ไม่ว่าจังหวะลีลาศหรือจังหวะชีวิต...ทุกจังหวะต่างก็มุ่งหาความสมดุลในการเคลื่อนไหวร่างกาย และจิตใจ...ดังนั้น ทุกจังหวะที่ขยับจึงควรพร้อมไปด้วยสภาวะร่างกาย ความมีสติ และสภาวะจิตใจ ที่ดำเนินไปพร้อม ๆ กับสภาวะอารมณ์ในการสอดแทรกความสนุกสนาน ซึ่งจะทำให้ท่วงท่าจังหวะนั้นดูสง่า น่าเกรงขาม และเกิดความสวยงามกลมกลืนอย่างสร้างสรรค์...

บันทึกนี้เกิดจากการต่อยอดความคิดในบันทึกของครูอี๊ด เรื่อง "เส้นทางสายชีวิต"...
ภาพประกอบจาก Internet...สนใจอ่านความรู้ลีลาศเบื้องต้น เพิ่มเติม >> ที่นี่ค่ะ