ก้าวสู่สันติภาพของโลก...

Vij
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
..."ทุกศาสนาสอนให้มนุษย์ตั้งมั่นอยู่ในความดีงาม มีความรัก และความเมตตาต่อกัน...เช่นนี้แล้ว การนับถือศาสนาอะไรนั้นคงไม่สำคัญ มากไปกว่าการเป็นคนดี ตามหลักคำสอนของศาสนา...และเมื่อใดที่มนุษย์เจริญสมบูรณ์ด้วยสิ่งเหล่านี้แล้ว ก็ย่อมสามารถนำพาโลกของเราให้ก้าวสู่สันติภาพโดยแท้จริงสักวัน..."

ดิฉัน "นับถือศาสนาพุทธ" แต่ดิฉัน ยอมรับว่าตราบใดที่ชีวิตยังโลดแล่นอยู่บนโลกใบนี้...ตราบนั้น ดิฉัน ก็คงยังไม่สามารถข้ามพ้นกิเลสตัณหาภายในใจตนไปได้อย่างหมดสิ้น...ถึงแม้ว่าจะพยายามเพียงใดก็ตาม...ขณะนี้ สิ่งที่ดิฉันทำได้คงเพียงแค่ให้กิเลสเหล่านั้นได้จือจางลงไปบ้างในแต่ละวันของชีวิต...ดิฉันเชื่อว่า "คนที่มีกิเลสบางเบาย่อมมองเห็นคุณค่าของตนเองและเพื่อนมนุษย์...พร้อมที่จะเอื้ออาทรเมตตาต่อกัน..."

ใครบางคนถามดิฉันว่า "คุณนับถือศาสนาคริสต์เหรอ...ถึงได้มีความรักแจกจ่ายให้คนอื่นไปทั่ว"...และเขาบอกดิฉันว่าเขาไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์...ดิฉัน มิได้ว่ากระไร เพียงย้อนถามตนเองว่า...นี่ใช่ไหมที่เรียกว่า "ตัวกิเลส"...นี่ใช่ไหม ที่เรียกว่า "ผู้ลุ่มหลงศาสนา"...นี่ใช่ไหมที่เรียกว่า "ผู้ติดยึด"...สิ่งเหล่านี้ทำให้ดิฉันคิดทบทวนต่อไปว่า..."ผู้ที่ติดอยู่ในกิเลส ย่อมติดอยู่ในสภาวะของความลุ่มหลง...ซึ่งผู้ที่ลุ่มหลงนั้น ย่อมนำพาตนเองติดบ่วงความเชื่อแห่งตน...และผู้ใดที่ติดบ่วงความเชื่อแห่งตน...ผู้นั้น ก็ไม่สามารถเปิดรับความดีงามของศาสนาหรือบุคคลอื่น...ให้ก้าวเข้ามาพัฒนาภายในจิตใจของตนได้...เพราะตนมองไม่เห็นความบกพร่องภายในใจตน...ผู้นั้นย่อมไม่สามารถนำพาตนเองสู่ความเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ ทั้งทางด้านร่างกาย ทางด้านจิตใจ และทางด้านจิตวิญญาณ...และผู้นั้นย่อมจมอยู่ในความทุกข์ตรมแห่งชีวิต"

แท้จริงแล้ว..."ทุกศาสนาสอนให้มนุษย์ตั้งมั่นอยู่ในความดีงาม มีความรัก และความเมตตาต่อกัน...เช่นนี้แล้ว การนับถือศาสนาอะไรนั้นคงไม่สำคัญ มากไปกว่าการเป็นคนดี ตามหลักคำสอนของศาสนา...และเมื่อใดที่มนุษย์เจริญสมบูรณ์ด้วยสิ่งเหล่านี้แล้ว ก็ย่อมสามารถนำพาโลกของเราให้ก้าวสู่สันติภาพโดยแท้จริงสักวัน..."

ภาพจาก Internet

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน psychology



ความเห็น (43)

เขียนเมื่อ 

ดิฉันเห็นด้วยค่ะเพราะตอนเด็กๆ ดิฉันเรียนโรงเรียนคริสต์ตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมปีที่3 เคยชินกับวิถีชีวิตของศาสนาคริสต์ พอเรียนมัธยมปลาย4-6 ก็เรียนโรงเรียนมุ่งเน้นที่ส่งเสริมศาสนาพุทธ จึงเรียกได้ว่าสัมผัสถึง  2  ศาสนา  ศาสนาคริสต์มุ่งเน้นความรักต่อเพื่อนมนุษย์ ถ้าเขาตบแก้มซ้ายให้ยื่นแก้มขวาให้เขาตบด้วยให้อภัยไม่โกรธ ฮ่าๆๆๆๆๆ และ ศาสนาพุทธมุ่งเน้นทำความดี ละเว้นความชั่วทำจิตใจให้บริสุทธิ์ สรุปทุกศาสนามุ่งเน้นให้ทำความดี อย่างคุณvij ให้ข้อคิดนั่นแหละเวอรคสุดๆ

..."ทุกศาสนาสอนให้มนุษย์ตั้งมั่นอยู่ในความดีงาม มีความรัก และความเมตตาต่อกัน...เช่นนี้แล้ว การนับถือศาสนาอะไรนั้นคงไม่สำคัญ มากไปกว่าการเป็นคนดี ตามหลักคำสอนของศาสนา...และเมื่อใดที่มนุษย์เจริญสมบูรณ์ด้วยสิ่งเหล่านี้แล้ว ก็ย่อมสามารถนำพาโลกของเราให้ก้าวสู่สันติภาพโดยแท้จริงสักวัน..."

สันติภาพคือ การยอมรับกันบนพื้นฐานความรักแห่งความเป็นเพื่อนมนุษย์ รับวันใหม่กับสันติภาพแห่งมวลมนุษย์ สดชื่นจังเลย

 

เขียนเมื่อ 

จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง ...จงรักพระเจ้าด้วยสิ้นสุดจิต สิ้นสุดกำลังความคิด...ป้าเหมียวไม่เคยเห็นหน้าคุณหนูvij แต่สัมผัสได้ว่า คุณหนูvij ของป้าเป็นคนที่มอบสิ่งดีดี และความรักแก่เพื่อนๆและคนรอบตัวตลอดเวลา...ป้าเหมียวยังตกหลุมรักคุณหนูvij เลยค่ะ

เขียนเมื่อ 

มาส่งศรัทธาจ้า...

องค์แม่ฟ้าหลวง ทรงเป็นแบบอย่างของ ผู้มี "เมตตา ค้ำจุนโลก"นะคะ..

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ...น้องโอ๋

ตามป้าเหมียวมาเป็นแนวร่วม ยกมือเชียร์ชอบน้องโอ๋อีกคนค่ะ

เดินตามทางสายผู้ให้สิ่งดีดีเรื่องง่ายๆในการเข้าใจต่อไปนะคะ

                    

อนงค์ เอี่ยมน้อย
IP: xxx.121.206.173
เขียนเมื่อ 
  1. เคยอ่านบทความของ พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล "ความชั่วร้ายที่ปลายจมูก" หลายคนคงได้อ่าน บางทีอาจเป็นคำตอบที่สอดคล้องกับคำว่า "ลุ่มหลงศาสนา" "ลุ่มหลงความดี" มีบางคนเรียกง่ายๆว่า ติดดี คือคิดว่าทำดีอยู่นะ สำคัญนะ! เพราะถ้าแยกไม่ออกจะทำให้เราเจ็บปวดเพราะตัวเราคิดว่าทำดีแล้วทำไม? จึงได้รับผลเช่นนี้           ความชั่วร้ายที่ปลายจมูก          พระพุทธเจ้าตรัสว่า ความแก่มีอยู่ในความเป็นหนุ่มสาว ความเจ็บไข้มีอยู่ในความไม่มีโรค ความตายมีอยู่ในชีวิต สั้นกับยาว ขาวกับดำ ต่ำกับสูง เย็นกับร้อน ไม่ได้อยู่คนละขั้วหรือแยกจากกัน ไม้บรรทัดถือว่าสั้นเมื่อวางข้างไม้เมตร แต่กลับยาวเมื่อเทียบกับดินสอ ในทำนองเดียวกัน ดีกับชั่วก็ไม่ได้อยู่แยกกัน คนดีนั้นสามารถทำสิ้งที่ชั่วได้ จะอธิบายว่าเป็นเพราะเขามีทั้งความดีและความชั่วอยู่ในตัวก็ได้ เพราะตราบใดที่ยังเป็นปุถุชนอยู่ก็ยังมีกิเลส หรือโลภ โกรธ หลง ที่สามารถผลักดันให้เอาเปรียบ เบียดเบียน หรือคดโกงผู้อื่นได้ โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยหนุนหรือยั่วยุ บางคนหักห้ามใจไม่ได้ที่จะยักยอกเงินหลวงเพราะบ้านกำลังจะถูกยึด ครูที่เคร่งศีลธรรมก็อาจพาลูกสาววัยเรียนไปทำแท้ง เพราะกลัวเป็นขี้ปากของผู้คนในโรงเรียน สามีที่สุภาพ อ่อนหวานอาจทำร้ายภรรยาเมื่อรู้ว่าเธอนอกใจ หรือเพราะเครียดหนักจากการทำงาน คนดีดีๆ หรือคนปรกติธรรมดาสามารถทำสิ่งเลวร้ายที่เราอาจนึกไม่ถึง อดอล์ฟ ไอค์มานน์ นาซีคนสำคัญ ผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารโหดชาวยิวร่วม ๖ ล้านคน ในสงครามโลกครั้งที่ ๒ หาใช่คนจิตวิปริตไม่ จิตแพทย์ที่ตรวจสภาพจิตของเขาหลังจากถูกจับกุมยืนยันว่าเขามีสภาพจิตปรกติ รูดอล์ฟ ฮอสส์ ผู้บัญชาการค่ายเอาชวิตช์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในบรรดาค่ายกักกันชาวยิว เป็นคนที่รักครอบครัวและเสียสละ อีกทั้งเป็นคนมีน้ำใจในสายตาของเพื่อนๆ เขายืนยันว่าไม่มีความเกลียดชังชาวยิวเป็นส่วนตัวเลย แต่หน้าที่เป็นสิ่งสำคัญที่เขาต้องทำให้ลุล่วง ฮอสส์ เป็นแบบอย่างของคนที่มีวินัยสูงมาก เสียสละและทุ่มเทเพื่อภารกิจ จิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับงานจนไม่รับรู้ถึงความทุกข์ทรมานของนักโทษในค่ายของเขา สิ่งที่เขาสนใจก็คือ รถไฟจะขนนักโทษมาตรงเวลาไหม ควรขนส่งมาวันละกี่เที่ยว และควรใช้เตา (สำหรับรมควันสนักโทษ) แบบไหนด้วยสาเหตุนี้ ค่ายกันกันที่เขาบัญชาการจึงสามารถฆ่าชาวยิวได้เป็นจำนวนมากมาย เมื่อคิดว่า เรา คือความดีหรือเป็นตัวแทนของอุดมการณ์ที่ดีเลิศประเสริฐสุดแล้ว คนดีๆ ก็สามารถทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น ไม่เว้นแม้กระทั้งความชั่วร้าย โดยยังคิดว่าเป็นความดีอยู่ นี้คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ชาวเขมรตายไปถึง ๒ ล้านคนในเวลาไม่ถึง ๔ ปีที่เขมรแดงครองอำนาจ เขมรแดงนั้นไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการปฏิวัติกัมพูชาให้เป็นสังคมที่เสมอภาค ปลดปล่อยการกดขี่เอาเปรียบ แต่จะทำเช่นนั้นได้ผู้นำเขมรแดงเชื่อว่าจำเป็นต้องสังหารผู้ที่เป็น ซากเดนของจักรวรรดินิยม ลัทธิอาณานิคม และชนชั้นผู้กดขี่ทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้คำขวัญหนึ่งของเขมรแดงก็คือ หนุ่มสาวเพียงสองล้านคนก็พอแล้วสำหรับสร้างกัมพูชาใหม่ ที่เหลือนอกนั้นไม่มีประโยชน์ ด้วยความเชื่อนี้ กัมพูชาใหม่ ภายใต้การนำของพอลพต จึงกลายเป็นแผ่นดินเลือด ทุ่งสังหาร เกิดขึ้นทุกหนแห่ง ในสายตาของคนทั่วไป พอลพตคือตัวแทนของมนุษย์ที่โหดเหี้ยมวิปริต แต่ตรงข้ามกับที่เข้าใจกัน เขาเป็นคนที่มีบุคคลิกน่าประทับใจ ผู้คนที่รู้จักเขาไม่ว่าในวัยเด็ก วัยผู้ใหญ่ ตลอดจนผู้ที่ได้พบเขาเมื่อเป็นผู้นำเขมรแดง ไม่เว้นแม้แต่นักหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ พูดสอดคล้องกันว่าเขาเป็นคนที่สงบเย็น เรียบร้อย สุภาพ เป็นกันเอง อบอุ่นและน่าเชื่อถือ จึงไม่น่าแปลกใจที่เขาได้รับความเคารพรักและศรัทธาจากผู้ใต้บังคับบัญชามาก แทบไม่ต่างจากนักบุญเลย ไม่ใช่พอลพตเท่านั้น ผู้นำเขมรแดงหลายคนก็มีบุคคลิกตรงข้ามกับภาพที่ปรากฏ หนึ่งในนั้นคือสหายดุค ผู้บัญชาการคุกตุลแสลง อันลือชื่อในความหฤโหด คาดว่ามีประมาณ ๑๒,๐๐๐- ๒๐,๐๐๐ คนที่ตายอย่างทรมารในคุกนั้นในช่วง ๔ ปี คนที่รู้จักสหายดุค ยืนยันว่าเขาเป็นเด็กเรียบร้อย เรียนเก่ง และเป็นครูที่ดี ขยันขันแข็ง ฟรังซัวส์ บิโซต์ นักวิชาการชาวฝรั่งเศสซึ่งเคยพบเขาขณะถูกจับกุมด้วยข้อหาว่าเป็นสายลับกล่าวว่าเขาเป็นคนเงียบ พูดค่อย และมีใจเป็นนักเลง ในช่วงที่คุมคุกตุลสแลง สหายดุคได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมในการทรมานนักโทษ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลพรรคของเขมรแดงที่ถูกกล่าวหาว่าทรยศ แต่อีกภาพหนึ่งของเขาคือเป็นคนรักครอบครัว ทุกเช้าเขาจะร่ำลาและกอดภรรยาก่อนออกไปทำงาน เหตุผลประการหนึ่งซึ่งเปิดเผยในภายหลังคือ เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะมีชีวิตรอดกลับมาบ้านหรือไม่ เพราะบรรยากาศหวาดระแวงในพรรคสูงมาก เรื่องราวของสหายดุคได้รับความสนใจทั่วโลกเมื่อเขาถูกจับในปี ๒๕๔๒ สี่ปีต่อมา ฟรังซัวส์ บิโซต์ กลับไปเยี่ยมเขานับเป็นการพบกันครั้งที่ ๒ หลังจากเหินห่างถึง ๓๒ ปี บิโซต์พบว่าบุคลิกของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปจากที่เคยพบกันครั้งแรกคือเป็นคนปรกติธรรมดา พูดค่อย ไม่มีวี่แววของคนโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ คนดีกับคนชั่วไม่ได้แยกจากกัน คนดีสามารถทำชั่วหรือกลายเป็นคนชั่วได้ แต่ถ้ามองเพียงเท่านี้ก็เท่ากับมองโลกในแง่ร้ายเกินไป อีกด้านหนึ่งของความจริงที่มองข้ามไม่ได้ก็คือ คนชั่วสามารถทำดีหรือกลายเป็นคนดีได้ด้วย สหายดุคเป็นตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ หลังจากข้อตกลงหยุดยิงของเขมรสามฝ่ายเมื่อปี ๒๕๓๔ เขากลับไปใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชน ดำรงชีวิตด้วยการสอนหนังสือ และเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนาม เขามีกิตติศัพท์ว่าเป็นครูที่ดี แต่อารมณ์ร้าย วันหนึ่งเพื่อนๆชักชวนเขาไปอบรมผู้นำชาวคริศต์ที่พระตะยบอง ที่นั่นเองเขาเกิดศรัทธาในพระเจ้า และเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ เขาเปิดเผยกับครูสอนศาสนาว่าเขาไม่เคยได้รับความรักเลยตั้งแต่เล็กจนโต แต่เมื่อหันมารับพระคริสต์ ความรักได้ท่วมท้นหัวใจเขา หลังจากนั้นเขาเปลี่ยนมาเป็นครูสอนศาสนา และทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งในเขมรและในค่ายอพยพใกล้ชายแดนไทย คริสต์โตเฟอร์ ลาเปล ผู้ชักนำดุคมาสู่ศาสนาคริศต์โดยไม่รู้ประวัติของเขามาก่อนเล่าว่า ก่อนเข้ารีตดุคสารภาพกับเขาว่าได้ทำสิ่งชั่วร้ายมามากมาย และไม่เน่ใจว่าผู้คนจะให้อภัยเขาหรือไม่ แต่เขาก็ไม่ได้เปิดเผยว่าทำอะไรลงไป อย่างไรก็ตาม ลาเปล สังเกตุว่าเขาเปลี่ยนไปมากหลังจากเปลี่ยนศาสนา คือผ่อนคลายมากขึ้น หยอกล้อกับเพื่อนๆ และแต่งตัวสุภาพกว่าเดิม ดุค คงใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบหากไม่ได้พบกับนักหนังสือพิมพ์อเมริกันผู้หนึ่งซึ่งตามหาเขามาหลายปี เมื่อถูกซักถาม ดุคยอมรับอย่างไม่ปิดบังว่าเขาเป็นใคร รวมทั้งสารภาพว่าทำอะไรมาบ้างในช่วงที่เป็นใหญ่ในเขมรแดง เขาถูกจับกุมไม่นานหลังจากที่บทสัมภาษณ์ดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ วันที่ ๓๑ กรกฎา ๒๕๕๐ เขาถูกตั้งข้อหาว่ากระทำอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และจะต้องขึ้นศาลที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติ คนที่ทำชั่ว แม้ร้ายแรงถึงขั้นเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ น้อยนักที่จะเป็นคนชั่วโดยสันดาน (หากคนชั่วโดยสันดานมีอยู่จริงในโลกนี้) อย่างน้อยเขาก็เคยเป็นคนดีอย่างเราๆท่านๆมาก่อน อีกทั้งยังหลงเหลือความดีในใจอยู่ไม่มากก็น้อย ความดีดังกล่าวหากได้รับการหนุนเสริมกำลังก็สามารถเอาชนะความชั่วร้ายในใจ หรือชักนำเขาให้ทำความดีได้ คำถามก็คือ เขาจะได้รับโอกาสให้ทำเช่นนั้นได้หรือไม่ตอบอาจไม่ยาก แต่ทำใจให้ได้ กลับยากกว่า ทั้งนี้ก็เพราะเราไม่รู้จักการให้อภัยเลย เราจะเอาชนะความชั่วร้ายในใจตนได้อย่างไร ( พระไพศาล วิสาโล สารคดีฉบับที่ ๒๗๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณ Nina...เมื่อตอนรุ่งสาง และตลอดวัน...กรุงเทพฯ ฝนตกค่ะ อิ อิ...รายงานอากาศประจำวัน...Vij เลยเอาตัวมุดผ้าห่มหนา ๆ อย่างที่คุณ Nina แนะนำ...อบอุ่นดี...มีความสุขกับชีวิตนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้าาา พี่อ้อยเล็กคนสวย น้อมรับไว้ซึ่งศรัทธาค่ะ...

เขียนเมื่อ 

วันนี้สอนมาทั้งวันได้พักผ่อนกับการได้มาเยี่ยมเยียนเพื่อนแสนไกล สุพรรณบุรีฝนตกชุ่มฉ่ำใจ อากาศเย็ยยะเยือก กะว่าวันนี้จะเข้านอนหัวค่ำหน่อยเพราะวันนี้เปียกฝนชุ่มเลย ส่งนักเรียนกลับบ้านอย่างสวัสดิภาพ หวั่นว่าจะป่วยรึเปล่าต้องรีบทานยา คิดถึงนะก่อนหลับตาฝันดีคืนนี้ขอให้คุณvij หลับฝันดีนะค่ะ สาว 2000 ปี......รักนะ 24 ชั่วโมง...Bye...Bye...Have a sweet dream....Good Night....

                                       

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

  • ขอขอบพระคุณค่ะ 
  • ได้ทั้งจากการอ่านบันทึกและการเม้นท์ของเพื่อน ๆ
  • พี่คิม...ถูกถามมากว่า..เป็นคริสต์ใช่ไหม ท่าทางบุคลิคภาพเหมือนชาวคริสต์จัง
  • เคยเข้าโรงเรียนคริสต์มาตั้งแต่ประถมต้นจนจบมอปลายค่ะ
  • ถูกนำคำสอนมาใช้ในชีวิตจริงเช่นกัน
  • แต่ในส่วนลึก..ก็คือตะเกียกตะกายทีจะละกิเลส ลอกเปลือกตัวเองนี่แหละค่ะ
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณนะค่ะ คุณvij ห่มผ้าหนาๆ เช่นกันค่ะ Say "Good Night" Sweet Dream....ขอให้ฝันถึงเจ้าชาย..นะจะได้รับเจ้าหญิงvijไปเที่ยว...ฮ่าๆๆๆๆๆ....Miss you....

                   

เขียนเมื่อ 

ว้าวๆๆๆๆ แย่แล้ว หนูห้ามป้าเหมียวไปได้ไง...เดี๋ยวโดนตีหรอกเด็กคนนี้้ หูอื้อตาลาย...ไปบันทึกป้าเหมียวมา ก็เลยคิดว่าตอบป้าเหมียวไปแล้วนะเนี่ยะ ย้อนไปดูอีกที อะภิ โถ อะภิ ถัง กระละ มัง หม้อ...ชอบประโยคนี้มากค่ะ..."จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง ...จงรักพระเจ้าด้วยสิ้นสุดจิต สิ้นสุดกำลังความคิด"...คำสอนของศาสนาคริสต์หรือเปล่าน้าาาา...หนูก็ตกหลุมรักป้าเหมียวเข้าอย่างจัง...ชอบมุขตลกของป้า ธรรมชาติเจ้าค่ะ...

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณค่ะพี่นงนาท...มีความสุขในชีวิตนะคะพี่ อากาศเปลี่ยนดูแลสุขภาพด้วยค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณมากค่ะพี่อี๊ด...ชอบอ่านบทความของพี่อี๊ดเช่นกันค่ะ...ไม่เห็นหน้าก็รู้สึกว่าอบอุ่น...อึ๊ย!!

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณอนงค์ เอี่ยมน้อย...

อ่านแล้ว ขอบพระคุณมากค่ะที่นำธรรมาฝาก...อ่านแล้วรู้สึกดีจังค่ะ...ไม่ทราบว่าจะ Comment ว่ากะไรต่อดี...คงจะกล่าวได้เพียงว่า...แท้จริงแล้วการให้อภัยผู้เคยหลงผิด ได้กลับตัวกลับใจ หันเข้าหาทางที่ดีนั้นเป็นสิ่งดียิ่ง...ที่ว่าดีนั้นก็เพราะดีทั้งเขาและเรา...เขาได้เริ่มต้นใหม่ จะดีหรือร้ายคงไม่มีใครตอบได้นั่นอยู่ที่สำนึกในใจเขา...แต่ที่แน่ ๆ เราผู้ให้อภัย ก็ได้ปลดบ่่วงที่ยึดพันธนาการใจตนไว้ด้วยความพยาบาทลงเสียแล้ว...ก็จะรู้สึกว่าสบายใจ...

ขอบพระคุณ Comment ดี ๆ มีสาระมากมายค่ะ...

เขียนเมื่อ 

สวัสดีอีกรอบค่่ะคุณ Nina...ณ เวลานี้อากาศก็เย็น ๆ จับใจ น่านอนยิ่งนัก...อิ อิ นอนหลับฝันดีล่ะกันค่ะ...เดี๋ยวสาวสองพันปีจะไปเยี่ยม ในฝันนะคะ...อึ้ย!!

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะพี่คิม คิดถึงนะคะ... ตะรอนทัวร์ทั่วใต้...อิ่มสุขสนุกสนาน...อ่านแล้วอิ่มกับบรรยากาศแห่งความอบอุ่นของมวลมิตรค่ะพี่คิม...มีความสุขตลอดเส้นทางการเดินทางค่ะ..

"การนับถือศาสนาอะไรนั้นคงไม่สำคัญ มากไปกว่าการเป็นคนดี.." ขอบคุณอ.Vijครับ

เขียนเมื่อ 

ศาสนาคือสิ่งยึดเหนี่ยว จรรโลงใจให้ ทุกคนทำดี ละเว้นความชั่ว

สุข สงบ เสมอภาค อิสรภาพ ภราดรภาพ และ สันติภาพ ในที่สุด

...

ปล. สงสัยจริงค่ะคุณvij มีภาพงดงามของประดับเกี่ยวข้องในงานแต่งงานทั้งนั้นเลย

เขียนเมื่อ 

สรุปงานเสวนา ๙ วิธีฟื้นฟูชาติ ตามแนวพระราชนิพนธ์เรื่อง"พระมหาชนก"ที่ผ่านมาครับ

http://gotoknow.org/blog/plays-learns/307280

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ที่ว่าทุกศาสนาสอนให้เราเป็นคนดี

ทุกศาสนามีคำสอนในแง่จริยธรรมคล้ายๆกัน

แต่ศาสนาพุทธแปลกกว่าศาสนาอื่นตรงที่เชื่อในศักยภาพของมนุษย์มากกว่านั่นเองเนาะ

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณมากค่ะคุณธิตย์...มีความสุขกับครอบครัวในทุก ๆ วันในชีวิตนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ poo "ปล. สงสัยจริงค่ะคุณvij มีภาพงดงามของประดับเกี่ยวข้องในงานแต่งงานทั้งนั้นเลย"...จิตนาการไว้เสมือนว่าไปก่อนค่ะ...เผื่อมีโอกาส อิ อิ อิ

เขียนเมื่อ 

  • สวัสดีครับคุณ Vij
  • มาทักทายก่อนเข้านอนครับ
  • หลับฝันดีครับ

 

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณมากค่ะ...สำหรับ "Man In Flame" ความคืบหน้าของกิจกรรม...Vij เข้าไปทิ้งรอยไว้แล้วค่ะ...กิจกรรมดี เยาวชนมุ่งมั่น เพราะผู้ใหญ่ใจดีเปิดโอกาส....มีความสุขกับการทำความดีนะคะ

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณมากค่ะพี่ณัฐรดา...ดีใจจังที่พี่แวะเยี่ยมเยียน

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณมากค่ะคุณก้ามกุ้ง สำหรับคืนนี้ฝันดีเช่นกันค่ะ...มีความสุขตลอดไปนะคะ

สวัสดีครับ

ผมอ่าน comment ของคุณ vij ในบล็อคท่านธรรมฐิติ แล้วติดใจครับ อารมณ์ขันดีจริงๆ ครับ

ตามมาอ่านในนี้อย่างมีความสุขและมีรอยยิ้มครับ

เขียนเมื่อ 

มนุษย์คือสัตว์ที่ประเสริฐ มีกฎเกณฑ์ทางสังคมเเละวัฒนธรรมประเพณีเป็นกรอบทิศทางการดำเนินตน เเละที่สำคัญคือ ศาสนาที่หล่อหลอมให้มนุษย์เป็นมนุษย์ อยู่ในโลกเเละสังคมอย่างปกติสุข แม้บางครั้งมนุษย์จะพยามยามแหวกกฎเหล่านี้ออกมา...ถ้าถามว่าควรมั้ย...มันก็ควรเถอะถ้ามิให้ใครต้องเดือดร้อนเเละเป็นทุกข์...เเต่กระนั้นก็ตาม เรามนุษย์ทุกคนต้องเข้าใจโลกเเห่งความเป็นจริงที่หลากหลาย เเตกต่าง เพราะนี่เเหละโรงเรียนฝึกคนให้เป็นมนุษย์....ขอบคุณครับดอกไม้ที่มอบให้ สวย อบอุ่นดีครับ...รักที่จะให้..เต็มใจมอบให้ครับ

 

เขียนเมื่อ 

มนุษย์คือสัตว์ที่ประเสริฐ มีกฎเกณฑ์ทางสังคมเเละวัฒนธรรมประเพณีเป็นกรอบทิศทางการดำเนินตน เเละที่สำคัญคือ ศาสนาที่หล่อหลอมให้มนุษย์เป็นมนุษย์ อยู่ในโลกเเละสังคมอย่างปกติสุข แม้บางครั้งมนุษย์จะพยามยามแหวกกฎเหล่านี้ออกมา...ถ้าถามว่าควรมั้ย...มันก็ควรเถอะถ้ามิให้ใครต้องเดือดร้อนเเละเป็นทุกข์...เเต่กระนั้นก็ตาม เรามนุษย์ทุกคนต้องเข้าใจโลกเเห่งความเป็นจริงที่หลากหลาย เเตกต่าง เพราะนี่เเหละโรงเรียนฝึกคนให้เป็นมนุษย์....ขอบคุณครับดอกไม้ที่มอบให้ สวย อบอุ่นดีครับ...รักที่จะให้..เต็มใจมอบให้ครับ

 

เขียนเมื่อ 

มนุษย์คือสัตว์ที่ประเสริฐ มีกฎเกณฑ์ทางสังคมเเละวัฒนธรรมประเพณีเป็นกรอบทิศทางการดำเนินตน เเละที่สำคัญคือ ศาสนาที่หล่อหลอมให้มนุษย์เป็นมนุษย์ อยู่ในโลกเเละสังคมอย่างปกติสุข แม้บางครั้งมนุษย์จะพยามยามแหวกกฎเหล่านี้ออกมา...ถ้าถามว่าควรมั้ย...มันก็ควรเถอะถ้ามิให้ใครต้องเดือดร้อนเเละเป็นทุกข์...เเต่กระนั้นก็ตาม เรามนุษย์ทุกคนต้องเข้าใจโลกเเห่งความเป็นจริงที่หลากหลาย เเตกต่าง เพราะนี่เเหละโรงเรียนฝึกคนให้เป็นมนุษย์....ขอบคุณครับดอกไม้ที่มอบให้ สวย อบอุ่นดีครับ...รักที่จะให้..เต็มใจมอบให้ครับ

 

เขียนเมื่อ 

เอานมมาส่ง..ดื่มก่อนนอนนะจ๊ะ...

สวัสดีน้อง vij ศาสนา เป็นเครื่อยึดเหนี่ยวจิตใจให้ใฝ่ดี ทุกวันนี้ที่มีปัญหาเพราะ นับถือศาสนาตามสำเนาทะเบียนบ้าน.......

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณมากค่ะคุณหมอสาโรจน์...ยินดียิ่งค่ะที่ท่านมาเยือน...มีความสุขกับชีวิตในแต่ละวันนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์กู้เกียรติ "อบอุ่นดีครับ...รักที่จะให้..เต็มใจมอบให้ครับ" อึ้ย!! หัวใจพองโต...ชวนฝันซะงั้น...โดนเต็ม ๆ ... เลยต้องพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นเลย...คนให้เต็มใจคนรับก็ยินดีจ้าาาา...ขอบพระคุณมากค่ะ...

เขียนเมื่อ 

ที่ก็อีกหนึ่งท่าน พี่สาวอ้อยเล็กคนสวย เต็มใจส่งใจทุกวัน...ขอบคุณหลายเด้อ...น้ำนมขาวฉันใด น้ำใจคนให้ยิ่งขาวบริสุทธิ์กว่าหลายเท่านัก...รักนี้ไร้ซึ่งพรมแดน

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณมากค่ะบัง..."ศาสนา เป็นเครื่อยึดเหนี่ยวจิตใจให้ใฝ่ดี"...

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ อ.Vij 

หัวข้อที่ อ.Vij จั่วหัวไว้นำผมมาค้นหาความหมายครับ และร่วมแชร์ไอเดียด้วยครับ กับบันทึกตามลิงค์นี้ครับ   http://gotoknow.org/blog/know-thing1/150627

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะบัง...ได้เข้าไปอ่านและท้องรอยไว้แล้วค่ะ...เป็นบันทึกชวนให้คิดค่ะบัง มีสาระประโยชน์มากเลยค่ะ...ชอบคำถามทิ้งท้ายและประโยคสุดท้ายมากค่ะ...มีความสุขกับการทำงานนะคะ... ขอบพระคุณมากค่ะที่นำสาระดี ๆ มาฝาก

เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยกับอาจารย์เลยแหละทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดี..

หากเราเข้าถึงอย่างแจ่มแจ้งแทงตลอดการยึดติดในศาสนาก็จะหายไป..

ธรรมฐิตแม้จะเป็นตัวแทนศาสนาแต่การนำเสนอเผยแผ่นั้นก็ไม่ได้ต้องการบังคับให้คนทั้งหลายหันมานับถือพุทธศาสนาเช่นธรรมฐิต  เพียงแต่ต้องการให้ทุกคนทั้งในและนอกศาสนานั้นๆได้รับประโยชน์จากการนำเสนอในรูปแบบพุทธศาสนาอันจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในชีวิตของแต่ละคนอย่างดีงามได้ขอรับ..

หัวข้อทำให้ต้องเข้ามาอ่าน เมื่ออ่านแล้วทำให้รู้และเข้าใจว่าอย่าไปยึดติด แต่ให้ทำความเข้าใจถึงคำสอนของศาสนาที่สอนให้กระทำแต่ความดี มีความรัก มีเมตตา จะทำให้โลกก้าวสู่สันติภาพครับ

เขียนเมื่อ 

นมัสการค่ะ...หลวงพี่

ทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดีจริง ๆ เจ้าค่ะ

ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณท่าน ดร.สุธา สุพงษ์ ที่มาขมวดความรู้ให้ค่ะ

หมายเลขบันทึก

307285

เขียน

21 Oct 2009 @ 06:06
()

แก้ไข

06 Sep 2013 @ 21:45
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
ความเห็น: 43, อ่าน: คลิก