หากจะปฏิบัติราชการให้ได้ผลดี เจริญก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ เราจะต้องเชื่อมั่นในระบบอาวุโส โดยถือว่าผู้ที่มีอาวุโสกว่าย่อมมีความรู้ความสามารถมากกว่า ผู้น้อยพึงให้ความเคารพยำเกรงและมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ผู้น้อยจึงต้องกระทำตนให้เป็นที่พอใจของผู้ใหญ่ เพื่อความเจริญในชีวิตราชการ ความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการชั้นผู้น้อยกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จึงมีลักษณะผู้เหนือกว่าและผู้ต่ำกว่า (Super ordination and subordination) หรือความสัมพันธ์แบบผู้อุปถัมภ์และบริวาร
การที่ข้าราชการไทยส่วนใหญ่มีทัศนคติและค่านิยมเช่นนี้ ทำให้ข้าราชการไทยมุ่งรับใช้เจ้านายเป็นสำคัญ มีการยึดถือตัวบุคคลมากกว่าหลักการหรืองาน มีการเล่นพรรคเล่นพวกและมีความเฉื่อยชาในการทำงาน ขาดสำนึกในเรื่องการให้บริการและการรับใช้ประชาชน เพราะเห็นว่าการรับใช้ผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็น “เจ้านาย” ของตนนั้นย่อมได้รับผลประโยชน์มากกว่าการรับใช้ประชาชน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ระบบราชการไทยจึงพยายามทุกวิถีทางในการสร้างภูมิคุ้มกันแก่ตน เพื่อมิให้ฝ่ายการเมืองสามารถเข้ามาควบคุมตรวจสอบการทำงานของระบบราชการได้ ในทางปฏิบัติ ข้าราชการจึงต้องการควบคุมและปกครองประชาชนมากกว่า ยิ่งกว่านั้นข้าราชการไทยส่วนใหญ่ยังขาดความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ ต่อจรรยาบรรณและต่อศักดิ์ศรีของตนเองอีกด้วย
ดังนั้น ข้าราชการไทยส่วนใหญ่จึงมักคำนึงถึงแต่การมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว ทั้งในเรื่องตำแหน่ง หน้าที่ และเรื่องรายได้ มากกว่าการคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ และมีการกระทำการใดๆ ก็ตามเพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้องเป็นสำคัญ
(ที่มา: บทที่ 8 โครงสร้างและระบบราชการ, หน้า 134-135)