ค้นหาอาสาสมัคร เพื่อมาเป็น “ครูอาสาน้อย” คอยสอนการบ้านให้น้องๆ ในโรงเรียนตั้งแต่ ป.๑ – ป.๖ เชิญปราชญ์ชาวบ้านมาพูดคุยกับเยาวชน ไปจนถึงให้ความรู้เรื่องวิถีชีวิตชุมชน เช่น การใช้พืชสมุนไพรในการรักษาโรค และการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง โดยครูอาสาน้อย จะทำหน้าที่ประจำในคุ้มของตัวเอง

 

 

 

ครูอาสาน้อย...แต่ใจใหญ่

           

  เคยได้ยินใครเอ่ยถึงปัญหาพวกนี้ไหม....

เด็กขี้เกียจเรียนไม่ส่งการบ้าน เด็กเรียนเห็นแก่ตัว เด็กติดเกม เด็กแว๊น เด็กสก๊อย เด็ก....ฯลฯ

 

   ปัญหาต่างๆ ที่เอ่ยมาข้างต้น ถ้าไม่ใช่ประสบการณ์จริงในชีวิตตัวเอง เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยิน ได้ฟังมาบ้าง คำถามต่อมาคือ เราจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร แล้วใครเป็นคนแก้?? ..

 

   ในภาพรวมยังไม่มีคำตอบที่เห็นร่วมกันชัดเจนถึงผลเชิงประจักษ์..เราจึงยังเห็นปัญหานี้มีอยู่ทั่วไป...

        

    แต่ในภาพเล็กๆ..น้องๆ ครูอาสาน้อย โรงเรียนวัดกระบังมังคลาราม ต.หอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก กำลังปฏิบัติภารกิจแก้ปัญหาเด็กๆ เหล่านี้อย่างสร้างสรรค์

 

  ด.ช.อิสราณุวัฒน์ฉวี หรือ น้องโอ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ประธานโครงงานเยาวชนไทย ห่วงใย ใส่ใจคนรอบข้าง บอกว่า

 

 "ทุกวันตอนเย็นหลังเลิกเรียน เป็นเวลาทำการของ ครูอาสาน้อย ที่จะไปประจำตาม “คุ้ม” ต่างๆ ในหมู่บ้าน

   

 

     โอ ขยายความว่า “คุ้ม” เป็นชื่อเรียกพื้นที่ที่เล็กกว่า หมู่บ้าน ถ้าเรียงลำดับชื่อเรียกพื้นที่ จากเล็กไปใหญ่ ต้องเริ่มด้วย คุ้ม หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด

 

     ที่นี่คนในชุมชนส่วนใหญ่หันมาประกอบอาชีพรับจ้าง พ่อแม่ ผู้ปกครองจึงไม่มีเวลาดูแลลูก ภาระจึงตกไปอยู่ที่คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายที่บ้าน แต่ที่แย่กว่านั้น.. หลังเลิกเรียน น้องๆ บางกลุ่มจะไปรวมตัวกันที่ร้านเกม มั่วสุม ไม่ยอมทำการบ้าน เฉพาะในบ้านหมู่ ๒ ต.หอกลอง มีร้านเกมเปิดให้บริการอยู่ถึง ๓ ร้าน

      

                           

 

   โอ เห็นช่องว่างตรงจุดนี้ จึงเริ่มค้นหาอาสาสมัคร เพื่อมาเป็น “ครูอาสาน้อย” คอยสอนการบ้านให้น้องๆ ในโรงเรียนตั้งแต่ ป.๑ – ป.๖ เชิญปราชญ์ชาวบ้านมาพูดคุยกับเยาวชน ไปจนถึงให้ความรู้เรื่องวิถีชีวิตชุมชน เช่น การใช้พืชสมุนไพรในการรักษาโรค และการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง โดยครูอาสาน้อย จะทำหน้าที่ประจำในคุ้มของตัวเอง

      

 

  “นัดกันที่บ้านครูอาสาบ้าง บ้านน้องๆ หรือบ้านผู้ใหญ่ในชุมชน แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคุ้ม คุ้มหนึ่งประมาณ ๗-๑๕คน ใครอยู่คุ้มไหนก็เรียนที่คุ้มนั้น” โอ เล่าถึงลักษณะการทำงาน

 

   ใช่ว่าใครจะมาเป็น “ครูอาสาน้อย” ได้ง่ายๆ “ครูอาสาน้อยต้องฝึกสอน และฝึกทำแบบฝึกหัดกับคุณครูที่โรงเรียนก่อน ถึงจะไปสอนน้องๆ ได้” โอ บอก

 

“เมื่อมีโอกาสมาสอนน้องๆ เท่ากับผมได้ทบทวนความรู้ และทบทวนบทเรียนให้ตัวเองด้วย ผลการเรียนก็ดีขึ้นตามลำดับ ผมเข้าใจที่ผู้ใหญ่ชอบพูดว่า เด็กๆ ควรใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เลย เพราะครูอาสาน้อยที่ผมทำอยู่เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ซึ่งเมื่อก่อนเลิกเรียนเสร็จ ถ้าไม่ออกไปวิ่งเล่น ผมก็อยู่บ้านเฉยๆ

 

    ตอนนี้ได้มาทำประโยชน์ ทำให้น้องๆ ในโรงเรียนมีพัฒนาการด้านการเรียนดีขึ้น แล้วยังเกิดผลดีสะท้อนกลับมาที่ตัวเองด้วย” โอ เล่าอย่างภูมิใจ

 

       

 

“ครอบครัวผมทั้งส่งเสริมและสนับสนุน เพราะเห็นประโยชน์ในสิ่งที่ทำ ผมเชื่อว่าสถาบันครอบครัวมีความสำคัญมากต่อเด็กและเยาวชน เพราะไม่ว่าอยู่ในสังคมไหน เราก็มีจุดเริ่มต้นมาจากครอบครัว ถึงเราย้ายไปอยู่ในอีกสังคมหนึ่ง สิ่งที่ฟูมฟักมาจากครอบครัวก็ยังคงติดตัวเราไปตลอด เพราะฉะนั้นถ้าครอบครัววางรากฐานที่ดีและมั่นคงให้กับลูก พวกเขาก็จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในทุกๆ สังคมได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย”

 

    ประธานโครงงานเยาวชนไทยฯ เปรียบเทียบอย่างน่าฟังว่า “เมื่อก่อนผมมองปัญหาในภาพกว้าง จนละเลยสิ่งใกล้ตัว พอได้มาทำโครงงานฯ ผมมีความละเอียดรอบคอบมากขึ้น สนใจสังเกตสิ่งใกล้ตัวมากขึ้น เช่น ปัญหาขยะ ที่มองข้ามไปตอนแรก อาจเพราะคุ้นชินกับมัน (หัวเราะ) เลยไม่เห็นว่าเป็นปัญหา ทั้งที่เป็นปัญหาซึ่งควรแก้ไขก่อนด้วยซ้ำ”

 

“รู้สึกเป็นเกียรติมาก โครงงานนี้เปิดโอกาสให้ผมได้ทำความดี จากเมื่อก่อนเห็นปัญหาที่มีในโรงเรียน ในชุมชนก็วางเฉยไม่กล้าแก้ปัญหา แต่ตอนนี้ไม่กลัวแล้ว แก้ปัญหาและทำความดีได้อย่างมั่นใจ”

 

           ////////////////

 

กลุ่มกัลยาณมิตรเพื่อการเสริมสร้างเครือข่ายวิถีพุทธ(กคพ.)

โรงเรียนวัดกระบังมังคลาราม ต.หอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก 65150

วัดกระบังมัง/พระมหาพงษ์นรินทร์/โซน 2

ที่มา: "หนังสือร้อยพลังเยาวชน..พลังสังคม..ร่วมสร้างประเทศไทยด้วยการให้" ของโครงการมหกรรมพลังเยาวชน พลังสังคม ร่วมสร้างประเทศไทยด้วยการให้" ตุลาคม ๒๕๕๒