ผมได้รับความเมตตาจาก ยายธี เป็นอย่างยิ่ง สำหรับคำแนะนำการจัดการเรียนรู้ศิลปะให้เฌวา

สืบเนื่องจากบันทึก จิตรกรน้อยนาม "เฌวา"

ผมได้รับความเมตตาจาก ยายธี เป็นอย่างยิ่ง สำหรับคำแนะนำการจัดการเรียนรู้ศิลปะให้เฌวา ขออนุญาตคัดมาให้อ่านดังนี้ครับ

สวัสดีเฌวา...
อ่านแล้วเกิดความเป็นห่วงเด็กศิลปินใหญ่รุ่นนี้...
สีที่ใช้ (สีที่ซื้อส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ผลิตเป็นพิเศษสำหรับเด็กจะเป็นสีทางเคมีที่มีสารอันตรายเป็นส่วนใหญ่ เกือบทุกสี..มีโอกาศ..ตายช้า..และตายเร็ว..ขึ้นกับปริมาณที่เด็กเอาเข้าปาก.. ถ้าพ่อแม่ไม่ได้เฝ้าดูอย่างใกล้ชิด..เป็นสิ่งที่ต้องระวัง..เป็นพิเศษ...หากไม่ต้องการเสียใจ)...
ยายธีมีคำแนะนำว่า..ถ้าเด็กที่มีอายุน้อยๆควรใช้ต้นไม้ใบหญ้าที่เรารู้จัก...เป็นต้นว่าอัญชัน..สีม่วง...ขมิ้น..สีเหลือง...ใบเตย..สีเขียว..
สิ่งเหล่านี้ยังหาได้ง่าย..เอามาปั่นคั้นน้ำ..ผสมแป้งเปียก(น้ำข้าว)..ใช้ละเลงเล่น..บนแผ่นผลาสติคใส..ลบล้างได้ไม่สิ้นเปลือง..และไม่มีอันตราย..
ถ้าอยากจะเห็นรูปที่จะเก็บไว้..คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะเล่นสนุกไปกับลูกๆได้..โดยใชวิธีพิมพ์..โดยวางกระดาษสาบางๆพิมพ์รูปเหล่านั้นไว้...
คุณหนานเกียรติคะยายธีชอบภาพของเฌวามากเพราะตรงสเปค..ยาย..
หวังว่าคงจะไม่เป็นการละลาบละล้วงนะคะ..ในความคิดเห็นในเรื่องสี..กับเด็กๆ..
ยายธีค่ะ

และ พี่อ้อยเล็ก ก็แจมด้วย

เห็นด้วยกับยายทีค่ะ..ถ้าเป็นพวกลูกผักปรังหรือผลไม้ที่ออกสีได้เช่นลูกหว้าหรือจะเป็นดอกไม้ประเภทพวกดอกอันชัญอะไรที่สามารถมาละเลงได้ก็ให้เฌวาได้เล่นล่ะกันถึงเข้าปากก็ไม่เป็นไร..กินได้ค่ะ..

คำแนะนำทำให้มีได้สติ รวมทั้งได้ไอเดียที่จะจัดการเรียนรู้ให้กับเฌวา

ผมจะชวนเฌวาปลูกพืชที่ให้สีครับ

ให้เฌวาได้ปลูก ดูแล สังเกตุการเติบโต เก็บเกี่ยว สกัดสีจากพรรณพืช แล้วนำไปสร้างงานศิลปะ

โห...ได้หลายชั้นเลยครับ

ผมลองทดลองค้นหาความรู้เพื่อเตรียมเป็นเนื้อหาให้เฌวา พบข้อมูลที่น่าสนใจเยะเลยครับ

เช่น

ดอกอัญชัน
ดอกอัญชัญให้สีฟ้าคราม หรือน้ำเงิน ดอกอัญชันมีสารแอนโทรไซยานิน มีคุณสมบัติเพิ่มการไหลเวียนของเลือด เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ดอกอัญชัญสามารถสกัดสีมาทำสีประกอบอาหารได้ มีคุณค่าทางสมุนไพรช่วยบำรุงสายตา แก้ตาฝ้าฟาง ตาแฉะ ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ

ดอกกระเจี๊ยบ
ดอกกระเจี๊ยบให้สีแดง มีสารสีแดงจำพวกแอนโทรไซยานิน และมีกรดอินทรีย์หลายชนิด เช่น แอสครอบิคแอซิค, ซิทริคแอซิค, มาลิคแอซิค และ ทาร์บาริคแอซิค กรดเหล่านี้ทำให้กระเจี๊ยบมีรสเปรี้ยว และยังพบมีวิตามินเอ เพ็คติน และแร่ธาตุอื่นๆ ได้แก่ แคลเซียมในปริมาณสูงฟอสฟอรัส แมกนีเซียม เป็นต้น กระเจี๊ยบมีสรรพคุณแก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้ดีพิการ แก้ปัสสาวะพิการ แก้คอแห้งกระหายน้ำ แก้ความดันโลหิตสูง กัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำไส้ บำรุงโลหิต ลดอุณหภูมิในร่างกาย แก้โรคเบาหวาน แก้เส้นเลือดตีบตัน 

ใบเตย
ใบเตยให้สีเขียว น้ำคั้นจากใบเตย มีกลิ่นหอมนำมาใช้แต่งสีขนม แต่งกลิ่นอาหาร นอกจากนี้ยังนิยมนำมาเป็นเครื่องดื่ม น้ำที่ได้จากใบเตยมีสารสำคัญหลายชนิด เช่น ไลนาลิลอะซีเตท, เบนซิลอะซีเตท, ไลนาโลออล, และเจอรานิออล และมีสารหอมคูมาริน และเอททิลวานิลลิน สรรพคุณทางยา ในตำรายาไทย ใช้ใบเตยสดเป็นยาบำรุงหัวใจ ให้ชุมชื่นช่วยลดอาการกระหายน้ำ รากใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ใช้รักษาเบาหวาน

ขมิ้น
ส่วนรากและเหง้าของขมิ้น ให้สีเหลืองและมีกลิ่นหอม สารประกอบในขมิ้นรวมเรียก เคอคูมินอยด์ มีคุณสมบัติเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ สารต่อต้อนการอักเสบ ต่อต้านไวรัสและแบคทีเรีย ซึ่งสามารถทำงานท้าทายโรคมะเร็ว โรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบ โรคเรื้อรังต่างๆ และที่สำคัญโรคอัลไซเมอร์ ขมิ้น มีสรรพคุณทางยาในการรักษาแผล แก้พิษในเลือกและโรคกระเพาะ รวมทั้งใช้ในการรักษาเคล็ด ขัด ยอก และบวม รักษาอาการปวดท้อง กระทั่งขัดผิวและพอกหน้า

 

เท่าที่คิดออกตอนนี้ จะลองปลูกพืชเหล่านี้ครับ

ท่านใดอยากให้ปลุกพืชให้สีอะไรอีก ช่วยแนะนำด้วยนะครับ...