ตัวแท้ของประชาธิปไตย อยู่ที่การช่วยกันคิด ช่วยกันทำ นำเอาสติปัญญาความสามารถของแต่ละคนอออกมาร่วมกันแก้ปัญหาและสร้างสรรค์

    เมื่อวานผมได้หนังสือของกระทรวงวัฒนธรรมมา 1 เล่ม ครับ ท่านรัฐมนตรีกรุณานำมาแจกด้วยตนเอง  ชื่อ หนังสือ "การเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยในสังคมไทย"

 

    

         ผมชอบใจตรงปกหลังครับ  เขียนอ้างอิงมาจากท่านพระพรหมคุณาภรณ์  จากหนังสือ ประชาธิปไตย ไม่ยาก  ถ้าอยากได้  เขียนไว้ดังนี้ครับ

 

      "...ตัวประชาธิปไตย  ก็คือวิถีชีวิตของคนที่อยู่ร่วมกัน  และ ช่วยกันจัดสรรความเป็นอยู่ให้ดี เพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างมีสันติสุข 

 

       ตัวแท้ของประชาธิปไตย  อยู่ที่การช่วยกันคิด ช่วยกันทำ นำเอาสติปัญญา ความสามารถของแต่ละคน  ออกมาร่วมกันแก้ปัญหา และ สร้างสรรค์ความเป็นอยู่ร่วมกัน ให้เป็นสุขและเจริญงอกงาม 

 

      ถ้าไม่มีตัวแท้ หรือ  เนื้อแท้ของประชาธิปไตยนี้  รูปแบบต่างๆ ที่ว่าเป็นเครื่องมือทั้งหลาย  ก็หมดความหมาย 

 

      ปัญหาประชาธิปไตยในสังคไทยเวลานี้  จึงเริ่มต้นตั้งแต่ว่า "ประชาชนต้องการประชาธิปไตยหรือไม่"......."

 

      จากข้อเขียนดังกล่าว  ผมขอหยิบยกตัดเอามาเฉพาะตรงนี้ครับ

 

     นำเอาสติปัญญา ความสามารถของแต่ละคน  ออกมาร่วมกันแก้ปัญหา และ สร้างสรรค์

 

     ผมว่าการที่จะเกิดตัวแท้ของประชาธิปไตยด้วยการนำเอาสติปัญญาความสามารถ ของแต่ละคน ออกมาได้ หัวใจอยู่ที่  "การฟัง" ครับ

 

      นั่นคือ เราจะต้อง "ฟัง"   แต่ละคน  โดยไม่ตัดสิน   ด้วยการ

      *    ฟังอย่างลึกซึ้ง

      *    ฟังอย่างไตร่ตรอง

      *    ฟังอย่างใคร่ครวญ

     *    ฟังอย่าง I   in  you

   

       ดร.มนต์ชัย พินิจจิตรสมุทร   ได้ขยายความการฟังอย่างไตร่ตรองว่า หมายถึง กระบวนการที่เริ่มจากภาวะ "รู้" การทำงายของชุดความคิดได้  และ หน่วงเวลาการคิดให้ช้าลง  โดยทอดเวลาออกไป  เพื่อเก็บรายละเอียดให้มากขึ้น  เพื่อรับรู้ส่วนละเอียดได้ครบถ้วนมากขึ้น  ไตร่ตรองความคิดกลับไปกลับมาหลายครั้ง  ทำให้เราเห็นในสิ่งที่เราอาจไม่เคยเห็น

 

     จุดเริ่มของการไตร่ตรองความคิด มาจากความคิดของผู้อื่นที่ผ่านทะลุเข้ามาภายในยังตัวเรา และ อย่างรวดเร็ว มันก็ทำการกระตุ้นเร้าสมมติฐานของเราให้ได้รับรู้การทำงานของมัน  และ ปล่อยวางลงไว้ และ/หรือ สร้างกรอบแนวคิดขึ้นมาใหม่

 

       สมมติฐาน ของ ดร.มนต์ชัย  ก็คือ Mental model ครับ   หรือ อาจจะเทียบได้กับ "อัตตา" ของแต่ละคนนั่นเอง   นั่นคือ ต้องฟังโดยวาง "อัตตา"  หรือ ให้รู้เท่าทันใน "อัตตา"   ไม่ให้ "อัตตา" มาตัดสินหรือมารบกวนการฟัง  บางที เขาก็เรียก "เสียงภายใน" ครับ

 

      ทั้งหลายทั้งปวง  ก็เพื่อจะต้องการบอกว่า  สุนทรียสนทนา  ก็คือ ตัวแท้ของประชาธิปไตยนั่นเองครับ   สอดคล้องกับคำนิยามของดร.มนต์ชัยที่ว่า

 

    "สุนทรียสนทนา คือ ศาสตร์แห่งการสร้างสรรค์สติปัญญาร่วมกันของมนุษย์"