ธรรมะ กับการเงิน

ในภาวะปัจจุบันที่เศรษฐกิจตกต่ำ   ทั่วโลก และทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป รายได้ที่เคยได้รับอาจไม่เหมือนเดิม หรือรายจ่ายอาจเพิ่มมากขึ้น ความผันผวนและความไม่แน่นอนเกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งหากเราไม่รู้จักตั้งรับก็อาจพลาดพลั้งในการดำเนินชีวิตประจำวัน และกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่บ่อนทำลายความรู้สึกของตนเองและครอบครัวได้

ทางหนึ่งที่เราจะช่วยให้เรารับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเงินได้ คือ การสร้างเกราะคุ้มกันให้ตัวเราเองโดยการน้อมนำหลักธรรมะมาปฏิบัติ อย่างจริงจัง เพื่อเป็นการเตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

        ธรรมะ กับ การเงิน หลายคนอาจแปลกใจว่า สองเรื่องนี้มารวมกันเป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างไร อาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่อยู่คนละขั้วกัน แต่แท้ที่จริงแล้วมีหลักธรรมคำสอนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทางการเงินมากมายที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ตั้งแต่สมัยพุทธกาล...

 

"อฏฐาตา กมมเธยุเยสุ อปปมตุโต วิธานวา สม กปเปติ ชีวต สมภต อนุรกขติ" (ภาษาบาลี)

 

 "ขยันทำงาน  ไม่ประมาท   ฉลาดในการจัดการ  เลี้ยงชีพแต่พอดี ย่อมรักษาทรัพย์ให้คงอยู่และเพิ่มทวี"

 

จะเห็นว่าแนวปฏิบัติทั้งสี่ข้อนี้สั้น ๆ และทำได้ไม่ยากนัก เริ่มต้นด้วย.. 

 

1. ขยันทำงาน

     การขยันทำงาน ก็ต้องขยันอย่างฉลาด และมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่การทำงานแบบเยอะ ๆ แต่ขาดประสิทธิภาพก็ทำให้ได้ผลผลิตที่ไม่ดี และไม่คุ้มค่า  และนอกจากจะขยันทำงานแล้ว ต้องพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน พยายามหาความรู้เพิ่มเติม และพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณภาพงานและเพิ่มความก้าวหน้าในหน้าที่การงานอีกด้วย

2. ไม่ประมาท

     เพราะความประมาท เป็นหนทางแห่งความเสื่อม ความเสียหายทั้งเสื่อมเสียทรัพย์สิน เสียชื่อเสียง เสียสุขภาพ เสียภาพพจน์หน้าที่การงาน

3. ฉลาดในการจัดการ

     ต้องรู้จักฉลาดในการจัดการทรัพย์ที่เราหามาได้ ต้องหาวิธีและวางแผนจัดการด้านการเงินอย่างรอบคอบ โดยอาจใช้หลักโภควิภาคสี่มาจัดการแบ่งเงินเป็นสี่ส่วน คือ

                   - ส่วนที่หนึ่ง สำหรับใช้จ่ายเลี้ยงชีพ เลี้ยงดูพ่อแม่

                   - ส่วนที่สอง และ ส่วนที่สาม

                     ให้นำมารวมกันและใช้ในการประกอบอาชีพ

                   - ส่วนที่สี่ ให้กันไว้ใช้และเก็บออมไว้ในยามจำเป็น

4. เลี้ยงชีพแต่พอดี

     คือการไม่ใช้จ่ายเกินฐานะ ต้องรู้จักใช้เงินให้น้อยกว่าที่หามาได้อยู่เสมอ ยิ่งในยุคสังคมบริโภคในปัจจุบันยิ่งต้องระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ดังนั้นก่อนที่เราจะใช้จ่ายเงิน ต้องถามตนเองอยู่เสมอ ว่าเราจำเป็นต้องใช้จริง ๆ หรือไม่

............

ข้อมูลจากวารสารสำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร