บทเรียนชีวิต : การก้าวย่างที่ไม่ประมาท

              คุณพ่อทำงานในตำแหน่งสูง แต่ละวันสาระวนกับภาระและการตัดสินใจที่ซับซ้อน ข่าวที่ออกทางหนังสือพิมพ์ ทีวีออนไลน์หรืออักษรวิ่ง สร้างความภูมิใจให้กับตัวเอง สังคม อยู่อย่างต่อเนื่อง

             เมื่อกลับถึงบ้านลูกชายคนกลาง ซึ่งกำลังเรียนประถมสี่กลัดกลุ้มกับภาระโรคภูมิแพ้ ที่ต้องตากฝนไปโรงเรียนด้วยสภาพที่เป็นผู้มีอันจะกิน

            พ่อครับ "พ่อทำงานชั่วโมงละกี่บาทครับ" เห็นพ่อยุ่งทั้งวัน  พ่อตอบกลับว่า "อ๋อลูกถามทำไม เงินเดือนพ่อก็เดือนละ 32,200 บาท ถ้าอยากรู้เป็นชั่วโมงก็เอา30 หาร ได้เท่าไหร่ก็เอา 24 หารอีกที  แต่พ่อไม่เคยคิดนะ มันยุ่งจนไม่เคยคิดเรื่องนี้ แล้วลูกถามทำไม

            เด็กน้อยนั่งคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วพูดว่า "พ่อหนูขอเงิน 10 บาท" พ่อค่อนข้างจะหัวเสียที่เห็นลูกชายถามเพื่อจะขอเงิน จึงบอกไปว่า "ไม่มี"เงินมีค่าถึงแม้ไม่มาก แต่กว่าจะหามาได้ยากนะลูก

           เด็กน้อยหายไปในห้องนาน พ่อนึกขึ้นมาได้ จึงเดินไปเคาะประตู เพราะนึกว่าอาจจะจำเป็นต้องใช้เงิน เราไม่น่าจะพูดทำร้ายจิตใจลูก เพียงเงินแค่ 10 บาท

          คุณพ่อหยิบเหรียญ 10 ให้ลูกบอกว่า พ่อล้อเล่น พลันพยักหน้าส่งเหรียญให้

          "ผมมีครบ 22 บาทแล้วพ่อ" พ่อรู้ไหม เงินที่ผมขอ ผมจะมาจ้างพ่อ ให้อยู่กับผม "สักหนึ่งชั่วโมง" ตามเงินเดือนของพ่อที่ได้รับครับ

          คำถามของลูก และคำตอบของลูก ต่างหวังถึงเวลาของพ่อที่จะให้มีต่อลูกต่อครอบครัว ผู้บริหารหลายคนใช้เวลาอย่างคุ้มค่ากับงานและสังคม แต่ลืมความรับผิดชอบที่มีต่อตนเองและครอบครัวไปอย่างน่าเสียดาย บางคนเมื่อเห็นเบอร์โทรศัพท์ภรรยาโชว์บนมือถือก็ไม่รับ ซึ่งอาจจะคิดว่ารอให้บรรยายหรือประชุมให้แล้วเสร็จก่อนโทรกลับ แต่หารู้ไหมว่า เวลานั้นภรรยาหรือลูกอยากจะได้ยินเสียงพ่อครั้งสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นลมหายใจ เพราะอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง

        เวลา ไม่มีความสำคัญสำหรับคนบางคนแต่บางคน มีความสำคัญมาก มากพอที่จะเสียใจไปตลอดชีวิต