รับปากผู้ใหญ่บ้านหนองหาน (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่ค่ะ)ไว้ว่ากลับมาจะเขียนบันทึกเล่าเหตุการณ์ย้อนหลัง

รับปากไปทั้งๆที่ไม่แน่ใจว่าจะจดจำอะไรได้มากน้อยเพียงไร

นึกถึงแล้วก็ละอายใจ นึกโกรธเจ้าปากขึ้นมา

ชอบแซงความคิดเสมอๆจนเป็นเรื่อง

ชอบนักกับคำว่าไม่เป็นไร ไม่รู้ไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่

จะอะไรเกิดก็ตามปากชอบหลุดออกไปว่า "ไม่เป็นไรค่ะ"

จนหลายครั้งคนข้างเคียงจะหัวเสียร้องว่า"ไม่เป็นไรอีกแล้ว"

มาชมภาพดีกว่า ขื่นเขียนต่อไปอาจเสียเรื่องชักใบออกทะเลโพ้นไปอีก

ไม่เป็นไรใช่ไหม

เออ หนอ...ยังไม่ได้ย่อขนาดรูปเลย จะขึ้นไพล์ได้ไง อิอิ

มาแล้วค่ะ

ถึงขอนแก่นมืดไปหน่อย เพราะมัวเอ้อละเหยชมวิว อีกทั้งมีสมาชิกน้อยไปด้วยแวะรายทางโดยไม่มีเป้าหมายได้เหมือนกัน ถึงตรงนี้นึกถึงท่านJJแต่ยามวิกาลคงไม่เหมาะ แต่ตั้งใจว่าหากเกิดใครในรถเกิดต้องการความช่วยเหลือกระทันหันก็ต้องเมล์ขอความช่วยเหลือโชคดีที่ทุกคนไม่ป่วยเลย อิอิ มื้อเย็นเด้กๆยังไม่ได้ทานอะไรให้อิ่มท้องนอกจากสลัด ตัดสินใจแวะหาอะไรร้อนๆรองท้องก่อนเลยแวะไปตลาดเทศบาล 1 ทางหนองหานโทรมาเป็นระยะๆด้วยความห่วงใย

ตลาดยามค่ำคืนที่เมืองขอนแก่น

ร้านนี้เลยหาง่ายดี ข้าวต้มร้อนๆคนละชาม อิ่มแล้วก็เดินสำรวจ รอหลานๆ เด็กๆก็ยังงี้กว่าจะกิน กว่าจะรำมักใช้เวลามากแต่ก็ดีทำให้ป้าอย่างฉันได้เห็นชีวิตยามค่ำคืนที่ซอยกล้วย

 เก็บภาพมาฝาก เพราะซอยนี้ไม่ซื้อขายอย่างอื่นนอกจากกล้วย มีขายทั้งปลีกและส่ง ราคาเดียวกันหมด ว่าจะซื้อไปหนองหาน พวกก็คัดค้านว่าเราไปนอกเมืองนะไม่ใช่เข้าเมือง แปลว่านอกเมืองต้องมีกล้วย

 

พลันสายตาหันไปเห็นโอ โอ ปักษ์ใต้บ้านเรา นี่เลย หนังตะลุง โนน่งเอย โหน่งแหละ นี่แหละเป็นเพลงชาวใต้ อื้อ..มาปักหลักถึงขอนแก่น

อิ่มกันแล้วก็เดินทางต่อไปหนองหาน จ.อุดร ไม่ไกล เสียงทางหนองหารบอกให้ขับมาเรื่อยๆไม่เกิน 30 กิโลมั๊ง แล้วก็ถึงวัด หลวงพ่อ กับผู้ใหญ่บ้านรออยู่แล้ว

ระหว่างรอกันไปรอกันมาก็เก็บภาพเป้าหมายที่เรามา นี่เลย

ขนาน 9 X9 เมตร หลวงพ่อบอกว่าตั้งใจไว้ว่าสักสามปีคงจะเสร็จ ฉันก็อนุโมทนาสาธุ

สามปีก็สามปี จะได้มาเที่ยว มาทำบุญที่นี่อีก 2ครั้ง

แล้วผู้ใหญ่บ้านหนองหานท่านก็ชักชวนให้คณะของเราไปพักผ่อนที่บ้านท่าน

อยู่ติดกับวัดเลย เดินเอาก็ได้ ไม่ถึง 3 นาทีก็ถึงแล้ว

แต่ท่านให้นั่งรถไปบอกว่ามันมืดแล้ว

และเราจะต้องนำปัจจัยมาเสียบฟางที่มัดเป็นต้นแทนต้นกล้วย

ก็เลยไปบ้านผู้ใหญ่หลังนี้ค่ะ(ถ่ายวันรุ่งขึ้น เพราะเมื่อคืนที่มาถึงไม่เห็นป้ายมันมืดแล้ว)

ท่านจัดห้องแอร์ให้คณะเราผู้ใหญ่ 4 เด็ก 3 นอนในห้องโถงใหญ่ ซึ่งในอนาคตจะทำเป็นร้านอาหารชื่อครัวคุณยาย

ทุกคนที่บ้านผู้ใหญ่กุลีกุจอให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกให้พวกเมืองที่เริ่มงงกับชีวิตชนบทบ้างแล้ว โดยเฉพาะเด็กๆ เริ่มมีคำถามให้เกิดอาการเบื่อเพราะผู้ใหญ่อยากจะอาบน้ำ และมีงานต้องทำก่อนนอน รู้งี้สอนให้รู้จักชีวิตชนบทก่อนมาก็ดี จะได้ไม่เซ่อซ่าทำอะไรไม่ถูกและไม่ต้องถามมาก

ชักจะง่วงนอนแล้ว พรุ่งนี้จะมาบันทึกต่อ

น้องบีบง่วง แสนง่วง พอเห็นที่นอนแบบนี้กระโดดขึ้นไปเลยบอกน้องบีมจองแล้วนะ

หูตาสว่างขึ้นมาแล้วตัวใครตัวอิฐแล้วกัน..ไปก่อนหละ

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก

http://www.thaitambon.com/tambon/ttambon.asp?ID=410601

 http://www.udonthani3.go.th/source/index.php?option=com_content&view=article&id=46&Itemid=11&showall=1