การใช้กฎหมายและกระบวนการต่างๆ เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาและลงโทษเรื่องการลอกเลียนผลงานวิจัยต้องมีการใช้ อย่างรอบคอบ เพราะจะทำให้การพัฒนาของประเทศที่กำลังพัฒนานั้นทำได้ยาก เพราะถูกมาตรการทางกฎหมายมาสกัดกั้นการค้นคว้าวิจัยทางวิชาการโดยไม่รู้ตัว
     ข่าวการลอกผลงานวิจัยของต่างประเทศมาเป็นผลงานของตนเองในการทำดุษฎีนิพนธ์ สำหรับการเรียนปริญญาเอกในประเทศไทยอาจจะเป็นข่าวเล็กๆ และคนทั่วไปอาจไม่ให้ความสำคัญมากเพราะไม่ค่อยเข้าใจว่ามันคืออะไร และเป็นอย่างไร เมื่อมีการกล่าวถึงเรื่องนี้ก็จะเป็นการแสดงวาทกรรมที่เกี่ยวข้องกับการชี้ ถูก-ผิด ตามกฎหมาย จรรยาบรรณ ศีลธรรม รวมทั้งวินัยของข้าราชการการ และจะมีคนที่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดจำนวนน้อย เพราะนอกจากจะมีความซับซ้อนแล้วยังเกี่ยวข้องกับระดับชั้นการศึกษาซึ่งเป็น ระดับสูง ซึ่งถ้าคนที่ไม่ได้มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอก หรือ ไม่เคยทำงานวิจัย ไม่เคยทำวิทยานิพนธ์ (Thesis) หรือ ดุษฎีนิพนธ์ (Dissertation) ก็ไม่อยากเข้ามาให้ความเห็นมากนัก เพียงแต่รับความรู้สึกแห่งความไม่ดี ไม่ถูกต้อง เพราะมีภาษาที่ชี้นำไว้แล้วว่าไม่ดี คือ คำว่า “ลอก” หรือ “ลอกเลียน” จะเป็นการเลียนแบบ หรือ ทำซ้ำ ก็ให้ความรู้สึกที่ไม่ดีงาม ไม่ถูกไม่ควรกับคนทั่วไปทั้งสิ้น.  การทำผลงานวิชาการประเภทงานวิจัย ถ้าเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อรับปริญญาอาจเรียกชื่อได้หลายอย่าง เช่น ปริญญานิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และดุษฎีนิพนธ์ เป็นต้น ผลงานวิชาการประเภทงานวิจัยนี้อาจนำไปใช้สำหรับการปรับระดับเลื่อนชั้น ยศ เลื่อนตำแหน่งงาน หรือขอรับทุน หรือแปลงเป็นทรัพย์สินได้เงินทองจากองค์ความรู้ที่มีอยู่ในผลงาน ดังนั้นผลงานวิชาการประเภทงานวิจัยจึงมีทั้งคุณค่าและราคาในตัวของมันเอง แต่โดยสภาพของผลงานวิจัยนั้นจะถูกนำไปใช้โดยผู้อื่นที่ไม่ใช่เจ้าของผลงาน นั้นไม่ง่ายนัก เว้นแต่ผู้ที่นำไปใช้จะมีความรู้ความสามารถทัดเทียมกับเจ้าของผลงานตัวจริง ผลงานวิจัยนั้นจึงจะสามารถนำไปใช้ได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นการลอกผลงานวิจัยของผู้อื่นจึงเกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่มคนที่อยู่ในแวดวง วิชาการเดียวกันเป็นส่วนมาก เพราะถ้าไปลอกผลงานของผู้อื่นโดยที่ผู้ลอกไม่มีความรู้ความสามารถหรือไม่ได้ อยู่ในสาขาวิชาที่ตนเองมีความชำนาญแล้ว นอกจากจะไม่สามารถทำได้ตลอดแล้วยังไม่ได้รับความเชื่อถืออีกด้วย ซึ่งผลงานนั้นก็จะไม่มีคุณค่าเลย การลอกผลงานวิจัยผู้อื่นในต่างสาขาวิชาที่ไม่เกี่ยวข้องเลยจึงไม่ค่อยเกิด ขึ้น จะเกิดเฉพาะในสาขาวิชาเดียวกันหรือเกี่ยวข้องกันเป็นส่วนมากเท่านั้น 

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

                         เรื่องโดย รศ.ดร.กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์ : http://www.thairath.co.th/content/edu/39132