แม้วันนี้คุณครูจะตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ตามปกติ แต่วันนี้ก็มิใช่วันปกติเฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมา เนื่องจากอีกสักครูโรงเรียนจะต้องต้อนรับบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนที่จะมาทำอาหารเพื่อไปถวายเพลพระ และเลี้ยงผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ณ วัดแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

ยังมิทันที่พระอาทิตย์จะทาบทาขอบฟ้าให้แสงสว่างและพลังงานแก่สรรพชีวิตได้ดำเนินต่อไป...

คุณครูนุกูล ดีเสมอ ครูเล็ก แห่งโรงเรียนหนองตาบ่ง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ก็เริ่มต้นทำหน้าที่ในโรงเรียนที่มิมีนักการภารโรง

คุณครูเดินไปเปิดประตูโรงเรียน ไล่ปิดไฟตามอาคารต่าง ๆ ที่ตนเองเปิดไว้ตั้งแต่หัวค่ำของเมื่อคืน

นี่เป็นกิจวัตรของคุณครู ผู้ซึ่งอาศัยอยู่กับสมาชิกอีกสองคือลูกและภรรยาในบ้านพักครูของโรงเรียน มิใช่เพียงเพื่อประหยัดเงินหลวงในการเบิกค่าเช่าบ้านเท่านั้น แต่การพักอาศัยในโรงเรียนยังทำให้คุณครูมีเวลาทำงานเพื่อศิษย์ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยอีกด้วย

แม้วันนี้คุณครูจะตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ตามปกติ แต่วันนี้ก็มิใช่วันปกติเฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมา เนื่องจากอีกสักครูโรงเรียนจะต้องต้อนรับบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนที่จะมาทำอาหารเพื่อไปถวายเพลพระ และเลี้ยงผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ณ วัดแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

และทันทีพอแสงแรกแห่งวันเริ่มปรากฏ ผู้ปกครองนักเรียนก็เริ่มทะยอยมาถึงโรงเรียน

บัดนี้โรงอาหารและอาคารต่าง ๆ ของโรงเรียนคึกคักไปด้วยผู้คน ทั้งคุณครูของโรงเรียน ผู้ปกครอง และเด็กนักเรียน

ต่างช่วยกันคนละไม้ละมือ ลงมือประกอบอาหารหลายชนิด

อาหารที่ถูกประกอบสดใหม่ บรรจุในภาชนะ พร้อมเดินทางกับคณะไปสู่จุดหมาย ณ วัดแห่งนั้น

วัดนั้น มีภาระหนักหนาในการดูแลผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต ที่ล้วนช่วยตัวเองได้น้อยกระทั่งถึงไม่ได้

เนื่องจากวัดที่มีบ่อน้ำร้อน หลายปีก่อนผู้คนมาแช่เพื่อให้เลือดในกายไหลเวียนเป็นผลดีต่อการรักษาอัมพฤกษ์อัมพาต และเช่นกันเป็นที่มาของการนำผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองมิได้มาปล่อยทิ้งของบรรดาลูกหลานและผู้เลี้ยงดู วัดจึงต้องรับแบกภาระเลี้ยงดูด้วยเมตตาธรรม

อ.วิวรรธน์ วรรณศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียน ใส่ใจในการพัฒนานักเรียนที่ไม่เน้นเพียงความเก่งทางด้านวิชาการ แต่ต้องการให้เด็กเป็นคนดีมีคุณธรรม “จิตอาสา” จึงเป็นแนวคิดที่จะพัฒนาและปลูกฝังนักเรียน

การนำนักเรียนมาร่วมทำอาหารร่วมกับผู้ปกครองแล้วนำไปถวายพระและเลี้ยงผู้ป่วยที่วัดอุปการะไว้ น่าจะช่วยปลูกฝัง “จิตอาสา” แก่นักเรียนได้จึงเป็นที่มาของกิจกรรมดังกล่าว

กิจกรรมดังกล่าวมิได้ดำเนินการลำพังโดยโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังได้ดึงเอาผู้ปกครองและชุมชนเข้ามาร่วมอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง และร่วมรับรู้ว่างานนี้ก็เป็นงานของตนเอง

“หากเราไม่ช่วยกัน แล้วใครจะมาช่วยเรา” เป็นคำพูดออกจากปากผู้ปกครองคนหนึ่งที่มาช่วยงาน

อาหารในภาชนะ ถูกลำเลียงไปขึ้นรถปิคอัพ ของครูบ้าง ของผู้ปกครองบ้าง

นักเรียนราวร้อยคน เดินขึ้นไปยืนเบียดกันบนรถบรรทุกที่ประธานกรรมการสถานศึกษานำมาช่วยเป็นพาหนะเดินทาง

รถแล่นออกไป พร้อมจิตใจที่กำลังจะเบิกบานด้วยทานบารมีของนักเรียน ผู้ปกครองและคณะครูรวมเรือนร้อย

 

ถวายเพลพระ รับพร อิ่มบุญจากการถวายทานพระสงฆ์แล้ว ก็ได้เวลาเลี้ยงอาหารผู้ป่วย ความตั้งใจประการสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้

ร้อยวันพันปีไม่เคยมีใครมาเยี่ยมมาเยือน กระทั่งลูกหลานและญาติสนิท มิพักที่จะเอ่ยอ้างถึงมิตรสหาย

เมื่อบรรดานักเรียนผู้มีจิตใจงามมาเยี่ยมเยียนป้อนข้าวป้อนน้ำถึงถิ่น เมื่อถูกหยิบยื่นความเมตตาให้ น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มปิติยินดีถึงท่วมท้นจิตใจหลั่งไหลออกมาทางสองตาปานสายน้ำทะลุทำนบกั้น

ใจถูกส่งถึงใจ น้ำตาจากความดีงามก็หลั่งไหลมาจากสองตาของผู้ให้เช่นกัน

นานมิใช่น้อย กว่าที่ต่างฝ่ายจะตั้งหลักและเริ่มต้นกิจกรรมที่ตั้งใจไว้ได้

หลังจากนั้น นักเรียนได้รับมอบหมายจากคุณครูให้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยที่ตนเองป้อนข้าวป้อนน้ำ

เป็นใคร มาจากไหน มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร รู้สึกอย่างไร อยากได้อะไร ฯลฯ เป็นคำถามจากนักเรียน ที่คุณครูออกแบบมาให้นักเรียนได้เห็นความทุกข์ยากของคนที่ถูกทอดทิ้ง เป็นการสอนเรื่องกตัญญูกตเวทิตาแบบไม่ต้องท่องจำ เช่นเดียวกับการสอนเรื่องเมตตา และทานมัย ฯลฯ

นักเรียนจำนวนมากถูกสอนธรรมหลากหลายหัวข้อจากทั้งพระและครู แต่คำถามคือธรรมะได้เข้าไปสู่จิตใจหรือไม่ ธรรมะที่ได้รับการติดตั้งผ่านการสอนบรรยายอยู่ติดตัวไปได้เนิ่นนานเพียงใด

กิจกรรมของโรงเรียนหนองตาบ่ง แม้ไม่หวังผลเลอเลิศ แต่นักเรียนหลายคนสะท้อนว่าตนเองจะดูแลพ่อแม่อย่างดีที่สุด พวกเขาจะตอบแทนบุญคุณพ่อแม่อย่างเต็มกำลัง หลายคนซึมซับและเห็นดีงามกับการให้ การมีจิตอาสา ซึ่งสะท้อนจากการรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นไปมอบให้แก่ผู้ป่วยที่วัดแห่งนั้นในเวลาต่อมา...