“คนเราก็เท่านี้ ตายแล้วก็เป็นเถ้า”

ต่อจากบันทึก

ชมรมนักปั่นสัญจรครั้งที่ ๓ : โง่อย่างเดียวไม่พอต้อง “บ้า” ด้วย...

 

ขอโอกาสถอดบทเรียนจากในเตาเผาศพเจ้าค่ะ

 

วันนี้ได้โอกาสทำบุญใหญ่ จากการที่ได้รับโอกาสในการเป็นธุระให้ พี่ Ka-Poom ครูบาอาจารย์ของข้าพเจ้าแล้ว ช่วงเวลาว่าง จากการรอผล Lab  ท่านสุญญตาเมตตา ข้าพเจ้าและพี่น้อย ได้มีโอกาสทำความสะอาดเตาเผา

ก่อนทำข้าพเจ้าคาดหวังอะไรหรือไม่

                อืม ไม่เลยเจ้าค่ะ ตั้งใจเพียงว่ามีสิ่งใดทดแทนพระคุณท่านได้ จะตั้งใจทำอย่างไม่รีรอ ตอนแรกท่านพาเดินมาที่เมรุ ก็ไม่ได้คิดว่าจะทำอะไร รู้แต่ว่าต้องทำ และเชื่อว่าทำได้ด้วยเจ้าค่ะ พอท่านสุญญตาเปิดกระจกด้านหน้า ก็ยังไม่ทราบอีกว่าอะไร เพราะเปิดกระจกออกมาก็เจอแผ่นหินอ่อน รู้สึกงง ๆ เอ ทำไมตรงนี้ต้องมีกระจก

แต่ไม่นาน หินอ่อน ค่อย ๆ เลื่อนตัวขึ้นด้านบน ก็พอจะเข้าใจว่าต้องทำเช่นใด

พี่น้อยคว้าอุปกรณ์เป็นเหล็กด้ามยาว ๆ ดังรูป ค่อย ๆ กวาด ดูแล้วพิจารณากันว่า แบบนี้ ท่าทางจะกวาดได้เพียงชิ้นส่วนใหญ่ ๆ พอมองเข้าไป เห็นกระดูกที่ยังเป็นรูปร่างชัดเจน

 

ขอยืมรูปจากบันทึก ชมรมนักปั่นสัญจรครั้งที่ ๓ : โง่อย่างเดียวไม่พอต้อง “บ้า” ด้วย... ของท่านสุญญตาเจ้าค่ะ

 

 

                หนูยังคงความโง่ ไม่มีความคิดเจ้าค่ะ  

รู้เพียงว่าทำอย่างไร จึงจะสะอาด  เชื่อว่าทำได้ ทำยังไงก็ได้ ทำวิธีไหนก็ได้ ให้สะอาดพร้อมใช้งาน อุปกรณ์ถูกเลือกสรรตามเหมาะสม จึงปรึกษากัน สรุปได้ไม้กวาดดูสภาพแล้วถูกใช้งานมานาน แต่ก็ยังใช้การได้อยู่ กับลังกล่องนม UHT

 

                ข้าพเจ้าจึงขอโอกาสอาสาปีนเข้าไปเพื่อทำความสะอาด ค่อย ๆ ปัด ค่อย ๆ กวาด ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

เห็นกระดูกขาว ๆ ก็ยังโง่เจ้าค่ะ เพราะมันก็เป็นกระดูก ไม่ได้คิดต่อ.........ใจสบาย ๆ เจ้าค่ะ

 

ได้ยินเสียงคนงานที่ท่านสุญญตาสนทนา ก็ได้รอยยิ้ม

เนื้อความประมาณว่าสนใจไหม สนใจเข้าไปบ้างไหม

แล้วมีเสียงตอบมาว่า “ไม่ค่ะ ขอเข้าที่เดียวเลย”

“.....................”

 

ขอยืมรูปจากบันทึก ชมรมนักปั่นสัญจรครั้งที่ ๓ : โง่อย่างเดียวไม่พอต้อง “บ้า” ด้วย... ของท่านสุญญตาเจ้าค่ะ

 

ตอนนั้นรู้แต่ว่าตั้งใจทำหน้าที่ อย่างเต็มที่ หลังจากกวาดกระดูกและเถ้าลงช่องได้เรียบร้อย

หันกลับมามอง เห็นชิ้นส่วนของไม้กวาดที่อายุมาก สละชิ้นส่วนกระจายอยู่พอสมควร

จึงค่อย ๆ กวาดอุปกรณ์ที่เสียสละตน เพื่อการทำความสะอาดนี้ลงไปรวมในช่องเถ้ากระดูก

สำรวจความเรียบร้อย จึงค่อย ๆ ไต่ลงมา  ใจมันเบา ๆ

 

                พอเสร็จจากด้านบน มาดูต่อที่หลังเตา ถาดรองด้านล่าง อืม ผลักถาดไม่สนิท อาจจะต้องโกยใหม่ แต่ก็ในพื้นที่ ๆ แคบลง ครานี้พี่น้อย สุภาพบุรุษผู้จิตใจงาม อาสา นั่งคุกเข่า ใช้กล่องกระดาษลัง กวาดเถ้ากระดูกที่เหลือพร้อมกับรำพึงว่า

 

“คนเราก็เท่านี้ ตายแล้วก็เป็นเถ้า”

อืมเห็นภาพจริง ๆ

เพราะในกะบะ เต็มไปด้วยชิ้นส่วนของกระดูกสีขาว เป็นชิ้น ๆ แทบจะแยกไม่ออกว่าส่วนไหนเป็นส่วนไหน พร้อม ๆ กับ ขี้เถ้าและชิ้นส่วนของไม้กวาดที่ร่วงหลุดออกจากด้ามตามอายุการใช้งาน หลังจากนั้น จึงค่อย ๆ ช่วยกัน เก็บเถ้าที่เหลือให้เรียบร้อย

 

            ได้เรียนรู้ว่า ตายแล้วก็เหลือแค่นี้  เก็บเองก็ไม่ได้ ต้องให้ผู้อื่นช่วยอีกที เหมือนได้ภาพประทับลงในใจ เพื่อระลึกถึงความตายได้ชัดขึ้นเจ้าค่ะ ซึ้งใจพี่น้อย ๆ มาก ๆ ที่เมตตา และยัง มาช่วยทำภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้

                กราบขอบพระคุณพระอาจารย์ ที่เมตตาให้โอกาส อันทรงคุณค่านี้

 

แต่หากหนูทำสิ่งใดไม่เหมาะ ไม่สมควร ขอใช้โอกาสนี้ในการกราบขอขมานะเจ้าค่ะ

ขอบพระคุณอีกครั้งที่ให้ทำบุญใหญ่ สุดยอด ๆ เจ้าค่ะ