ถ้าคนรู้จักความสงบด้วย มีปัญญาด้วย เขาจะรู้จักว่าความสงบที่แท้จริงนั้นเกิดขึ้นมาจาก "ความเสียสละ"

"ความเสียสละ" นั้นเป็นปรากฎการณ์ทาง "ธรรมชาติ" ที่ "สวยงาม..."
ทุกวันนี้เราเห็นความเสียสละนั้นไม่ค่อยสวยงามเพราะมิใช่เป็นปรากฎการณ์ทาง "ธรรมชาติ"

การเสียสละของคนในทุกวันนี้เสียสละเพื่อ "หวังผล"
หวังผลตอบแทน ต้องตอบแทนให้มากกว่าสิ่งที่เสียสละออกไป

การเสียสละตามธรรมชาตินั้นคือ การเสียสละตามหน้าที่ เป็นหน้าที่
มีหน้าที่เสียและ "สละ"
มีหน้าที่สละความโลภ และความ "เห็นแก่ตัว"

มีหน้าที่ทำก็ทำไปไม่ต้องหวังอะไร "ตอบแทน..."

ความดี ความงามจากการเสียสละนั้นทำปุ๊บก็ได้ปั๊บ
ได้ที่ใจ ใจที่เป็น "สุข" สุขที่เกิดจาก "ปีติ" ความปีตินั้นจะทำให้ใจเรา "อิ่ม" เมื่ออิ่มแล้วก็จะไม่ต้องเร่าร้อน ขวนขวายไปหาอะไร ๆ ที่คนทั้งหลายสมมติว่า "สงบ..."

การอิ่มแล้วอยู่เฉย ๆ นั้นเองคือ "ความสงบ"
ความสงบที่รู้สึกได้ และได้ ณ ตรงนี้ จุด จุดนี้ จุดที่เริ่มต้นจากการ "เสียสละ..."

คนที่ไม่รู้จักการเสียสละนั้นก็วิ่งไปเรื่อย วิ่งไปหาความสงบ
ตรงนี้มันสงบไม่พอ ก็โน่นวิ่งไปหาความสงบในป่า
ถ้าในป่าสงบจริง ดีจริง ลิงก็บรรลุธรรมไปหมดแล้ว...

ความสงบนี้มันอยู่ที่จิตที่ใจของเรานี้เอง
คนไม่รู้จักความสงบก็วิ่งหาไปเรื่อย
ไปหาจากภายนอก หาจากหนังสือ หาจากวิทยากรที่ชอบบรรยายเรื่อง "ความสงบ"

คนที่มักค้นหาจากภายนอกนั้นมักจะลืมค้นหาความสงบจากภายใน จาก "จิตใจ" ของตนเอง

แล้วถ้าเจอความสงบแล้ว "ปัญญา" ขึ้นมาไม่เท่า ไม่ทัน ก็หลงไปในความสงบอีกนะ

หลงลดตัว ลดศักยภาพ ลดประสิทธิภาพของคน ไปนั่งเฉย ๆ เป็น "หุ่นยนต์" นั่งเฉย ๆ อย่างนั้น ไม่ทำอะไร ไม่ยุ่ง ไม่เกี่ยว ไม่ทำอะไรให้ใคร...!

ถ้าคนรู้จักความสงบด้วย มีปัญญาด้วย เขาจะรู้จักว่าความสงบที่แท้จริงนั้นเกิดขึ้นมาจาก "ความเสียสละ"
ต้นคือความเสียสละ บั้นปลายนั้นจึงได้ "ความสงบ"
เหตุคือความเสียสละ ผลนั้นคือ "ความสงบ"

ความสงบที่เกิดขึ้นจากจิตจากใจที่ได้ "เสียสละ..."


(ที่มาจากบันทึก เคลื่อนทัพ...นักปั่นเกลียว "ความรู้" จากภายในสู่ภายนอก )