ประเด็นที่น่าสนใจจากการ Workshop “เมื่อรายการเด็ก คิดเล็กไม่ได้”
Workshop เทคนิค “สุข สนุก ท้าทาย ได้ใจเด็ก” โดย ครูชีวัน วิสาสะ
การเข้าฟังสัมมนาครั้งนี้ได้เปิดมุมมอง เกี่ยวกับการใช้นิทานเป็นสื่อการสอน และสร้างความสนุกสนานแก่เด็ก เนื่องจากโลกยุคปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เราหันมาสนใจกับการก้าวทันเทคโนโลยี การใช้นิทานเป็นภาพแอนนิเมชั่นสอนเด็ก ให้เด็กนั่งอยู่หน้าโทรทัศน์ หรือคอมพิวเตอร์ แล้วให้พี่มิคกี้เม้าส์คอยสอนภาษา การคิดเลข หรือแม้กระทั่งให้เด็กดูการ์ตูนต่างๆ จนพ่อแม่ผู้ปกครองในสังคมยุคนี้ละเลยการเล่านิทานให้ลูกฟังไป อาจจะด้วยปัจจัยหลายๆอย่างทั้งตัวของเทคโนโลยีเอง สภาพการงานที่รุมเร้า สภาพสังคมที่เร่งรีบ ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเวลาเอาใจใส่ลูก เด็กที่นั่งอยู่หน้าโทรทัศน์ทั้งวัน ก็อาจส่งผลต่อภาวะสมาธิสั้น โรคอ้วน และทำให้การเรียนรู้ของเด็กไม่เป็นไปตามพัฒนาการ
จากที่ได้ Workshop กับ ครูชีวัน ครั้งนี้ ทำให้ได้หันมาคิดถึงประโยชน์ของการใช้นิทานเป็นการสร้างความสนุกสนานให้แก่เด็กแม้ในยุคโลกาภิวัฒน์เช่นนี้ ครูชีวันแนะนำวิธีการที่จะสามารถดึงดูดความสนใจของเด็ก การพูด จังหวะ การใช้ภาษา และอื่นๆ ให้เด็กเรียนรู้ไปกับนิทานที่เราเล่า แนะนำวิธีที่ทำให้เด็กสามารถมีส่วนร่วมกับการเล่านิทาน และเปิดโอกาสให้เด็กได้คิด แสดงความเห็น เทคนิคที่ใช้ เช่นเทคนิคการพูดคำซ้ำๆ “ช้างเบิ้ม ตัวใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม ขับรถคันใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม” เทคนิคการเว้นจังหวะให้เด็กตอบโต้ จังหวะนับว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก สามารถให้เด็กได้มีโอกาสแสดงส่วนร่วมไปกับนิทานของเรา
การเล่านิทานให้เด็กฟังเป็นการสร้างสัมพันธภาพระหว่าง พ่อแม่ และลูก ทำให้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น และยังเป็นการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านต่างๆของเด็ก ทั้งทักษะการใช้ภาษา การซักถามโต้ตอบ ทักษะทางการสื่อสาร การเสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์เชื่อมโยง และการจดจำด้วย
จะเห็นได้ว่าการเล่านิทานให้เด็กฟังมีประโยชน์มากหากจะมองดีๆ ในบางมุมอาจมีประโยชน์มากกว่าการใช้สื่อโทรทัศน์ และคอมพิวเตอร์ด้วย