ลองพิจารณาจิตใจตอนที่เคยเสียสละ
ตอนนั้นรู้เพียงอย่างเดียวว่าต้องทำ ทำให้ดีที่สุด เต็มศักยภาพที่มี
ให้งานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด เต็มกำลัง อยู่บนพื้นฐานของความดี และไม่ทำร้ายเพื่อนร่วมทีม เหนื่อยแค่ไหน ก็อดทน
ตอนที่เหมือนจะจนกรอบก็รีบดึงลมหายใจ หายใจเข้าให้สบาย หายใจออกให้สบาย พอมีปัญญา แผน 1 ทดลองแล้วเจอปัญหา พิจารณาปรับปรุง อะแผน 2 เจอตออีก อืม อดทนหายใจ ปรับใหม่แผน 3 โดนข้อจำกัดของเวลาบีบคั้น อืม.........กลับมาพิจารณาแผน 1,2,3 อีกครั้ง เริ่มเห็นทางเอาข้อบกพร่องของ 1,2,3 มาปรับให้ได้แผน 4 ที่ลงตัว
อืม ในหัว มันหมุนติ้ว ๆ ๆ โล่ง ๆ
พอหาทางออกได้ รู้สึกอิ่มใจ เป็นสุข
ขนลุก ยิ้มคนเดียวก็เป็น เสียงหัวเราะก็ใส
จิตใจก็เบิกบาน
ตอนทำงาน อย่างเสียสละ มันเป็นแบบนี้ค่ะ
อืมตอนทำงานด้วยความโลภ
อืม อันนี้ก็จะทำ อันนี้ก็จะเอา อะ ลองเทียบซิ
งานไหนจะได้ ประโยชน์ หรือค่าตอบแทนมากกว่ากัน
เอาละ เลือกทำก่อน พอทำ ๆ ไป เครียด
ยิ่งทำยิ่งเครียด ยิ่งกดดัน กลัวงานออกมาไม่ดี
กลัวเสร็จไม่ทันเวลา (ตอนพิมพ์เองยังรู้สึกเครียดเจ้าค่ะ.......ขอหายใจก่อน)
ต้องหันหน้าออกมาจากงานสักแป๊บ เดินผ่อนคลายค่อยกลับมาทำใหม่
เอ๋า ไม่หาย สมองไม่แล่น คิดไม่ออก
เริ่มคิดหาเครื่องดื่ม มาช่วยปลุก กาแฟ แก้วแล้ว แก้วเล่า
กว่างานจะเสร็จออกมาได้
แทบแย่ หลับสลบ เหนื่อยจนแทบสาบส่ง
เจ้าค่ะ จิตใจก็ขุ่นมัว ทั้งขณะทำงาน
พอนึกขึ้นมาก็ยังรู้สึกว่า อืม ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร
ความสุขสงบ ไม่มีไม่เกิดขึ้นเจ้าค่ะ
ทำงานด้วยอารมณ์โทสะครอบงำ
เพราะความโลภนำหน้ามาก่อน มันง่าย ๆมาก ๆ
ที่มันจะลากเพื่อนรักของมันที่ชื่อโทสะตามมา
มันเป็นเช่นนี้เจ้าค่ะ
^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^
คนเรานี้ก็โง่จริง ๆ เจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะที่ให้โอกาส