ในเรื่องของการเรียนรู้ในตนเอง...
นำพาน้อมจิตน้อมใจให้คนหน้างานได้ทำความรู้จักตนเอง ... ผ่านภาพสะท้อน พร้อมกันนั้นเปิดประตูใจรับฟังสภาวะแห่งความเป็นไปของบุคคลอื่นปด้วย ตามแนวทางแห่งการฟัง...ด้วยหัวใจ

เรื่องเล่า...ความเป็นแห่งบุคคลนั้นทำให้หลายๆ คนได้เกิดมุมมองที่ดีทั้งต่อตนเองและบุคคลอื่น
"วันนี้รู้สึกดีใจมากและคุ้มค่า ที่ได้เข้ามาเรียนรู้การพัฒนาจิตใจของตัวเรากับอาจารย์กะปุ๋ม ตั้งแต่ได้ยินข่าวว่าอาจารย์กะปุ๋มจะมาพาทำกิจกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาจิตใจ ธรรมะ ก็อยากเข้าร่วมพอได้เข้าร่วมก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ได้เรียนรู้วิธีอยู่กับตัวเอง การจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง การ care ตัวเองและผู้อื่น การอดทน และการมองธรรมะให้ใช้ในชีวิตประจำวัน รู้สึกอิ่มเอมใจและทำให้ความรู้สึกของตัวเองอ่อนโยนขึ้น มองสิ่งต่างๆ หลายด้านขึ้นกว่าเดิม..."
พี่หน่อย...คนหน้างานร่างเล็ก พูดน้อยแต่ลุ่มลึกมากเมื่อต้อแสดงประเด็นความเห็นต่างๆ.. พี่หน่อยเล่าว่า "จะทำอะไรให้มีสติกำกับอยู่ในทุกอิริยบท ฝึกให้มีสติโดยการกำหนดลมหายใจเข้าและออก การ care คนอื่นหรือ care สิ่งอื่นก็ต้องรู้จักที่จะ care ตัวเองให้เป็นด้วย...รู้จักให้อภัยอย่างสร้างสรรค์"
"ได้รู้จักตนเองมากยิ่งขึ้น...ได้ฝึกวิธีการเข้าสมาธิ
ได้รู้จักคนอื่นๆ ที่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย (ดูจากการวาดภาพที่สื่อถึงตัวเอง) ได้เรียนรู้จัก...คำว่าการให้อภัยอย่างสร้างสรรค์ ได้รู้จักอาจารย์กะปุ๋มผู้มีรอยยิ้มที่สดใสและดวงตาที่ใสสว่างถึงจิตใจที่ใสสะอาด (แหม ...ชมเราด้วย) คนเราต้องมีสติอยู่ตลอดโดยจะทำอะไรต้องรู้ว่าตัวเองทำอะไร ทำให้ตัวเองมองโลกในทางบวกมากกว่าเดิม ทำให้เราได้ทบทวนตัวเองว่าสิ่งที่เรากำลังทำในปัจจุบันดีหรือไม่ดีอย่างไร ทำให้ตัวเองคนอื่นได้หลายด้านบวกยิ่งขึ้น คือ ไม่มองเฉพาะสิ่งที่เราเห็นเขาแต่มองไปถึงว่าทำไมเขาถึงเป็นอย่างหนึ่ง แล้วให้โอกาสเขา..."
ข้าพเจ้าประทับที่เมย์บอกว่า
"การเรียนรู้ครั้งนี้...ก่อให้เกิดความรัก ศรัทธากับทุกคนที่เข้าร่วมประชุม"

พัฒนาจิต เพื่อให้คิดสร้างสรรค์ ครับ
จิตดีจิตสบาย...จะทำให้ความคิดนี้สว่างกระจ่าง คิดอะไรออกได้ง่ายยิ่งนัก
หากจิตที่ขุ่นมัวนั้น...ก็จะคิดทำการณ์ใดไม่สะดวกไม่ลื่นไม่คล่อง...
จิตขุ่นมัวนั้น...เนื่องมาจากเหตุอันใดเล่า
ก็เนื่องมาจากเหตุที่เรานั้น มองลบ สัมผัสลบ คิดลบ...
ปรุงแต่งตนไปตามอารมณ์และความคิดด้านลบ... จิตนี้จึงได้ขุ่นมัวหมอง
เมื่อขุ่นมัวมองแล้ว...พลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ก็หดหาย เลือนหายไปคิดไม่ได้คิดไม่ออกนั่นเอง...
แต่คนเรานั้นก็แปลกเหมือนกัน...
ส่วนใหญ่ล้วนไม่ให้ความสำคัญเรื่องเนื้อจิตเนื้อใจของตนเองเท่าใดนัก
หากแต่คิดว่า...การเติมความรู้การเติมข้อมูลนั้นสำคัญ... กว่ายิ่งสิ่งใดใด
เติมเข้าไป เติมเข้าไป...แต่ไม่สามารถนำออกมาใช้ไม่ได้ไม่เป็น "ข้อมูล" ที่เติมเข้าไปก็หาจะมีประโยชน์ไม่ กลับกลายเป็นขยะที่หมักหมมอยู่ในความคิดความอ่านของเรา
ในการทำ R2R หรือในการพัฒนางานประจำด้วยการสร้างสรรค์นั้น
ควรจะเป็นพลังแห่งความสร้างสรรค์ที่ออกมาจากดวงจิตดวงใจที่ใสสะอาดมีพลังแห่งความดีความงาม ที่ผลักมาจากความมีปรารถนาที่ดี ก็จะทำให้คิดการณ์ต่างๆ ได้อย่างเต็มที่เต็มภูมิที่ตนเองมี ทำไปแล้วก็จะเกิดกำลังใจ เกิดแรงใจนำพาตนเองผ่านความทุกข์ท้อและอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยหัวจิตหัวใจที่ไม่ขุ่นมัว
ดังนั้นกระบวนการเรียนรู้...หลังจากทำความเข้าใจในเรื่อง R2R แล้ว...
จึงเติมเต็มกันด้วยการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเนื้อจิตเนื้อใจ...
เพื่อผ่องถ่าย...ความงดงามของเมล็ดพันธุ์แห่งความดีที่มีซ่อนอยู่ในหัวใจของคนหน้างานได้ฉายออกมา อันเป็นพลังแห่งความดีความงามที่แผ่ซ่านไปทุกอณูของหน้างาน
เปรียบเสมือนรดน้ำ.. พรวนดิน...
และแล้วต้นไม้แห่งความสุขความปิติก็จะเบ่งบานออกมา
นำพาคนหน้างานให้มีดวงจิตดวงใจที่เบาเบาสบาย... ทำงานด้วยพลังด้านดีด้านบวก อันเป็นพลังที่ไม่เคยหมดไปจากหัวใจเรา...