จิตดีจิตสบาย...จะทำให้ความคิดนี้สว่างกระจ่าง คิดอะไรออกได้ง่ายยิ่งนัก

หากจิตที่ขุ่นมัวนั้น...ก็จะคิดทำการณ์ใดไม่สะดวกไม่ลื่นไม่คล่อง...

จิตขุ่นมัวนั้น...เนื่องมาจากเหตุอันใดเล่า

ก็เนื่องมาจากเหตุที่เรานั้น มองลบ สัมผัสลบ คิดลบ...

ปรุงแต่งตนไปตามอารมณ์และความคิดด้านลบ... จิตนี้จึงได้ขุ่นมัวหมอง

เมื่อขุ่นมัวมองแล้ว...พลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ก็หดหาย เลือนหายไปคิดไม่ได้คิดไม่ออกนั่นเอง...

แต่คนเรานั้นก็แปลกเหมือนกัน...

ส่วนใหญ่ล้วนไม่ให้ความสำคัญเรื่องเนื้อจิตเนื้อใจของตนเองเท่าใดนัก

หากแต่คิดว่า...การเติมความรู้การเติมข้อมูลนั้นสำคัญ... กว่ายิ่งสิ่งใดใด

เติมเข้าไป เติมเข้าไป...แต่ไม่สามารถนำออกมาใช้ไม่ได้ไม่เป็น "ข้อมูล" ที่เติมเข้าไปก็หาจะมีประโยชน์ไม่ กลับกลายเป็นขยะที่หมักหมมอยู่ในความคิดความอ่านของเรา

ในการทำ R2R หรือในการพัฒนางานประจำด้วยการสร้างสรรค์นั้น

ควรจะเป็นพลังแห่งความสร้างสรรค์ที่ออกมาจากดวงจิตดวงใจที่ใสสะอาดมีพลังแห่งความดีความงาม ที่ผลักมาจากความมีปรารถนาที่ดี ก็จะทำให้คิดการณ์ต่างๆ ได้อย่างเต็มที่เต็มภูมิที่ตนเองมี ทำไปแล้วก็จะเกิดกำลังใจ เกิดแรงใจนำพาตนเองผ่านความทุกข์ท้อและอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยหัวจิตหัวใจที่ไม่ขุ่นมัว

ดังนั้นกระบวนการเรียนรู้...หลังจากทำความเข้าใจในเรื่อง R2R แล้ว...

จึงเติมเต็มกันด้วยการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเนื้อจิตเนื้อใจ...

เพื่อผ่องถ่าย...ความงดงามของเมล็ดพันธุ์แห่งความดีที่มีซ่อนอยู่ในหัวใจของคนหน้างานได้ฉายออกมา อันเป็นพลังแห่งความดีความงามที่แผ่ซ่านไปทุกอณูของหน้างาน

เปรียบเสมือนรดน้ำ.. พรวนดิน...

และแล้วต้นไม้แห่งความสุขความปิติก็จะเบ่งบานออกมา

นำพาคนหน้างานให้มีดวงจิตดวงใจที่เบาเบาสบาย... ทำงานด้วยพลังด้านดีด้านบวก อันเป็นพลังที่ไม่เคยหมดไปจากหัวใจเรา...