การแสดงพื้นบ้านภาคใต้ยังคงได้รับความนิยม เป็นการสืบทอดวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่

แม่...คืนนี้เราไปดูโนราห์กันนะ  เสียงลูกสาวเอ่ยชวนให้พาไปชมการแสดงมโนราห์ที่ทางเทศบาลเมืองปากพนังได้จัดให้มีขึ้น   ในงานการชักพระแข่งเรือเพรียวชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ในระหว่างวันที่ 2 - 6 กันยายน 2552 ที่ผ่านมานี้

   ตอนกลางวันนั้นมีการแข่งเรือเพรียว รุ่นเล็ก รุ่นกลาง และรุ่นใหญ่ 16 ฝีพาย โดยมีรอบคัดเลือกด้วยเนื่องจาก มีคณะเรือเพรียวจากจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมแข่งขันด้วย

   นอกจากนี้ก็มีการแข่งขันประกวดเรือสวยงาม  การทำขนมต้ม ลูกเห็บ ซัดหลุด (โคลน)และเรือพระน้ำ(ซึ่งปัจจุบันไม่ค่อยมีให้เห็นหรือมีน้อย)

  ส่วนสาวๆสวยๆที่มาเที่ยวงานก็จะมีแมวมอง(กรรมการ)ที่ได้รับการแต่งตั้งคอย(จับ)คนที่เด่นๆมาเข้าประกวดธิดาชาวเรือ

  ภาคกลางคืนก็มีการแสดงมากมาย มีหนังตะลุง  ชกมวย  รำวงเวียนครก  และมโนราห์

  หลังจากเตรียมตัวเสร็จงานบ้านเรียบร้อยแล้วก็ไปชมการแสดงมโนราห์กัน ไปถึงมีคนนั่งจองแล้วข้างหน้าเวที  มีคนเยอะพอสมควร  มองหาเก้าอี้ที่ทางเทศบาลได้จัดเตรียมไว้ให้ ไปนั่งด้านหน้าพอสมควร

  วันนี้เป็นการแสดงจากคณะสร้อยเพชร หัวหน้าคณะชื่อว่าศรีธน จากจังหวัดพัทลุง มีการรำท่าทางที่ร้าวใจ  ว่ากลอนสดๆ พูดตลกมากๆๆๆ แนวเดียวกับเอกชัย ศรีวิชัยค่ะ ที่สำคัญยังหนุ่มอยู่เลย อายุประมาณ 27 ปีเห็นจะได้  แต่ไม่ได้โชว์มากมายนัก และมีตลกขึ้นมาขั้นเวลาระหว่างที่เปลี่ยนฉากการแสดง ขำกันตลอด  ลูกสาวซึ่งปกติไม่ค่อยได้ดูเท่าไหร่  ก็ติดใจนั่งดูด้วยความสนใจไม่ลุกไปใหน   ฝนซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะตก ก็เกิดมีลมพัดมาอย่างแรง ฝนลงเม็ดมาเล็กๆหลายคนทำท่าวิ่งหนี

  หัวหน้าคณะก็บอกว่าไม่ตกหรอกไม่ต้องไปใหนดูกันต่อนะ อายเค้าที่มาแสดงแล้วไม่มีคนดู  หลังจากนั้นฝนก็หายไป

  หลังจากนั้นก็มีการโชว์การร้องเพลงลูกทุ่งและมีหางเครื่องประกอบเหมือนวงดนตรีทั่วๆไป

  จนกระทั่งนั่งชมด้วยความเพลิดเพลินถึงเวลา00.35 น.แล้วขณะที่กำลังมีการโชว์ตลกก่อนมีการแสดงชุดสุดท้ายอยู่นั้นจู่ๆตลกคนหนึ่งก็ก้าวพลาดหัวทิ่มตกลงจากเวทีแน่นิ่งไป

  หลายคนตกตลึงทำอะไรไม่ถูก หนึ่งในคณะรีบลงไปดู  อุ้มไปส่งโรงพยาบาลปากพนังที่ใก้ลที่สุด วงก็เลยเลิกไปโดยปริยาย

   สุดท้ายใจก็ยังกังวลอยู่ว่าไม่รู้เค้าจะเป็นอย่างไรบ้าง