วันนี้เป็นกิจกรรมตามแผนด่วน ใช้เวลาประสานงานประมาณสามสี่วันครับ นั่นคือ ไปเยี่ยมเยือนโรงเรียนนำร่องโครงการวิจัยระบบและกลไกการประกันคุณภาพฯ ครับ เหตุผลมาจากความรู้สึกส่วนตัวครับว่า ข้อมูลที่เขียนลงไปในรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ (ซึ่งส่งไปยังคนให้ทุนเรียบร้อยแล้ว) ยังไม่สามารถนำเสนอข้อมูลได้ลึกเหมือนอย่างที่ใจอยากได้ครับ เลยขออนุญาตที่ปรึกษาและเจ้าของทุนไว้ว่า ขอเวลาแก้ไขข้อมูลอีกสองเดือนครับ ซึ่งก็ได้รับอนุญาต ดังนั้นเมื่อหลายวันก่อนจึงให้ ผช.วิจัยประสานงานโรงเรียนเป้าหมาย คือ โรงเรียนในจังหวัดนราธิวาสครับ เหตุผลเพราะเป็นกลุ่มโรงเรียนที่ผมไม่เคยรู้เลยว่าโรงเรียนตั้งอยู่ที่ไหน เลยอยากไปเยี่ยมดู 

โดยปกติถ้าเรื่องถามทาง ผมมักจะไม่ค่อยไว้วางใจใครครับ ผมมักจะถามทางเองเพื่อความมั่นใจในการเดินทาง โดยเฉพาะ ผช.วิจัยของผมเอง ซึ่งเขาไม่ค่อยจะรู้จักกับนราธิวาสเลย แต่รอบนี้จำเป็นต้องไว้ใจให้เป็นคนศึกษาเส้นทางเองครับ เนื่องจากไม่มีเวลาติดต่อเองครับ ซึ่งไปโรงเีรียนแรกที่ อ.ยี่งอ ก็หลงเสียแล้วครับ ผมก็พอจะมีความคุ้นเคยอยู่บ้าง รู้สึกว่า รร.นี้ไม่ได้อยู่ในตลาดยี่งอ แต่ ผช.บอกว่าอยู่ในตลาด สุดท้ายหลงอยู่ครึ่ง ชม. จนกระทั้ง รอง ผอ.โรงเรียน ต้องเอารถออกมารับเอง ฮิฮิ

ตลอดการดำเนินกิจกรรมวิจัย บางโรงเรียน ผมเกือบจะไม่เคยได้คุยกับผู้บริหารระดับสูงของ รร.เลยครับ ทั้งๆ ที่งานวิจัยนี้ความสำเร็จส่วนใหญ่จะอยู่ที่ผู้บริหาร แต่การได้ไปเยี่ยมถึง รร. ทำให้ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารระดับสูงเลยครับ ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นครับ

อย่างทีคิดไว้เลยครับ ยิ่งคุยมาก ยิ่งได้ประเด็นมาก สรุปได้ว่า ข้อมูลในการเก็บรอบแรกยังไม่ครบถ้วนจริงๆ ได้ข้อมูลในประเด็นใหม่ๆ ครับ ที่สำคัญได้แลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นวิทยานิพนธ์ของผมด้วยครับ ดูท่าว่างานวิทยานิพนธ์ผมจะหาโรงเรียนมาร่วมได้ไม่ยากครับ (อินชาอัลลอฮ์)

โรงเรียนนี้บรรยากาศดีครับ ด้านข้างเป็นลำธารครับ แต่ก็มีปัญหาเรื่องน้ำกัดเซาะครับ ซึ่งตอนนี้ได้รับงบจาก ศอ.บต.และ อบต. ทำกำแพงกั้นครับ ลำธารอยู่ริมอาคารด้านขวาของภาพครับ ถ้าไม่มีกำแพงดิน มีหวังน้ำมาแทนที่พื้นอาคารแน่ๆ ครับ

กำลังจะรีบอำลา เพื่อจะไปโรงเรียนที่สองครับ แต่พอออกนอกห้องประชุมมา ก็มีอะไรให้คุยอีกเยอะครับ บาบอพูดมลายูครับ ส่วนผมพูดไทย (ดีที่ท่านเข้าใจที่ผมพูด) ส่วนผู้บริหารระดับรองลงมานี้หายห่วงเลยครับ หนุ่มๆ ทั้งนั้นเลย

ออกจากโรงเรียนแรก (ซึ่งใช้เวลาคุยนานกว่าที่คิด) ก็ไป รร.ที่สองครับ ซึ่งอยู่ในอ.เมือง ผช.บอกว่า อยู่ทางไป อ.ตากใบ เลยสะพานข้ามแม่น้ำบางนารา สุดท้ายหาไม่เจอครับ และรอให้ทางโรงเรียนมารับเกือบครึ่งชั่วโมง แต่ รร.นี้ยอมรับครับว่า ถ้าไม่ออกมารับที่ถนนใหญ่ แล้วให้ผมเข้าไปเอง ไม่ไม่ถูกแน่นอนครับ เข้าไปลึกมาก 

โรงเรียนนี้ส่งครูที่รับผิดชอบเข้าร่วมกิจกรรมกับโครงการไม่เคยขาดเลยครับ ยกเว้นการประชุมครั้งสุดท้ายที่ทางโรงเรียนบอกว่า ลืมวันนัดจริงๆ และวันนี้กว่าผมจะไปถึงโรงเรียนก็เที่ยงพอดีครับ ใช้เวลาคุยกันเกือบชั่วโมงครับ จนถึงบ่ายโมง คิดว่าพอกับเวลาแล้ว จึงขอตัวกลับ

ในกลุ่มโรงเรียนนำร่องขนาดเล็ก โรงเีรียนนี้เป็นโรงเรียนแรกที่ได้ัรับการประเมินภายนอกเรียบร้อยแล้วครับ ทางโรงเรียนเลยอนุเคราะห์ให้ผมได้อ่านรายงานผลการประเมินฉบับร่างที่ผู้ประเมินส่งมาให้ ซึ่งทาง รร.บอกว่า คงไม่ค้านอะไร ยอมรับตามที่ประเมินมา บนข้อจำกัดของ รร.ขนาดเล็กครับ ทำได้ดีตามศักยภาพแล้ว ซึ่งผมก็คิดว่า ผลการประเมินก็เป็นที่น่าพอใจครับ

เสร็จจากการเยี่ยมเยือนโรงเรียนที่สอง ก็ต้องโทรไปยกเลิกนัดโรงเรียนที่สาม ที่ อ.บาเจาะครับ เนื่องจากช่วงนี้โรงเรียนส่วนใหญ่อยู่กันเพียงครึ่งวันเพราะเป็นช่วงสอบ เลยไม่อยากรบกวนครูและผู้บริหารที่ต้องอยู่รอให้ผมไปถึงที่โรงเรียน และคิดว่าข้อมูลจากสองโรงเรียนก็ครบถ้วนแล้ว

ขากลับ ผช.วิจัยถามว่า มัสยิดตะโละมาเนาะเข้าไปลึกมัยครับ? ถามอย่างนี้เลยต้องพาไปเยี่ยมเยือนครับ ผมเองก็นานหลายปีแล้วครับที่ไม่ได้แวะไปเลย เลยเก็บภาพมัสยิดที่มีอายุยาวนาม 300 ปีครับ 

พอดูป้ายชื่อที่หน้ามัสยิดก็จะพบว่า ไม่ใช่ชื่อ ตะโละมาเนาะครับ แต่ชื่อว่า มัสยิดวาดิลฮูเซ็น ด้านหน้าเป็นส่วนที่ต่อเติมมาใหม่ครับ ก่อนชมภายนอก เข้าไปข้างในกันก่อนครับ เพราะผมยังไม่ได้ละหมาด เลยต้องเข้าไปละหมาดก่อน ละหมาดเสร็จก็เก็บภาพไว้หน่อย

รอบที่แล้ว ผมมาเยี่ยม ผมรู้สึกเสียดายความเก่าแก่ครับ เนื่องจากการเดินสายไฟและการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ มันทำลายคุณค่าไป แต่มารอบนี้ดูดีขึ้นเยอะครับ 

ภาพนี้น่าสนใจนะครับ ดูดีๆ จะเห็นบันไดขึ้นไปบนหอคอยสำหรับการอาซาน บอกเวลาละหมาดครับ แต่สมัยนี้ไม่ต้องปีนบันไดแล้วครับ เพราะเครื่องขยายเสียงและลำโพงทำหน้าที่แทนไปเรียบร้อยแล้ว

ผมเดาเอาว่า ส่วนนี้คือส่วนดั่งเดิมของมัสยิดโบราณครับ ดูแล้วสวยสะดุดตาจริงๆ มัสยิดจะยกพื้นสูงนะครับ แล้วก็มีบันไดขึ้น

ผมว่าถัดจากบันไดมาทางขวามือของรูป น่าจะเป็นส่วนต่อเติมภายหลังครับ สังเกตุว่าแบบมันไม่เหมือนกัน (บอกก่อนนะครับว่า เดาเอง เพราะไม่มีเวลาอ่านรายละเอียดที่ติดไว้ด้านหน้า)

มุมนี้จากด้านหน้าครับ ออ. มีประกาศด้านหน้าครับว่า ไม่อนุญาตให้ต่างศาสนิกเข้าไปภายในมัสยิดครับ อันนี้อาจจะเป็นประกาศที่ค่อนข้างจะต่างจากมัสยิดโบราณอื่นๆ เช่น มัสยิดรายอปัตตานี ที่จะบังติกอ หรือมัสยิดกรือเซะครับ ซึ่งสองมัสยิดนั้นเข้าไปชมได้ครับ

ออ. ส่วนที่หน้าสนใจอีกอย่างหนึ่งของมัสยิดนี้คือ ซุ่มประตูรั้วของมัสยิดครับ ตั้งใจจะถ่าย สุดท้ายก็ไม่ได้ถ่ายครับ (ไม่มีเหตุผล ฮิฮิ)