ผมพบกับ คุณเอก - จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ตัวจริง ๆ เป็น ๆ หลังจากการพบปะ พูดคุยกับในโลกไซเบอร์ G2K และพัฒนาต่อมาทางโทรศัพท์ ในสายวันหนึ่ง ที่ใต้ถุนอาคารหนึ่งของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
ที่นั่น ผมยังได้พบกับสมาชิก G2K อีก ๓ ท่าน คุณนายดอกเตอร์ Sila Phu-Chaya และ อ.น้ำฝน สองท่านแรกผมเคยได้สนทนาใน G2K บ้าง ยกเว้น อ.น้ำฝน ที่รู้สึกไม่ค่อยคุ้น
ทุกคนรวมทั้งผม มาจากการเชิญชวนของคุณเอก คนอื่นอาจจะรู้บ้างว่ามาทำไม แต่ผมไม่ชัดเจน เพราะอะไรก็ไม่รู้จึงตกปากรับคำมาตามคำเชิญ
วันนี้เอกพาผมและคนอื่น ๆ ตะเวนไปในกระทรวงสาธารณสุข ๓ หน่วยงาน ได้แก่ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล กองบรรณาธิการวารสารหมออนามัย และกองทันตสาธารณสุข
ที่แรก คือ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล ที่มี แม่ต้อย เป็นรองผู้อำนวยการฯ
หลายท่านอาจจะรู้จัก น้อง ♥paula ♥ที่ปรึกษาตัวน้อย✿ เธอทำงานอยู่ที่นี่ครับ วันที่เราไปเธอไม่อยู่
ผมเริ่มตัวเล็กลีบลงเมื่อการแนะนำตัวเริ่มไปได้สักพัก ทุกคนในห้องประชุมมีภูมิรู้ ภูมิปัญญาในระดับที่ไม่ธรรมดา แค่เพียงกลุ่มผู้มาเยือนที่มีผมเป็นสมาชิก ก็หนาวแล้ว หนึ่งท่านเป็น Ph.D. เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากฝรั่งเศษ อีกสองท่านเป็นว่าที่ Ph.D. จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองไทย ยิ่งได้ฟังข้อมูลที่เกี่ยวกับประสบกาณ์ทำงานของแต่ละท่านก็ยิ่งทำให้ผมเซียวซีดลง

ทีมงานที่คุณเอกชวนไป
เพราะเรียนรู้ช้า คิดช้า ผมต้องใช้การจดเป็นตัวช่วย
คุณเอกแนะนำเพิ่มเติมผมต่อวงประชุมว่า ผมทำงานภาคประชาสังคม ที่ชักชวนมา หากผมฟังไม่ผิด คือ มาช่วยเขียนและจับประเด็นอะไรสักอย่าง
เมื่อรู้จักผู้คนในห้องประชุม ที่ต่างก็เป็นบุคคลมากความสามารถ อย่างที่น่าจะเรียกว่าผมเป็นคนชายขอบก็ได้ พาลทำให้คิดว่า “ผมเผลอทำอะไรพลาดไปหรือเปล่า ที่ทำให้ใครโดยเฉพาะคุณเอก เห็นว่าผมมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้ามาสู่ในวงนี้ได้...”
จริงอยู่ว่าผมนำบันทึกเข้ามาแบ่งปันแลกเปลี่ยน.ใน G2K ค่อนข้างถี่ยิบ หลากหลาย แต่บันทึกเหล่านั้นจำนวนกว่าครึ่งเป็นบันทึกเก่าๆ ที่ผมเขียนไว้แล้วนำมาปรับปรุงเล็กน้อย แล้วก็ส่งขึ้นไป มีบันทึกใหม่ไม่ถึงครึ่ง
บันทึกเหล่านี้อาจทำให้คนอ่านเข้าใจผมผิด... (เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าพูดเรื่องตัวเองมากไป พอแค่นี้ละกันครับ...)

แม่ต้อย - รองผู้อำนวยการสถาบันฯ
ในวงประชุม แม่ต้อย – รองผู้อำนวยการฯ ได้แนะนำโครงการหนึ่งชื่อ “การสร้างเสริมสุขภาพผ่านกระบวนการเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน”
หลายท่านอาจจะเคยผ่านหูผ่านตาและคุ้นเคยกับ “SHA” มาบ้างไม่มากก็น้อย จากบันทึกต่าง อาทิ SHA คุณค่า ที่คุณคู่ควร, การพัฒนาคุณภาพตามโครงการ SHA (1), บอกกล่าวเล่าเรื่อง "SHA" ฯลฯ ซึ่งมีที่มาจากโครงการนี้
ผมเรียนรู้เรื่องราวของ “SHA” เพิ่มขึ้นเยอะจากวงประชุม ทำให้เข้าใจว่ามันมาจากแนวคิดสำคัญๆ เกือบ ๑๐ แนวคิด ที่ใช้ในการทำงานของโครงการที่ผมกล่าวถึง
แม้ว่าผมจะเรียนรู้เรื่องราวที่ถือว่าแปลกใหม่ และแม้จะใช้ความพยายามและตั้งใจเป็นอันมากในการรับฟังรับรู้ เป็นเพราะข้อจำกัดหลายประการของผม อาทิ คนนอกวงการสุขภาพ/โรงพยาบาล, ความเข้าใจเรื่อง KM, การถอดบทเรียน ความสามารถในภาษาอังกฤษ กระทั่งขีดจำกัดของสติปัญญา ฯลฯ ทำให้ผมรับรู้ เข้าใจสารที่ถ่ายทอดออกมาจากวงประชุมได้ไม่มากเท่าที่ควร อย่างน้อยก็ไม่ถึงความคาดหวัง
เพราะคิดช้า เรียนรู้ช้า กลับมาบ้าน พลิกอ่านบันทึกพยายามประติดประต่อเรื่องราว ผมก็เข้าใจ (อาจจะผิด) ว่า...
จากการทำงานของสถาบันฯ และโครงการฯ ซึ่งได้ให้ผู้เกี่ยวข้องกับการทำงานในโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ สะท้อนประสบการณ์ บทเรียน ความประทับใจ ฯลฯ ผ่านการเขียนบันทึกเล่าเรื่อง ซึ่งมีเรื่องเล่าเหล่านี้จากพื้นที่ส่งมาที่สถาบันฯ เป็นจำนวนมาก แน่นอนว่าเป็นเรื่องราวดี ๆ ที่น่าสนใจทั้งสิ้น
แต่อย่างไรก็ตาม แม่ต้อย ก็ตั้งข้อสังเกตุว่า จากการลงไปเยี่ยมเยียนโรงพยาบาล พบว่า บางโรงพยาบาลเรื่องราวดีมาก น่าสนใจ แต่เรื่องที่เล่ามาในบันทึกกลับสะท้อนได้น้อย ในขณะที่บางแห่งเรื่องเล่าที่เขียนมาดีมาก ๆ แต่ในความเป็นจริงมิได้ดีจริงถึงขนาดนั้น
ผมจึงเข้าใจว่า นี่คงจะเป็นเหตุหนึ่งของการพูดคุยในวันนี้ สถาบันฯ คาดหวังให้คณะผู้มาเยือนได้เข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการ โดยการลงไปหยิบเอาเรื่องราวต่าง ๆ มาเล่าเรื่องผ่านบันทึก และหากเข้าใจไม่ผิดเครื่องมือในการทำงานนี้คือ “การถอดบทเรียน”
มีการตกปากรับคำกันในวงประชุม สารภาพตามตรงครับ ผมมิรู้ว่าเขาตกปากรับคำกันเรื่องอะไรกัน และผมเกี่ยวข้องส่วนไหน อย่างไร...
เกี่ยวกับผลงานเรื่องเล่าที่จะผลิตขึ้นมา ทราบว่าทางสถาบันจะใช้สำหรับการเผยแพร่ในการประชุมอะไรสักอย่างที่จะจัดขึ้นราวต้นปีหน้า ทางสถาบัน คาดหวังว่าทีมงานจะลงไปเก็บเกี่ยวความรู้เหล่านั้นมาได้สักจำนวนหนึ่ง
สถาบัน ได้เชิญชวนคณะผู้มาเยือนให้มาร่วมการประชุม SHA “Sustainable Development : ประณีตและยั่งยืน...บนพื้นฐานงานคุณภาพ” ซึ่งจะจัดแยกไปตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งภาคกลาง เหนือ อีสานและใต้
กำหนดการและเนื้อหาการประชุมน่าสนใจมากครับ ในช่วงเช้าวันแรกจะเป็นการบรรยายของ ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ เรื่อง “งานอันประณีตบรรจง : จุดบรรจบของความดี ความงามและความจริงในงานคุณภาพ” ซึ่งมีการบรรยายโดยวิทยากรและหัวข้อเดียวกันนี้ ทั้ง ๔ ภูมิภาค นอกจากนั้นยังมีการแบ่งห้องประชุมเป็นห้องเล็ก ๕ ห้อง ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค คาดว่าจะเป็นการนำประสบการณ์จากการปฏิบัติจริงในโรงพยาบาลมาเล่าสู่กันฟัง เรียนรู้ซึ่งกันและกัน
ในวงประชุมผมได้แสดงความคิดเห็นเพื่อตอบแทนค่าข้าวค่าน้ำไปบ้าง พอมาทบทวนสิ่งที่แสดงความเห็นออกไปก็ยิ่งเห็นข้อจำกัดทางด้านสติปัญญาของตนเอง รวมถึงการยังเข้าไม่ถึงในสิ่งที่ประชุมพูดคุยกัน
ผมมิได้ร่ำเรียนมาทางด้านการสื่อสาร แต่มีโอกาสได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งกล่าวได้ว่ามีประสบการณ์และเชี่ยวชาญอยู่ในระดับต้น ๆ ของเมืองไทย แม้ในระยะไม่นานนักแต่ผมก็ถูกติดตั้งความรู้เรื่องการสื่อสารไว้พอสมควร
ผมแลกเปลี่ยนกับที่ประชุมว่า ผมมีข้อสังเกตุเกี่ยวกับการผลิตหนังสือเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ซึ่งมีการดำเนินการมากมาย และหากสถาบันจะใช้เล่าเรื่องดี ๆ ผ่านบันทึก/หนังสือ เพื่อเผยแพร่และสร้างแรงบันดาลใจให้กับบุคลากรในวงการ ผมเสนอว่าน่าจะมีการทำความเข้าใจผู้อ่านซึ่งเป็นผู้รับสารก่อน แล้วผลิตงานให้ตรงกับธรรมชาติของผู้รับสาร
ที่ประชุมคงเห็นความเห่ยและเชยของผม แต่ก็มิได้พูดออกมาตรง ๆ แต่ผมรับรู้ได้ (จึงเก็บความอาย และสารภาพผิดไว้ในใจ...)
เรารับประทานอาหารกันในห้องประชุม ไปพร้อม ๆ กับการพูดคุย จนเวลาล่วงเลยไปเกือบบ่ายโมงครึ่ง คุณเอกจึงขอตัวแม่ต้อย พาคณะไปต่อที่กอง บก.วารสารหมออนามัย
สงสัยเรื่องนี้จะยาว... ตามอ่านตอนต่อไปนะครับ
สวัสดีครับ คุณ หนานเกีบรติ
เข้ามาร่วมเรียนรู้ครับ
รออ่านตอนต่อไปครับ
ตามมาเรียนรู้ครับ แม่ต้อย และ ทีม สรพ
อาจารย์ครับ
ตอนแรก ๆ นี้จะเล่าว่าผมไปเจออะไรและทำอะไรมาบ้าง
ตอนสุดท้ายจะลองใช้วิชาถอดบทเรียน ถอดบทเรียนประสบการ์ที่ได้รับครับ
ขอบคุณที่แวะมาอ่านครับ
ไม่ทันได้แวะเวียนไปเยี่ยมใครเลย
จะออกเดินทางแล้วครับ
พาเฌวาไปบ้านปู่-ย่า ที่ดอยมูเซอ จ.ตาก
สถานที่ที่ผมจะทำที่พักนักเดินทางเล็ก ๆ "der mu soi"
กลับมาจะเอาตอนที่สอง และเรื่องเล่าระหว่างทางมาฝากครับ
สวัสดีค่ะ
เข้ามาร่วมเรียนรู้ค่ะ
มาแสดงความยินดีค่ะ ที่เป็นคนที่น้องเอกเลือก (แล้วว่าเก่ง)
และมาชวนไปรำลึกปากเซ ที่นี่ค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่เพิ่งได้กลับบ้านเมื่อวาน และเอาอากาศบริสุทธิ์ไล่อากาศจากห้องแอร์เมืองกรุงในปอดให้พอโล่งหน่อย เพิ่งไปแวะบันทึกคุณเอก เลยรีบมาให้กำลังใจคุณหนานเกียรติ ว่าอาการมึนเป็นเรื่องธรรมดา พี่ก็เป็นค่ะ ประชุมกันหลายครั้ง กว่าจะเริ่มเข้าใจคือตอนลงมือทำ และ ในวงการจัดการความรู้นั้นไม่มีเรื่องถูกผิดให้ตำหนิกัน มีแต่ความเกื้อกูล อบอุ่นระหว่างผู้มีจิตคิดทำในเรื่องดีๆ
การปฏิบัติสำคัญมากกว่าปริญญานะคะ การปฏิบัติทำให้มีประสบการณ์จริง ซึ่งพี่เชื่อมั่นว่าคุณหนานเกียรติมีเต็มเปี่ยม ในทีมเราพี่ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร คุณเอกนั้นเป็นผู้นำทีม เพราะมีประสบการณ์มากมายลุ่มลึก ขอแค่มีใจ มีเวลาที่จะร่วมงานกัน ความสามารถของเราจะสนธิพลังกันได้เอง และได้ร่วมเรียนรู้ไปด้วยกัน
สู้ สู้ นะคะ ^___^
มาติดตามความคืบหน้าของโครงการ sha ค่ะ เเม่ต้อยขยันจริงๆ นะคะ
น้องหนานเกียรติ พี่ได้มีโอกาสร่วมงานกับทีม SHA ตอนเริ่มโครงการค่ะ ประทับใจทีมงานมากๆ
เเม่ต้อยอบอุ่น น่ารัก คิดว่าโครงการนี้จะทำให้โรงพยาบาลทุกโรงพยาบาลในประเทศไทยเป็นโรงพยาบาลที่ดูแลด้วยหัวใจ ดูแลคนไข้ด้วยจิตวิญญาณ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพกายเเละใจ ที่ยั่งยืนของประชาชนคนไทย ต้องขอบคุณเเม่ต้อยค่ะที่ท่านมีเเนวคิดนี้
สวัสดีค่ะ
เข้ามาร่วมเรียนรู้ด้วยค่ะ SHA กับ สรพ และแม่ต้อย
แวะมาเยี่ยม นักเรียน (รู้) คนใหม่ครับ ^_^
พี่หนานเกียรติ คะ...
นี่แหละคือ ความเป็นพี่ ความจริง พี่เอก เพิ่มคุณค่าของการทำงานนี้ ว่าการถอดบทเรียน จำเป็นต้องใช้ความรู้ ความสามารถขนาดดอกเตอร์ มาช่วยถอด เพราะพี่เอกเห็นความสำคัญของโครงการเรา
แต่ พอลล่ามีความเห็นว่า ความรู้สึก และการเข้ากันได้กับชุมชน ที่เป็นความถนัดของพี่ น่าจะช่วยได้ไม่น้อยค่ะ
เสียดายที่พอลล่าไม่ได้อยู่ด้วย อิอิ ขอให้พี่ภูมิใจนะคะที่พี่เอกชวนพี่มา พี่เก่งค่ะ พี่ทำได้ พอลล่าเชื่ออย่างนั้นค่ะ อยากเห็นภาพพี่หนาน หน้าซีด อิอิ อ่ะ ล้อเล่นนะพี่ เวลาไปถอดบทเรียน พอลล่าจะไปกับพี่ด้วย รับรองต้องสนุกและได้เรียนรู้ ในรูปแบบของเราค่ะพี่ เป็นกำลังใจให้พี่หนานและทุกคนนะคะ
ยินดีด้วยนะคะสำหรับห้องเรียนใหม่
ของคุณหนานเกียรติ
เมื่อคนที่มีความสามารถในแต่ละด้าน
มาร่วมมือกันทำอะไรสักอย่างที่มีคุณค่า
น่าจะเป็นสิ่งที่ควรภาคภูมิใจ
ขอเป็นแรงใจ ขอให้ทำงานอย่างมีความสุขนะคะ
เข้าใจว่าคุณเอก คงเลือกคนไม่ผิดค่ะ...
บันทึกนี้สะท้อน คุณภาพ ของการ"ถอดบทเรียน" ค่ะ
อ่านแล้วเข้าใจ..วางไม่ลง ค่ะ
บอกอีกครั้งว่า"เซียน" ค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณพ่อน้องเฌวา
พี่หนานเกียรติ ครับ
ผมเพิ่งกลับมาจากชาร์ตแบต จากชายทะเลแถวๆภาคตะวันออก...เก็บคงามสวยงามและบรรยากาศดีๆมาฝากครับ
ผมดีใจ มากนะครับ ที่ได้มีโอกาสอ่านบันทึกที่พี่เขียนตรงไปตรงมา
ผมบอกทุกคนในทีมว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการทำงาน คือ "ใจ" ครับ
หากเอา "ใจ" เรื่องอื่นเราว่ากันทีหลัง
โครงการ SHA. ของ สรพ. เป็นโครงการที่มีคุณค่าสูง เราได้รับโอกาสที่เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ถือว่า โชคดี และผมขอบคุณในธรรมะจัดสรร ที่เกิดขึ้นกับตัวเองเสมอๆ
ผมชื่นชมในดีงามของทีมงานของผมทุกท่านครับ...
เริ่มต้นทำอะไรสักอย่าง แรกๆอาจขลุกขลัก ธรรมดาอยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ..เชียร์ครับๆ