ใจคน...วันหนึ่งมีหลากหลายอารมณ์ยิ่งกว่าท้องฟ้า คุณกิสนาที่ว่าดุร้าย อารมณ์แปรปรวนแล้ว เมื่อเทียบกับคน คงต้องยกมือขอยอมแพ้แน่ๆ
“ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ”….ข้าพเจ้าเคยได้ยินคำพูดนี้มานานและคำพูดดังกล่าวข้าพเจ้าก็มักใช้เป็นคำปลอบใจเพื่อนๆ คนรู้จัก เวลาที่ประสบปัญหาต่างๆ จนทำให้เหน็ดเหนื่อย ท้อแท้ หมดสิ้นกำลังใจ
 
อันที่จริงในใจข้าพเจ้ายังแอบไม่เห็นด้วย  เพราะว่าถ้าสังเกตดีๆ ก็จะพบว่า ฟ้าหลังฝนอาจจะมีเมฆครึ้ม...มีพายุลูกใหม่ มีแสงแดดรำไร มีสายรุ้งทอข้ามขอบฟ้า..หรือถ้าเป็นที่เมืองนอกก็คงต้องบอกว่า อาจจะมีหิมะตกก็เป็นได้ ไม่มีใครบอกได้แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยา แต่จะให้ข้าพเจ้าไปปลอบเพื่อนโดยบอกว่า ฟ้าหลังฝนย่อมมีพายุอีกลูกตามมา....มีหวังเพื่อนได้ไปผูกคอตายกันพอดี!
 
หลังจากที่คุณกิสนาได้ย่างกรายผ่านมาเยี่ยมเยียน (เมื่อวานฝนตกตลอดทั้งวัน) ...เช้าวันใหม่ก็มีแสงแดดจางๆ ผ่านเมฆครึ้มลงมาทอแสงอ่อนๆ บนต้นไม้ใบหญ้า  เมฆสีเทาดำก้อนใหญ่ลอยผ่านไปมาเหมือนเดินสวนสนาม...พอคล้อยสาย พระอาทิตย์เริ่มส่องแสงเจิดจ้า...มีเมฆบางๆ ลอยอ้อยอิ่งไปมา ตกบ่ายท้องฟ้าสีฟ้าสดใสเหมือนกับไม่เคยมีพายุมาก่อน...พอเริ่มค่ำ เจ้าเมฆอ้วนๆ ดำๆ ก็โผล่มาอีกแล้ว....อย่างที่เค้าบอก จะได้เอาอะไรแน่นอนกับลมฟ้าอากาศ แล้วยิ่งใจคน...วันหนึ่งมีหลากหลายอารมณ์ยิ่งกว่าท้องฟ้า คุณกิสนาที่ว่าดุร้าย อารมณ์แปรปรวนแล้ว เมื่อเทียบกับคน คงต้องยกมือขอยอมแพ้แน่ๆ
 
 
 
 
 
 
 
วันนี้ทั้งวันข้าพเจ้ามองท้องฟ้าอย่างมีความหวัง....ก็ข้าพเจ้าแอบหวังอยู่ลึกๆ ในใจว่าอยากให้ฝนตกอีกสักวัน....วันฝนตกหลายคนอาจคิดว่าน่าเบื่อ แต่สำหรับชาวโรงพยาบาล นับเป็นวันผ่อนคลายที่สุดในรอบปี คนไข้น้อยมากๆ....(เพราะติดฝน มาไม่ได้ ที่มาก็ป่วยจริงๆ ไม่ได้มาขอยาฟรี ) เจ้าหน้าที่ที่เคยหน้าตาบูดบึ้ง ก็กลับยิ้มแย้มแจ่มใส....บรรยากาศรื่นเริงบันเทิงใจเป็นที่สุด (สงสัยถ้า ผอ.มาอ่านบันทึกนี้ ข้าพเจ้าอดได้สองขั้นแหงๆ)
 
คุณกิสนานะก็ใจร้าย...อุตส่าห์หวังว่าจะช่วยกัน กลับสะบัดชายกระโปรงเดินหนีไป  เหลือไว้แต่เมฆบางๆ และความทรงจำในวันสบายๆ ที่น้อยครั้งนักที่จะมี.....
 
บางคนอยากให้ฟ้าหลังฝนงดงาม...แต่สำหรับวันนี้ ข้าพเจ้าชักอยากให้ฟ้าหลังฝนยังคงมีฝนพรำๆ ต่อซะแล้วสิ